ในการก้าวเข้าสู่ศึกการเลือกตั้งปี 2569 หนึ่งในพรรคการเมืองที่ถูกจับตามองมากที่สุดในมิติทางเศรษฐกิจคือ พรรคประชาชน ซึ่งได้ยื่นรายละเอียดนโยบายหาเสียงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามมาตรา 57 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง
ฐานเศรษฐกิจ เจาะลึกรายละเอียดจากเอกสารที่ เปิดเผยโดย กกต. พบว่าพรรคสีส้มนำเสนอวิสัยทัศน์ผ่าน โครงการที่ต้องใช้เงินรวมทั้งสิ้น 36 โครงการ ภายใต้ 15 หมวดนโยบายหลัก คิดเป็น วงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 741,835,000,000 บาทต่อปี (เจ็ดแสนสี่หมื่นหนึ่งพันแปดร้อยสามสิบห้าล้านบาท)
ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต. ได้มีมติให้พรรคเร่งชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็น "เบี้ยผู้สูงอายุ-การแก้หนี้เกษตรกร-หวยใบเสร็จ" เพื่อให้ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจ
เปิดพิมพ์เขียว 36 โครงการ: ลงทุนรายมิติและงบประมาณ
เพื่อให้เห็นความชัดเจนในเชิงลึก ฐานเศรษฐกิจได้รวบรวมรายละเอียดงบประมาณรายโครงการทั้งหมด ดังนี้
1. หมวดนโยบายสวัสดิการ (ฐานรากคุณภาพชีวิต - รวม 286,750 ล้านบาท/ปี)
- เบี้ยผู้สูงอายุ: 190,000 ล้านบาท/ปี (เป้าหมายปรับเป็น 1,500 บาทถ้วนหน้าในปี 2573 เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ),
- เบี้ยคนพิการ: 34,000 ล้านบาท/ปี (ปรับเพิ่มเป็น 1,200 - 2,000 บาท ตามระดับความรุนแรง),
- การจัดการที่อยู่อาศัยทั้งระบบ: 32,250 ล้านบาท/ปี (เป้าหมาย 1 ล้านหน่วยใน 4 ปี ผ่านโครงการบ้านมั่นคงและสินเชื่อบ้านหลังแรก),
- เงินอุดหนุนเด็กและศูนย์เด็กเล็กคุณภาพ: 27,000 ล้านบาท/ปี (ดูแลตั้งแต่ในครรภ์จนถึงวัยเรียน),
- สวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ (ผ้าอนามัย): 3,500 ล้านบาท/ปี,
2. หมวดนโยบายโครงสร้างพื้นฐานและน้ำ (รวม 209,400 ล้านบาท/ปี)
- โครงการเมกะโปรเจกยกระดับคุณภาพชีวิตทั่วไทย: 130,000 ล้านบาท/ปี
- เงินทุนสนับสนุนการจัดการกลุ่มน้ำย่อยสำหรับ อปท.: 60,000 ล้านบาท/ปี
- ระบบคมนาคมที่ทั่วถึงและปลอดภัย: 19,400 ล้านบาท/ปี (ครอบคลุมทางถนน ทางรางรถไฟทางคู่ และทางเรือ)
3. หมวดนโยบายสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (รวม 123,250 ล้านบาท/ปี)
- บริการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยระยะยาว และสุขภาพจิต: 45,000 ล้านบาท/ปี
- การจัดการขยะและเศรษฐกิจหมุนเวียน: 37,750 ล้านบาท/ปี (รื้อระบบจัดการขยะและบำบัดน้ำเสียทั่วไทย)
- ปฏิรูประบบบริการสุขภาพทั่วไทย: 35,500 ล้านบาท/ปี (เน้นลดภาระงานบุคลากรและเชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วย)
- แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ: 4,000 ล้านบาท/ปี (เน้นแก้ไฟป่าและมลพิษอุตสาหกรรม)
- ดูแลสวัสดิภาพสัตว์ป่า สัตว์เลี้ยง และสัตว์จร: 1,000 ล้านบาท/ปี
4. หมวดนโยบายเศรษฐกิจ SME และพลังงาน (รวม 110,200 ล้านบาท/ปี)
- ปรับโครงสร้างพลังงานที่เป็นธรรม: 51,000 ล้านบาท/ปี
- ยกระดับ SME (คนละครึ่งและหวยใบเสร็จ): 24,000 ล้านบาท/ปี
- ยกระดับทักษะแรงงานและคูปองเรียนรู้: 20,000 ล้านบาท/ปี
- กระตุ้นกำลังซื้อภาคอุตสาหกรรม (คนละครึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าไทย): 10,000 ล้านบาท (วงเงินครั้งเดียว)
- สินเชื่อสร้างตัว SME (กองทุนเพิ่มผลิตภาพ): 5,000 ล้านบาท (วงเงินครั้งเดียว)
- ยกระดับธุรกิจไทยด้วยดิจิทัลและ AI: 200 ล้านบาท/ปี
5. หมวดนโยบายการศึกษาและการเกษตร (รวม 70,020 ล้านบาท/ปี)
- ลดต้นทุนการเกษตร (คูปองต้นทุนต่อหน่วยพื้นที่): 21,000 ล้านบาท/ปี
- เรียนฟรี (เพิ่มงบรายหัว อาหาร และนม): 16,000 ล้านบาท/ปี
- พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กและอาชีวศึกษา: 12,500 ล้านบาท/ปี
- คูปองเปิดโลกการเรียนรู้นอกห้องเรียน: 11,200 ล้านบาท/ปี
- แก้หนี้เกษตรกร (เน้นกลุ่ม 70 ปีขึ้นไปและหนี้เรื้อรัง): 4,000 ล้านบาท/ปี
- บริหารจัดการอุปสงค์-อุปทานสินค้าเกษตร: 4,000 ล้านบาท/ปี
- พัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่: 1,000 ล้านบาท/ปี
- เพิ่มการเข้าถึงระดับอุดมศึกษา (อุดหนุน TCAS): 320 ล้านบาท/ปี
6. หมวดการปฏิรูปและความมั่นคง (รวม 21,965 ล้านบาท)
- ปฏิรูปกองทัพ (ทันสมัย/อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ): 4,000 ล้านบาท/ปี
- ความมั่นคงใหม่ (มลพิษข้ามแดน/ความมั่นคงทางแร่): 3,000 ล้านบาท/ปี
- จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน: 3,000 ล้านบาท (วงเงินต่อครั้ง)
- จัดการที่ดิน One Map และเร่งรัดโฉนด: 3,000 ล้านบาท/ปี
- ยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์: 2,000 ล้านบาท/ปี
- ป้องกันและจัดการสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ: 1,500 ล้านบาท/ปี
- ส่งเสริมการท่องเที่ยวระยะสั้นและยาว: 1,500 ล้านบาท/ปี
- สนับสนุนกีฬาอาชีพและสุขภาพ: 800 ล้านบาท/ปี
- เพิ่มประสิทธิภาพกำลังพลกองทัพ (Pyramid Structure): 665 ล้านบาท/ปี
กลไก "หวยใบเสร็จ" และการปฏิรูปโครงสร้างกองทัพ
ในรายละเอียดที่พรรคประชาชนต้องชี้แจงต่อ กกต. มีประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ "หวยใบเสร็จ SME" ซึ่งเป็นกลยุทธ์จูงใจให้ประชาชนซื้อสินค้าจากร้านค้ารายย่อย โดยกำหนดว่าเมื่อซื้อครบ 500 บาท จะได้รับหวย 1 ใบผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" เพื่อลุ้นรางวัลรวม 1,000 ล้านบาทต่อเดือน, เป้าหมายคือการดึง SME เข้าสู่ระบบภาษีและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ
อีกด้านหนึ่งคือ การปฏิรูปกองทัพ ที่เสนอการปรับโครงสร้างเป็นแบบ "พีระมิด" (Pyramid Structure) เพื่อลดจำนวนนายพลที่ล้นระบบและนำงบประมาณไปจัดสรรเป็นสวัสดิการให้ทหารชั้นผู้น้อย รวมถึงโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดสำหรับนายทหารระดับสูง
แหล่งที่มาของเงิน: หัวใจสำคัญของวินัยการคลัง
ความท้าทายที่พรรคประชาชนต้องตอบคำถามกกต. คือวงเงิน 7.4 แสนล้านบาทต่อปีนี้จะนำมาจากไหน?, พรรคได้แจกแจงที่มาของเงินไว้ 4 ส่วนหลัก ได้แก่:
- งบประมาณแผ่นดินปกติ: 530,960 ล้านบาท (71.57%) จากการปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี
- เงินทุนหมุนเวียนกองทุน TFFIF: 86,000 ล้านบาท (11.59%)
- การดำเนินการตามมาตรา 28 (วินัยการเงินการคลัง): 73,875 ล้านบาท (9.96%)
- การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP): 51,000 ล้านบาท (6.87%)
ทำไมพรรคการเมืองต้องชี้แจงที่มางบประมาณ?
ภายใต้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 57 และประกาศ กกต. ปี 2568 กำหนดให้พรรคการเมืองที่เสนอนโยบายที่ต้องใช้เงิน ต้องระบุข้อมูล 3 ส่วนสำคัญคือ 1. วงเงินที่ต้องใช้และที่มาของเงิน 2. ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย และ 3. ผลกระทบและความเสี่ยง
หากพรรคใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง กกต. มีอำนาจสั่งให้แก้ไขภายในเวลาที่กำหนด หากยังเพิกเฉยจะต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 500,000 บาท และปรับเพิ่มอีกวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
เปิดเอกสาร นโยบาย 'พรรคประชาชน' หาเสียงเลือกตั้ง 2569 ฉบับเต็ม