
“บวรศักดิ์”เปิดไทม์ไลน์ยุบสภา-เลือกตั้ง-ทำประชามติ
“บวรศักดิ์”เปิดไทม์ไลน์รัฐบาล หากรัฐสภาเห็นชอบร่างแก้ รธน. จะยุบสภา 31 ม.ค. 69 จัดเลือกตั้ง-ทำประชามติพร้อมกัน 29 มี.ค. 69 “หมอชลน่าน”จากเพื่อไทย ชี้เร่งได้เร็วกว่านี้
KEY
POINTS
- นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เสนอไทม์ไลน์ 2 แนวทาง สำหรับการยุบสภา เลือกตั้ง และ ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ
- แนวทางแรก กำหนดวันเลือกตั้ง 29 มี.ค. 2569 โดยต้องผ่านร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 ภายในเดือน ธ.ค. 2568
- แนวทางที่สอง หากมีกฎหมายประชามติฉบับใหม่ จะสามารถจัดเลือกตั้งและทำประชามติพร้อมกัน ในวันที่ 29 มี.ค. 2569 ได้
- พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับกรอบเวลา แต่เสนอให้เร่งกระบวนการพิจารณารัฐธรรมนูญให้เร็วกว่าเดิมราว 1 สัปดาห์
วันที่ 15 ตุลาคม 2568 ในการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงภายหลังสมาชิกรัฐสภาอภิปรายครบทุกคน ถึง “ไทม์ไลน์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” เพื่อให้ทันต่อกรอบเวลาการยุบสภาภายใน 4 เดือน โดยย้ำว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นอำนาจของรัฐสภา รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ แต่กระบวนการจัดทำประชามตินั้น มีกฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจน
ตามขั้นตอน เมื่อรัฐสภาผ่านร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 แล้ว ประธานรัฐสภาจะต้องแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวันจัดทำประชามติและคำถามที่จะใช้ในประชามติ ซึ่งทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้กรอบเวลาตามกฎหมายและข้อตกลงร่วม (MOA) ระหว่างรัฐบาล–รัฐสภา–กกต.
นายบวรศักดิ์ ระบุว่า ขณะนี้ได้จัดทำ “ไทม์ไลน์” ไว้ 2 กรณีหลัก ดังนี้
กรณีที่ 1 : ใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 (ฉบับปัจจุบัน)
หากเริ่มนับระยะเวลา 4 เดือนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 จะครบกำหนดยุบสภาในวันที่ 31 มกราคม 2569 จากนั้นต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 45–60 วัน ซึ่งวันที่เหมาะสมที่สุดคือ วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2569
ส่วนการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ต้องเสร็จสิ้นภายในช่วงวันที่ 15–20 ธันวาคม 2568 และรัฐบาลจะต้องออกประกาศจัดทำประชามติภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568
กรณีที่ 2 : หากมีการประกาศใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2)
กรณีนี้จะทำให้รัฐสภามีเวลาเพิ่มขึ้น เพราะกำหนดระยะเวลาทำประชามติภายใน 60 วัน จากเดิม 90 วัน หากยุบสภา ในวันที่ 31 มกราคม 2569 ก็สามารถจัดเลือกตั้งและทำประชามติพร้อมกันในวันที่ 29 มีนาคม 2569 เช่นกัน โดยรัฐสภาจะต้องลงมติในวาระ 3 ระหว่างวันที่ 15–19 มกราคม 2569 และรัฐบาลประกาศทำประชามติภายใน 29 มกราคม 2569
“เพื่อไทย”เห็นด้วยแต่ทำได้เร็วกว่านี้
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการชี้แจงของนายบวรศักดิ์ ว่า ตนเห็นด้วยกับไทม์ไลน์ดังกล่าว เพราะมีความชัดเจนและสอดคล้องกับกรอบเวลาทางกฎหมาย แต่เห็นว่าสามารถเร่งให้เร็วขึ้นได้ราวหนึ่งสัปดาห์
โดยพรรคเพื่อไทยเสนอให้ลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ได้ภายในวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ซึ่งเร็วกว่าข้อเสนอของรองนายกรัฐมนตรีราว 7–10 วัน เพื่อให้ประธานรัฐสภามีเวลาส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีภายใน 3 วันหลังจากนั้น
“หากดำเนินการตามนี้ การจัดทำประชามติภายในกรอบเวลา 90 วันจะยังคงเป็นไปได้ และสามารถประกาศยุบสภาและเลือกตั้งได้ตามกำหนด โดยวันที่ 22 มีนาคม หรือ 29 มีนาคม 2569 ต่างก็เป็นวันอาทิตย์ที่เหมาะสมทั้งคู่” นพ.ชลน่าน กล่าว






