
GASA ผนึก Gogolook-Meta จัดประชุมต้านสแกมเมอร์ระดับโลกในไทยครั้งแรก
ภาครัฐ-เอกชนทั่วเอเชีย ผนึกกำลังถกแนวทางสกัดเครือข่ายสแกมเมอร์หลอกลวงข้ามชาติ เปิดรายงานสถานการณ์สแกมในเอเชียและไทยปี 2569 พร้อมรับมือภัยคุกคามจาก AI
KEY
POINTS
- GASA, Gogolook และ Meta ร่วมกันจัดประชุมต่อต้านสแกมเมอร์ระดับโลก "Global Anti-Scam Summit Asia" เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 10-11 พฤศจิกายน 2569
- การประชุมมีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อหาแนวทางรับมือเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติและภัยหลอกลวงในยุค AI
- ภายในงานจะมีการเปิดเผยรายงานสถานการณ์ภัยหลอกลวงในเอเชียและประเทศไทยปี 2569 เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทางป้องกันอย่างเป็นระบบ
Global Anti-Scam Alliance (GASA) ผนึก Gogolook ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน Whoscall และ Meta จัดงาน Global Anti-Scam Summit Asia ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 10-11 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ เปิดเวทีความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมทั่วภูมิภาค เพื่อหาแนวทางสกัดเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติที่มีความซับซ้อนมากขึ้น พร้อมยกระดับการคุ้มครองผู้เสียหายและรับมือภัยหลอกลวงในยุค AI
การประชุมครั้งนี้จัดโดย GASA ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมี Gogolook, Meta, Google, Trend Micro, CUBE AI และ Outseer ให้การสนับสนุน ขณะที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีกำหนดกล่าวปาฐกถาเปิดงาน สะท้อนบทบาทของไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือเพื่อสร้างความปลอดภัยในโลกดิจิทัล
นายโยริจ อับราฮัม (Jorij Abraham) กรรมการผู้จัดการ GASA กล่าวว่า เครือข่ายสแกมเมอร์ดำเนินงานข้ามพรมแดนและใช้หลายช่องทางในการก่อเหตุ การรับมือจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การป้องกันความเสียหาย การช่วยเหลือผู้เสียหาย ไปจนถึงการสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรม
ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสำคัญของภูมิภาคและกำลังเผชิญความท้าทายจากเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ นโยบายและมาตรการของไทยจึงมีส่วนสำคัญต่อการยกระดับความปลอดภัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการประชุมที่กรุงเทพฯ จะเปิดโอกาสให้ผู้นำจากหลายประเทศแลกเปลี่ยนประสบการณ์และต่อยอดสู่ความร่วมมือที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
เปิดรายงานสถานการณ์สแกมเอเชีย-ไทยปี 2569
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการนำเสนอข้อค้นพบจากรายงาน State of Scams in Asia 2026 พร้อมเปิดตัวรายงาน State of Scams in Thailand 2026 เพื่อสะท้อนสถานการณ์ภัยหลอกลวงทั้งในระดับภูมิภาคและประเทศไทย โดยข้อมูลดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจเข้าใจรูปแบบภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป และใช้ประกอบการกำหนดแนวทางป้องกันอย่างเป็นระบบ
ตลอดการประชุม 2 วัน ผู้เข้าร่วมจะหารือถึงผลกระทบของศูนย์ปฏิบัติการสแกมเมอร์ (Scam Compounds) รูปแบบการทำงานของเครือข่ายหลอกลวง ประสบการณ์ของผู้รอดชีวิต และปัญหาการค้ามนุษย์ข้ามพรมแดน รวมถึงเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง ระบบต่อต้านสแกมระดับประเทศ ภัยคุกคามจาก AI และการออกแบบบริการดิจิทัลให้มีความปลอดภัยมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับบทบาทของผู้ให้บริการโทรคมนาคมในการสกัดกั้นสายโทรศัพท์และข้อความหลอกลวง ตลอดจนการผลักดันความร่วมมือด้านการวิจัย การบังคับใช้กฎหมาย การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การป้องกันภัย และการให้ความรู้แก่ผู้บริโภค เพื่อเชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายเจฟฟ์ กัว (Jeff Kuo) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โกโกลุค จำกัด ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน Whoscall กล่าวว่า ภัยหลอกลวงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแพลตฟอร์ม อุตสาหกรรม หรือประเทศใดประเทศหนึ่ง การป้องกันความเสียหายจึงต้องอาศัยทั้งการสร้างความรู้เท่าทันกลโกง การลดความเสี่ยง และการแบ่งปันข้อมูลที่จำเป็น เพื่อสกัดกั้นกระบวนการหลอกลวงตั้งแต่การเข้าถึงเหยื่อไปจนถึงขั้นตอนการโอนเงิน
นายเจฟฟ์กล่าวว่า จากประสบการณ์เข้าร่วมการประชุมในไทเปและสิงคโปร์ ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างหลายภาคส่วน โดยคาดหวังว่าการประชุมในกรุงเทพฯ จะช่วยขยายเครือข่ายความร่วมมือและพัฒนาแนวทางป้องกันที่สามารถนำไปใช้ได้จริงทั่วภูมิภาค
ภายในงานยังมีการมอบรางวัล Scam Fighter Awards เพื่อยกย่องโครงการที่มีผลงานเป็นรูปธรรมในการป้องกัน ตรวจจับ และสกัดกั้นการหลอกลวง รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายต่อเครือข่ายอาชญากรรม ซึ่งเป็นอีกกลไกหนึ่งในการสนับสนุนความร่วมมือเพื่อลดผลกระทบจากภัยสแกมในระดับภูมิภาค












