ประธาน กกต. ตั้ง 21 ขุนพล ตรวจสอบนโยบายหาเสียงพรรคการเมือง"แสวง"ประธาน

07 ม.ค. 2569 | 12:34 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ม.ค. 2569 | 12:45 น.

ประธานกกต. เซ็นตั้ง 21 ขุนพล ตรวจสอบนโยบายหาเสียงพรรคการเมือง “แสวง บุญมี” เป็นประธาน มี "วีระ ธีรภัทร" ร่วมด้วย

KEY

POINTS

  • ประธาน กกต. ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการจำนวน 21 คน เพื่อตรวจสอบนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองที่ต้องใช้จ่ายเงิน
  • คณะกรรมการชุดดังกล่าวมี นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นประธาน และประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่สำคัญ
  • มีหน้าที่หลักในการตรวจสอบรายละเอียดนโยบายของพรรคการเมือง เช่น วงเงิน ที่มาของเงิน ความคุ้มค่า และผลกระทบ เพื่อเสนอให้ กกต. พิจารณา

เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ลงนามในคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 7/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา ใจความสรุปว่า 

ด้วยได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568  เพื่อให้มีการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป โดยกกต.ได้กำหนดให้วันที่ 8 ก.พ. 2569 เป็นวันเลือกตั้ง และได้ออกประกาศกกต.เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา 

เพื่อให้การแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ครบถ้วน และถูกต้องตามมาตรา 57 แห่งพระระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560

จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 37 พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 และข้อ 5 ของประกาศกกต.เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ. 2568 จึงแต่งตั้งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา ดังนี้ 

1. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นประธานกรรมการ 

ส่วนกรรมการประกอบด้วย 2. นางสาวพัชราภรณ์ สิทธิพงษ์  ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ สำนักงบประมาณ หรือผู้แทน 3. นายวิชญายุทธ บุญชิต รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือผู้แทน 4. นายวีระ ธีระภัทรานนท์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบาย และกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ 5. นางสาวลัดดา เดือนสว่าง ผู้อำนวยการสำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือผู้แทน

6. นางปรานี ช่วยเกิด ผู้อำนวยการสำนักตรวจเงินแผ่นดินที่ 15 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือผู้แทน 7. นายสุรัช แทนบุญ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือผู้แทน 8. นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือผู้แทน 9. นายธวัชชัย เศรษฐจินดา กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทย หอการค้าไทย หรือผู้แทน 10. นางพรพรรณนิล ศตวรรษธำรง ผู้อำนวยการกองนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าสินค้าเกษตร กระทรวงพาณิชย์ หรือผู้แทน

11. นายปรนาคินทร์ กตัญญุตานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย กองกฎหมาย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง หรือผู้แทน 12. ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย 13. นายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการกกต. 14. นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ 15. พลเอก ดร.สุภมนัส ภารพบ 16. นายสุรศักดิ์ อุดมศิลป์ 17. นายสราวุธ เบญจกุล 18. นายพรชัย ฐีระเวช 

19. นายอภิวัฒน์ เริงทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักกิจการพรรคการเมือง เป็นเลขานุการคณะกรรมการฯ 20. นางสาวพัชรี ผึ่งผดุง ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดี หรือผู้แทน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ และ 21. นายราชันย์ สุกัญญา รองผู้อำนวยการสำนักกิจการพรรคการเมือง เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

                          ประธาน กกต. ตั้ง 21 ขุนพล ตรวจสอบนโยบายหาเสียงพรรคการเมือง"แสวง"ประธาน    ประธาน กกต. ตั้ง 21 ขุนพล ตรวจสอบนโยบายหาเสียงพรรคการเมือง"แสวง"ประธาน    ประธาน กกต. ตั้ง 21 ขุนพล ตรวจสอบนโยบายหาเสียงพรรคการเมือง"แสวง"ประธาน

โดยมีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้ 

1. ตรวจสอบรายการนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาตามที่พรรคการเมืองรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งว่ามีรายการครบถ้วนและถูกต้องหรือไม่ ดังนี้ 1.1 วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงินที่จะใช้ดำเนินการ 1.2 ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินการนโยบาย 1.3 ผลกระทบและความเสียงในการดำเนินนโยบาย 

2. เมื่อดำเนินการตรวจสอบรายการตามข้อ 1 แล้ว ถ้ามีรายการครบถ้วนและถูกต้อง ให้เสนอต่อกกต.พิจารณา

3. ในกรณีพรรคการเมืองไม่ได้รายงานหรือจัดทำรายการตามข้อ 1 หรือเมื่อดำเนินการ ตรวจสอบรายการตามข้อ 1 แล้ว มีรายการไม่ครบถ้วนและถูกต้อง ให้เรียกเอกสารหลักฐาน หรือให้พรรคการเมืองชี้แจงเพื่อประกอบการพิจารณาได้ 

4. เมื่อดำเนินการตรวจสอบรายการตามข้อ 3 แล้ว ถ้ามีรายการครบถ้วนและถูกต้อง ให้เสนอกกต.พิจารณา 

5. ในกรณีที่พรรคการเมืองใดไม่ดำเนินการตามข้อ 3 ให้เสนอกกต.พิจารณา 

6. มีข้อเสนอแนะหรือข้อสังเกตนโยบายของพรรคการเมืองที่ต้องใช้จ่ายเงินตามข้อ 1 เพื่อประกอบการพิจารณาของกกต.ได้ 

7. แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการตรวจสอบรายการเบื้องต้น ตามข้อ 1 

และ 8. ดำเนินการอื่นตามที่กกต. หรือสำนักงานกกต.มอบหมาย