
รีวิว Nissan Serena S Hybrid รถอเนกประสงค์ รักครอบครัว จ่ายไม่ถึง 1.5 ล้านบาท
รีวิว Nissan Serena S-Hybrid รหัสตัวถัง C27 เอ็มพีวี ที่มีความอเนกประสงค์ ขึ้น-ลง สะดวก ประตูสไลด์ไฟฟ้า 2 ฝั่ง ใน ราคา 1.469 ล้านบาท
แหวกตำราการตลาดทุกเล่มครับ สำหรับนิสสัน ประเทศไทย ด้วยการประกาศขายรถยนต์รุ่นเดียวกัน พร้อมกัน 2 เจเนอเรชัน
นิสสัน เปิดตัว Nissan Serena S-Hybrid รหัสตัวถัง C27 ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2024 ด้วยราคา 1.469 ล้านบาท และบนเวทีเดียวกันยังนำโฉมใหม่ Serena C28 ขุมพลังไฮบริดแบบ e-Power มาจัดแสดง (ยังไม่ประกาศราคา)
จนกระทั่งในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ 2025 ที่ผ่านมา Nissan Serena C28 ก็ประกาศราคาที่ 1.69 ล้านบาท แต่กว่าจะมีรถพร้อมส่งมอบต้องรอถึงเดือนมิถุนายน
สำหรับ Serena C27 นำเข้าจากมาเลเซีย ไม่เสียภาษีนำเข้า ส่วน C28 มาจากญี่ปุ่น ภาษีนำเข้า80% (แต่เสียภาษีสรรพสามิต16% น้อยกว่า C27 ที่โดนเต็มเหนี่ยว 30%)
ผมพยายามแจงให้เห็นที่มาที่ไป และโครงสร้างภาษีที่สะท้อนมาเป็นราคาของรถยนต์ทั้งสองรุ่น ส่วนต้นสายปลายเหตุที่ต้องขาย C27 กับ C28 พร้อมกันในปีเดียวกัน ทางนิสสัน เขาก็มีเหตุผล ทั้งจังหวะเวลา พันธสัญญากับบริษัทแม่ การปรับกลยุทธ์ ซึ่งล้วนมีเป้าหมายระยะสั้นหวังให้ดีลเลอร์ ได้มีรถใหม่มากระตุ้นตลาดบ้าง ก่อนที่ทัพใหญ่(จริงๆ) จะทยอยเปิดตัวหลังปี 2025
ผมมีโอกาสได้ลองขับ Nissan Serena C27 ขุมพลัง S Hybrid ที่ต้องบอกว่าเป็นไมลด์ไฮบริดน้อยๆ (ไม่ถึง 48 โวลต์) โดยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร ไดเรกอินเจกชัน ทำหน้าที่ขับเคลื่อนเป็นหลัก แต่มีชุดมอเตอร์ ISG (Integrated Starter Generator) เทคโนโลยีดั้งเดิม มาช่วยผ่อนเบาภาระเครื่องยนต์ โดยเฉพาะตอนระบบ Auto Start/Stop ทำงาน มอเตอร์ไฟฟ้าตัวนี้ ก็มีกำลังเพียงพอที่จะฉุดเครื่องยนต์ให้ติดขึ้นมาได้
ส่วนพละกำลัง 150 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังลงสู่ล้อหน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับจริงไม่อุ้ยอ้าย และด้วยคุณลักษณะของเกียร์ ยังส่งเสริมให้การขับขี่ราบรื่น ไม่กระตุกกระชาก ซึ่งน่าจะดีต่อคนนั่งด้านหลังด้วย
เอาเป็นว่า ระบบขับเคลื่อนชุดนี้ส่งเสริมกับประเภทของรถ สมรรถนะเดินเรียบ เงียบ นิ่ง ลงตัวกับการใช้งานเป็นรถครอบครัว
ด้านอัตราบริโภคน้ำมัน Nissan Serena S Hybrid ตัวเลขตามอีโคสติกเกอร์ในโหมดเฉลี่ยระบุไว้ 14.2 กม./ลิตร ส่วนการขับจริงของผมเส้นทางกรุงเทพ-พัทยา เดินทางพร้อมกัน 3 คน ไม่มีสัมภาระหนัก ได้ตัวเลขแถวๆ 12-13 กม./ลิตร
ความโดดเด่นของคอมแพกต์เอ็มพีวี เบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง โดยเบาะแถว 2 เป็นแบบ Captain Seat เว้นตรงกลางเป็นทางเดิน Walk-througt แต่มีฟังก์ชันเลื่อนเบาะคู่นี้ให้ชิดติดกันได้ (ใช้มือเลื่อนข้างเบาะรองนั่ง)
ที่สำคัญยังเป็นเอ็มพีวี ราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท ที่ให้ประตูสไลด์ไฟฟ้า 2 ฝั่ง ที่สามารถเปิด-ปิดได้โดยไม่ต้องใช้มือ Hands-free Sliding Door ยื่นเท้าไปที่บริเวณเซนเซอร์ใต้ตัวรถ แล้วประตูจะเปิดออกโดยอัตโนมัติ
ขณะที่ระยะต่ำสุดจากพื้น 160 มม. ยังช่วยให้การเข้า-ออก ภายในห้องโดยสารสะดวก ขึ้นลงสบายต่อเด็กน้อย และผู้สูงอายุ ทั้งยังเสริมฟังก์ชัน เมื่อเราเดินทางเป็นครอบครัว คนขับที่พกรีโมทกับตัว ลงรถก็สามารถเดินนำหน้า ทิ้งรถไปก่อนได้เลย แล้วใครลงเป็นคนสุดท้ายให้กดปุ่มล็อกประตูสไลด์จากด้านในก่อน จากนั้นออกมาปิดประตูสไลด์ตามปกติ รถจะล็อกให้อัตโนมัติ
นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันที่เป็นจุดขายคือ Dual Backdoor ไม่ต้องเปิดฝาประตูหลังขึ้นทั้งบาน (ทั้งหนักและกินพื้นที่) โดยแยกเปิดเฉพาะกระจกด้านบนได้(ครึ่งบาน) กรณีเก็บหรือหยิบของชิ้นเล็กๆ บริเวณด้านท้ายรถ
ระบบความปลอดภัย ให้ฟังก์ชัน Active Safety ตัวสำคัญๆ มาพอสมควร เช่น ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning) เตือนจุดบอดด้านข้าง (Blind Spot Warning) และพวก Passive Safety อย่างถุงลมนิรภัย SRS 6 จุด
รวบรัดตัดความ...เอ็มพีวีแห่งความสุข สำหรับการเดินทางแบบครอบครัว อยากให้คนที่เรารักนั่งสบาย เข้าออกสะดวกด้วยพื้นรถเตี้ย หลังคาสูง ส่วนกระจกบานใหญ่ส่งให้รถดูโปร่งโล่ง และทัศนวิสัยการขับขี่ดี ช่วงล่างนุ่มๆ แถมได้ประตูสไลด์ไฟฟ้า 2 ฝั่งในราคาต่ำกว่า 1.5 ล้านบาท ถือว่าน่าสนใจ Nissan Serena C27 ยังเหมาะกับคนที่ไม่สะดวกใจไปไฮบริดแบบ e-Power ที่ในระยะยาวค่าบำรุงรักษาสูงกว่า S-Hybrid ตัวนี้แน่
รีวิว Nissan Serena S Hybrid : กรกิต กสิคุณ







