thansettakij
thansettakij
“เทพไท” หนุนทำประชามติแก้รธน.

“เทพไท” หนุนทำประชามติแก้รธน.

14 ก.ย. 63 | 02:58 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ก.ย. 63 | 10:21 น.

“เทพไท”หนุนทำประชามติแก้รธน. ชี้ คุ้มค่าแง่พัฒนาประชาธิปไตย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 กันยายน 2563) นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวการใช้งบประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นตัวเลขงบประมาณที่คาดการณ์กันไว้ของกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ซึ่งจากข้อเท็จจริงการใช้งบประมาณของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ในแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งทั่วไปหรือการทำประชามติ ก็จะใช้วงเงินประมาณ 3,000 ล้านบาทเท่านั้น และการทำประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ถ้าดูจากไทม์ไลน์ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล พบว่าจะมีการทำประชามติ 1 ครั้ง ก่อนนำทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยเท่านั้น 

การที่บางฝ่ายพยายามพูดถึงวงเงิน 15,000 ล้านบาทต่อการทำประชามติ 1 ครั้ง เป็นการประเมินวงเงินงบประมาณที่เกินจริงเพื่อต้องการก่อให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีในหมู่พี่น้องประชาชนมากกว่า

 

ส่วนตัวเห็นว่าการทำประชามติไม่ว่าจะใช้วงเงินประมาณมากน้อยแค่ไหนก็เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เหมือนกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใช้เม็ดเงินหลายแสนล้านของรัฐบาลที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เพราะฉะนั้น การทำประชามติก็สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้เช่นเดียวกันเพราะมีการจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้กับเจ้าหน้าที่ มีการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้สิทธิ์ในการลงมติ มีการจัดพิมพ์เอกสารเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการลงประชามติ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นการใช้จ่ายภายในประเทศ มีการนำเม็ดเงินทั้งหมดมากระจายเป็นรายได้หมุนเวียนภายในประเทศ ซึ่งแตกต่างกับโครงการการจัดซื้อเรือดำน้ำ ที่เม็ดเงินงบประมาณต้องไหลออกนอกประเทศ ไม่ได้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือนำเม็ดเงินมาใช้จ่ายหมุนเวียนภายในประเทศแต่อย่างใด  

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

โพล ชี้ประชาชนหนุนแก้รธน.มาตรา272 ตัดอำนาจส.ว.เลือกนายกฯ

"จุรินทร์" แนะ วิป 3 ฝ่ายหาจุดร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เปิดข้อเสนอแก้รธน.60 ตั้งส.ส.ร.รื้อใหม่ทั้งฉบับ

"ไทยภักดี" ต้านแก้ไขรัฐธรรมนูญ

การใช้เงินงบประมาณในการทำประชามติในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการลงทุนด้านการพัฒนาประชาธิปไตย  ซึ่งไม่สามารถประเมินค่าเป็นตัวเลขงบประมาณได้ การใช้งบประมาณเพื่อสร้างประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ว่าจะใช้วงเงินมากน้อยแค่ไหน ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยในประเทศของเรา