
คว่ำร่างแก้รัฐธรรมนูญ “เพื่อไทย” ฉบับ ภูมิใจไทย-ประชาชน ผ่านฉลุย
รัฐสภามีมติ “คว่ำร่างแก้รัฐธรรมนูญ” ของพรรคเพื่อไทย สว.หนุนเพียง 60 เสียง ต่ำเกณฑ์ 1 ใน 3 ขณะที่ร่างของ ภูมิใจไทย-พรรคประชาชน ฉลุย ตั้งกมธ.ปูสู่ ส.ส.ร.
KEY
POINTS
- ที่ประชุมรัฐสภามีมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ พรรคภูมิใจไทย และ พรรคประชาชน เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)
- ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ถูกตีตกในวาระแรก เนื่องจากได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ไม่ถึง 1 ใน 3 ตามที่กฎหมายกำหนด
- ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ที่ผ่านความเห็นชอบ จะถูกนำไปพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อรวมเป็นร่างเดียวกัน ก่อนเข้าสู่การพิจารณาในวาระต่อไป
การประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 15 ตุลาคม 2568 ซึ่งมี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (มาตรา 156 และเพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่) รวมทั้งสิ้น 3 ร่าง ที่เสนอโดย
พรรคเพื่อไทย
พรรคภูมิใจไทย
พรรคประชาชน
โดยสาระสำคัญของทั้งสามร่าง มีเป้าหมายให้มี สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ แต่มีความแตกต่างกันใน “ที่มาและองค์ประกอบ” ของ สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)
หลังจากสมาชิกรัฐสภาอภิปรายครบทุกคนแล้ว จึงให้มีการลงมติรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ร่าง โดยใช้วิธีขานที่ละชื่อว่าจะรับหรือไม่รับ จนครบทั้ง 690 คน
ผลปรากฏว่า
1.ร่างพรรคประชาชน
ได้คะแนนรับหลักการ 568 เสียง
เป็นเสียง สส. 460 เสียง
สว.108 เสียง
ไม่รับหลักการ 10 เสียง
งดออกเสียง 74 เสียง
มีคะแนนรับหลักการเกินกึ่งหนี่ง และมีคะแนนเสียง สว. ร่วมรับหลักการเกิน 1 ใน 3 ถือว่าที่ประชุมรัฐสภารับหลักการร่างพรรคประชาชน
2.ร่างพรรคภูมิใจไทย
รับหลักการ 629 เสียง
เป็น สส. 462 เสียง
สว. 167 เสียง
ได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่งจากสมาชิกรัฐสภา และ มีเสียง สว.เห็นชอบเกิน 1 ใน 3 ถือว่าที่ประชุมรับหลักการร่างของพรรคภูมิใจไทย
3.ร่างพรรคเพื่อไทย
รับหลักการ 521 เสียง
เป็น สส. 461 เสียง
สว. 60 เสียง
แม้จะมีคะแนนรับหลักการเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา แต่มีเสียง สว. ร่วมรับหลักการไม่ถึง 1 ใน 3 หรือ 66 เสียง ถือว่าร่างพรรคเพื่อไทย ไม่ผ่านความเห็นชอบในวาระรับหลักการจากที่ประชุมรัฐสภา
ภายหลังการลงมติ นายวันมูหะมัดนอร์ ได้สรุปผลการประชุม พร้อมเตรียมนำร่างที่ผ่านการรับหลักการเข้าสู่กระบวนการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) 43 คน เพื่อพิจารณารวมร่างและปรับรายละเอียดให้เป็นฉบับเดียว ก่อนเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 ต่อไป






