thansettakij
thansettakij
ชงแก้ รธน.หมวดพระมหากษัตริย์ เข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง?

ชงแก้ รธน.หมวดพระมหากษัตริย์ เข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง?

20 ส.ค. 63 | 05:33 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ส.ค. 63 | 12:52 น.

"ศรีสุวรรณ" บุก กกต.ร้องสอบ พรรคก้าวไกล ชงแก้รธน.หมวดพระมหากษัตริย์ อาจเข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา (20 สิงหาคม 2563) ที่สำนักงาน กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้อง เพื่อให้ไต่สวนและสอบสวนพรรคก้าวไกล กรณีที่นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่าพรรคก้าวไกลเตรียมจะเสนอญัตติด่วนขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 ร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในหมวดที่ 1 ซึ่งเป็นหมวดทั่วไป และหมวดที่ 2 ที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ ซึ่งหมายรวมถึงข้อเสนอ 10 ข้อของนักศึกษาที่ก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยนั้น
           

การขอแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวดดังกล่าว ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อความรู้สึกของประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก และเป็นการก้าวล่วงที่มิควรเกิดขึ้นกับพรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่เคยปฏิญาณตนว่าจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ซึ่งการจะยื่นญัตติเพื่อขอแก้ไขหมวดที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ ซึ่งมิได้มีข้อความใดที่สร้างความเดือดร้อนและเสียหายให้กับประเทศชาติเลย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

เดินหน้าแก้รธน. ปลดล็อก ม็อบกดดันรัฐบาล

“นายกฯ”หนุนแก้ รธน. แต่ตอบให้ได้ทำเพื่อใคร !

ฟังเสียงประชาชน แก้รัฐธรรมนูญ ปฏิรูปการเมือง

โพลเผยประชาชนไม่มั่นใจแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วการเมืองไทยจะดีขึ้น

 

ดังนั้น การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิด พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ม.92(2) ที่ระบุไว้ชัดเจนว่าเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทําการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น นั่นคือ “กระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข” ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ชัดว่าเพียงแค่ “อาจจะ” ก็เข้าข่ายความผิดแล้ว
             

 

การที่ ส.ส.พรรคดังกล่าวกล่าวอ้างว่า รัฐธรรมนูญ 2560 ม.255 ประกอบ ม.256 จะเป็นตัวกำกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้อยู่แล้ว แต่การเปิดช่องให้มีการแก้ไขหมวดที่ 1 และ 2 เพื่อยกขึ้นมาถกเถียงแล้วนำไปสู่การการแก้ไขหมวดดังกล่าว ย่อมเป็นการเปิดประตูให้นำไปสู่การแก้ไข และสร้างความขัดแย้งในสังคม โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยที่เทิดทูลพระมหากษัตริย์ และจะมีผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม

 

ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้พรรคร่วมฝ่ายค้านหลักได้ยื่นญัตติเพื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้ว โดยไม่แตะต้องหมดที่ 1 และหมวดที่ 2 เลย แต่การให้สัมภาษณ์ของ สส.พรรคก้าวไกลดังกล่าว ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงพฤติการณ์และการกระทำอย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่า พรรคการเมืองดังกล่าวคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์
           

ด้วยเหตุนี้ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงจะนำความมาร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อขอให้ใช้อำนาจตาม พรป.พรรคการเมือง 2650 ม.93 เพื่อยื่นคําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตาม ม.92 ว่าการกระทำของพรรคก้าวไกลเป็นการฝ่าฝืนมาตราดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งถ้ากกต.ตรวจสอบแล้วว่า เข้าข่ายก็สามารถเสนอศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคดังกล่าวต่อไป และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งให้พรรคการเมืองระงับการกระทําดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมาเป็นที่สุดต่อไป

 

ทั้งนี้ หาก ส.ส. รายใดและพรรคการเมืองพรรคใดร่วมลงชื่อยื่นญัตติแก้ไขหมวดดังกล่าว สมาคมฯก็จะมายื่นคำร้องตรวจสอบและเอาผิดต่อไปด้วยเช่นกัน นายศรีสุวรรณ กล่าว