thansettakij
thansettakij
ค่ายรถญี่ปุ่น คาดปี 2027 กำไรหด สงครามดันต้นทุนการผลิต-ค่าขนส่งพุ่ง

ค่ายรถญี่ปุ่น คาดปี 2027 กำไรหด สงครามดันต้นทุนการผลิต-ค่าขนส่งพุ่ง

18 พ.ค. 69 | 02:24 น.
อัปเดตล่าสุด :18 พ.ค. 69 | 02:33 น.

ค่ายรถญี่ปุ่น โตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน ซูซูกิ ประเมินสถานการณ์ธุรกิจใหม่ หลังสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบ ปรับตัวสูงขึ้น

KEY

POINTS

  • ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นรายใหญ่ เช่น โตโยต้า ฮอนด้า และนิสสัน คาดการณ์ว่ากำไรจากการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2027 จะลดลง
  • จากสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งสูงขึ้น กระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง
  • โตโยต้า คาดว่ากำไรจะลดลงราว 20% 

Nikkei Asia รายงานว่า บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น ทั้ง โตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน ซูซูกิ ต่างประเมินว่าผลประกอบการในปีงบประมาณ 2027 จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง

โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน คาดว่ากำไรจากการดำเนินงานในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2027 จะลดลงเหลือ 3 ล้านล้านเยน (ประมาณ 6.2 แสนล้านบาท) จาก 3.77 ล้านล้านเยน (ประมาณ 7.73 แสนล้านบาท) ในปีที่ผ่านมา หรือลดลงราว 20%

บริษัทระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จะสร้างผลกระทบต่อกำไรประมาณ 650,000–670,000 ล้านเยน (1.33 -1.37 แสนล้านบาท) จากต้นทุนวัตถุดิบและโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น

ค่ายรถญี่ปุ่นคาดปี 2027 กำไรหด จากสงครามตะวันออกกลางดันต้นทุนพุ่ง

นิสสัน มอเตอร์ คาดว่ากำไรจากการดำเนินงานปีนี้จะอยู่ที่ 200,000 ล้านเยน (4.1 หมื่นล้านบาท) ส่วนหนึ่งมาจากยอดขายในตะวันออกกลางจะหายไปราว 19,000 คัน แต่ยังเชื่อว่ามาตรการลดต้นทุนและการปรับโครงสร้างธุรกิจจะช่วยพยุงผลประกอบการได้

ด้านฮอนด้าและซูซูกิ แม้ยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขผลกระทบโดยตรงจากสงครามครั้งนี้ แต่ทั้งสองบริษัทกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะในประเทศจีน

นักวิเคราะห์ประเมินว่า กำไรรวมของผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นในปีนี้จะอยู่เพียงประมาณ 50% ของระดับสูงสุดที่เคยทำได้ในช่วงปี 2023–2024 เนื่องจากเผชิญปัจจัยลบหลายด้านพร้อมกัน ได้แก่

  • ราคาพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น
  • ค่าขนส่งและประกันภัยที่เพิ่มขึ้น
  • ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์
  • การแข่งขันจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีน
  • ความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าในสหรัฐฯ

แม้ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น ยังคงมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง แต่ความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และต้นทุนที่สูงขึ้น ย่อมส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและการรักษาระดับกำไรของอุตสาหกรรม หรืออาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะกลับไปสร้างผลกำไรในระดับสูงสุดเช่นเดิม