
ส่อง 37 พรรคถูกยุบ ‘เพื่อไทย-อนาคตใหม่ ใครเป็นรายต่อไป?’
ในวันที่พรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นมากมาย แต่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาก็มีจำนวนไม่น้อยที่ล้มหายตายจากไป หลายพรรคถูกยุบเนื่องจากกระทำการขัดกับข้อห้ามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ซึ่งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีอำนาจพิจารณาความสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง และยุบพรรคการเมืองได้
หนึ่งในเงื่อนไขที่สำคัญประการหนึ่ง คือ ภายหลังการขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองถูกต้องและครบถ้วนแล้ว หากพบว่า ข้อบังคับของพรรคการเมืองที่ได้ยื่นไม่เป็นไปตามที่กำหนด กล่าวคือ ต้องไม่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และต้องไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อาจก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างชนในชาติ ครอบงำหรือเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระของ ส.ส.
น่าสนใจว่า ลักษณะต้องห้ามดังกล่าวข้างต้นนี้ กรณีที่ “นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัว หน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่มักจะพูดจนติดปากว่า “หากมีโอกาสเข้ามาเป็นรัฐบาลจะฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง” อาจสุ่มเสี่ยงต่อการถูกยุบพรรคได้ด้วยหรือไม่
ส่วน “พรรคเพื่อไทย” เอง ก็อาจเข้าข่ายกระทำความผิดตาม มาตรา 28 และ 29 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง จากกรณีที่ “นายทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งหลบหนีคดีอยู่นอกประเทศให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นเกี่ยวกับทิศทางของพรรคเพื่อไทย หลายครั้งหลายครา ในลักษณะอาจเข้าข่ายควบคุม ครอบงำ และชี้นำกิจกรรมของพรรคได้
ประวัติศาสตร์กำลังจะ ซํ้ารอยหรือไม่? เพราะก่อนหน้านี้ พรรคในเครือข่ายของ “ทักษิณ” เคยถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกนั้น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบ “พรรคไทยรักไทย” เนื่องจากพบว่า พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรค และนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รองเลขาธิการพรรค ร่วมกันให้เงินสนับสนุนแก่พรรคพัฒนาชาติไทย และพรรคแผ่นดินไทย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ทั้งยังร่วมกันสนับสนุนให้มีการปลอมแปลงเอกสาร อันเป็นการกระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 ผลเชื่อมโยงถึงการมีมติให้ยุบพรรคพัฒนาชาติไทย และ พรรคแผ่นดินไทย ด้วย
อีกครั้งเมื่อปี 2551 กรณีที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ทุจริตการเลือกตั้งที่จังหวัดเชียงราย โดยมีหลักฐานว่า นายยงยุทธ ได้เรียกกำนัน 10 คนที่อำเภอแม่จัน มาพบเพื่อให้ช่วยเหลือในการเลือกตั้งและให้เงินคนละ 20,000 บาท มีผลให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำสั่งยุบพรรคพลังประชาชน เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2551
จากการรวบรวมข้อมูลของ “ฐานเศรษฐกิจ” นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พบว่ามีพรรคการเมืองที่ถูกยุบไปแล้วทั้งสิ้นรวม 37 พรรค โดย “พรรคกิจสังคม” ที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นหัวหน้าพรรคคนแรกนั้น กกต. เพิ่งประกาศให้สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองลง เนื่องจากมีสมาชิกเหลือไม่ถึง 5,000 คน จึงต้องยุบพรรคตามข้อบังคับพรรค สิ้นสภาพความเป็นพรรค การเมืองลง เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับ “พรรครักษ์ถิ่นไทย” ที่นายทะเบียนพรรคยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ(ศาลรธน.) มีคำสั่งยุบพรรค ตามข้อบังคับพรรคเมื่อปี 2549
ในขณะที่ “สาเหตุ” ที่นำไปสู่การยุบพรรคมากที่สุดถึง 17 พรรคการเมืองตลอดหลายสิบปีมานี้ อาทิ กรณีของ “พรรคเพื่อนเกษตรกรไทย” ที่จัดทำรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการ เมืองไม่ถูกต้อง เมื่อให้แก้ไขทางพรรคไม่ได้จัดทำให้ถูกต้องตามเวลาที่กำหนด
ครอบคลุมถึงกรณีที่หัว หน้าพรรคการเมืองไม่ปฏิบัติตามกฎหมายพรรคการเมืองที่ให้จัดทำรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองให้ถูกต้องตามความเป็นจริงตามวิธีที่กำหนด ดังเช่น กรณีของพรรคอธิปไตย พรรคกฤษไทยมั่นคง พรรคสยาม พรรคชีวิตที่ดีกว่า พรรคพลังแผ่นดินไทย พรรคบำรุงเมือง พรรคไทยพอเพียง พรรคดำรงไทย เป็นต้น
รวมถึงกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายพรรคการเมืองที่กำหนดว่า เมื่อได้รับเงินสนับสนุนต้องใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ และจะต้องจัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนพรรคในรอบปีปฏิทินให้ถูกต้องตามความเป็นจริง อาทิ พรรคพลังธรรม พรรคธรรมชาติไทย และพรรคเพื่อนเกษตรกรไทย เป็นต้น ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรค และห้ามกรรมการบริหารไปจัดตั้งพรรคใหม่ หรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรค การเมืองภายใน 5 ปี
และอีกหลายพรรคที่นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค เนื่องจากไม่สามารถดำเนินกิจกรรมได้ตามข้อกำหนด ดังเช่น พรรคพัฒนาสังคมไทย พรรคแรงงาน พรรคชาติพัฒนา พรรคทางเลือกที่สาม พรรคประชาชนไทย พรรคเสรี และพรรครวมพลังไทย เป็นต้น
ต้องเกาะติดกันอย่างใกล้ชิดว่า ระหว่าง “เพื่อไทย” กับ “อนาคตใหม่” พรรคไหนจะเป็นลำดับที่ 38 ต่อจากพรรคกิจสังคม ที่จะถูกยุบพรรค
[caption id="attachment_347372" align="aligncenter" width="335"]
กกต.เท่านั้นจะเป็นผู้ให้คำตอบ...การกระทำต้องห้าม สู่การยุบพรรค
ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ได้ระบุเหตุที่จะทำให้พรรคการเมืองสิ้นสภาพความเป็นพรรค การเมือง และการยุบพรรค การเมือง ออกเป็น 2 ส่วน
โดยส่วนแรก ให้อำนาจ กกต.พิจารณาสิ้นสภาพพรรคการเมืองได้เอง รวม 6 ประการ คือ 1. ไม่แก้ไขข้อบังคับพรรคให้ถูกต้อง 2. ไม่ตั้งสาขาพรรคหรือไม่มีสมาชิกตามที่กำหนด 3. ไม่จัดประชุมใหญ่หรือไม่ดำเนินกิจกรรมเกิน 1 ปี 4. ไม่ส่งผู้สมัครส.ส. 2 สมัย หรือ 8 ปีติดต่อกัน
5. พรรคมีหนี้สินจำนวนมากตามกฎหมายล้มละลาย และ 6. พรรคการ เมืองเลิกตามข้อบังคับพรรค โดยประกาศสิ้นสภาพของพรรคการเมืองและประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยจะส่งผลให้พรรคนั้นสิ้นสภาพตั้งแต่วันที่มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ส่วนที่สอง ให้ กกต.ยื่นให้ศาลรธน.วินิจฉัยยุบพรรคใน 7 ประการ คือ 1. กระทำการล้มล้างการปกครอง 2. กระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง 3. ดำเนินกิจการแสวงหาผลกำไรมาแบ่งปันกัน 4. ให้บุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่สมาชิกควบคุม ครอบงำ ชี้นำกิจกรรมของพรรค ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
5. เสนอหรือสัญญาจะให้เงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นจูงใจให้บุคคลเป็นสมาชิก 6. ตั้งสาขาพรรค ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดนอกราชอาณาจักร และ 7. พรรคหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคสนับสนุนการกระทำ
|เซกชั่น : การเมือง
| โดย : กมลพร ชิระสุวรรณ
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 14 ฉบับ 3414 ระหว่างวันที่ 1 -3 พ.ย 2561






