

KEY
POINTS
พรรคประชาธิปัตย์ขยับเกมการเมือง เปิด “บันทึกผลงาน 27 เรื่อง” ตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ตอกย้ำบทบาทพรรคการเมืองเก่าแก่ที่ผ่านทั้งการเป็นแกนนำรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล จากภาพจำ “ผู้กอบกู้วิกฤตชาติ” สู่ “ผู้พัฒนาศักยภาพประเทศ”
นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ อดีตรัฐมนตรีและอดีต ส.ส. 6 สมัย ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 27 มกราคม ว่า ผลงานทั้ง 27 เรื่อง เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่คิดและทำเชิงโครงสร้าง ครอบคลุมตั้งแต่เศรษฐกิจมหภาค โครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาคน ไปจนถึงธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชัน
นายอลงกรณ์ระบุว่า ในหมวด “ผู้กอบกู้วิกฤตชาติ” พรรคประชาธิปัตย์มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยจากวิกฤตใหญ่ 2 ครั้ง ทั้งวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย และวิกฤตการเงินโลกปี 2551 ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งสามารถพลิกตัวเลขเศรษฐกิจจากติดลบกลับมาเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่หมวด “ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน” พรรคประชาธิปัตย์ถูกระบุว่าเป็นผู้วางรากฐานระบบราง รถไฟฟ้า ถนน 4 เลน รถไฟทางคู่ การจัดตั้งกระทรวงแรงงาน และองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง TGO ซึ่งยังคงเป็นกลไกหลักของประเทศมาจนถึงปัจจุบัน
ในด้านการลงทุนทรัพยากรมนุษย์ พรรคประชาธิปัตย์ชูผลงานเรียนฟรี 15 ปี กองทุน กยศ. การกระจายมหาวิทยาลัยสู่ภูมิภาค การยกระดับ รพ.สต. และการสร้างระบบ อสม. ทั่วประเทศ รวมถึงการผลักดันสวัสดิการผู้สูงอายุและคนพิการจาก “การสงเคราะห์” สู่ “สิทธิถ้วนหน้า”
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พลังงานสะอาด เอทานอล ประกันรายได้เกษตรกร ปฏิรูปที่ดิน และการพาณิชย์เชิงรุก จนสามารถขยายตลาดส่งออกและผลักดันความตกลงการค้า RCEP ได้สำเร็จ
ส่วนหมวดธรรมาภิบาล นายอลงกรณ์ย้ำว่า ประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่วางรากฐานการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ การไม่แทรกแซงคดีทุจริต และการยกระดับมาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองสู่สากล
ทั้งนี้ นายอลงกรณ์สรุปว่า “ตัวเลข GDP ที่ฟื้นตัว โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้งานอยู่ เด็กที่เข้าถึงการศึกษา และระบบสาธารณสุขใกล้บ้าน ล้วนเป็นพยานว่าตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์ได้วางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนให้ประเทศ” พร้อมย้ำแนวคิดว่า “ไทยหายจนได้ ด้วยคนทำเป็น”