
รีวิว Porsche Cayenne Facelift 2023 ปรับใหญ่ ปลั๊ก-อินไฮบริดเนียนขึ้น
รีวิว Porsche Cayenne 2023 รุ่นใหม่แบบ Facelift ที่ปอร์เช่จัดการปรับปรุงครั้งใหญ่ ทั้งการออกแบบภายนอก ภายในใหม่ รวมถึงระบบปลั๊ก-อินไฮบริด ที่ขับในโหมด EV ได้ไกลขึ้น
เจเนอเรชันที่ 3 ของ Porsche Cayenne เปิดตัวในระดับโลกตั้งแต่ปี 2017 ถือเป็นเอสยูวีพรีเมี่ยมที่ทำยอดขายเป็นกอบเป็นกำให้กับค่ายรถจากเยอรมนี ซึ่งตลาดหลัก (ขายเยอะ) อยู่ที่สหรัฐอเมริกา และจีน
ส่วนประเทศไทย Cayenne ถือเป็นรถรุ่นที่ขายดีที่สุดในบรรดาปอร์เช่ทุกรุ่น มีสัดส่วนการขายถึง 40% ขณะที่ซาลูนอย่าง Panamera 20% และ EV Taycan 20% ที่เหลือเป็นรุ่นอื่นๆ
ด้วยนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฮบริดของรัฐบาล Porsche Cayenne E-Hybrid (ปลั๊ก-อินไฮบริด) เสียภาษีสรรพสามิต 8% ส่งผลให้ราคาจับต้องได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับโครงสร้างภาษีเก่า หรือรุ่นเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร เทอร์โบ ยังต้องเสียภาษีสรรพสามิตถึง 35% ล่าสุดได้ฤกษ์เฟซลิฟท์ (ไมเนอร์เชนจ์) โดยเอเอเอส กรุ๊ป เปิดรับจองในตัวถังเอสยูวี Porsche Cayenne E-Hybrid ราคาเริ่มต้น 6.59 ล้านบาท ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ V6 ขายอยู่ 7.95 ล้านบาท และ Cayenne S ที่หันมาใช้บล็อก V8 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ราคา 10.5 ล้านบาท ทั้งนี้รุ่นตัวถังคูเป้ของทุกขุมพลังราคาจะสูงขึ้น 3 แสนบาท
สำหรับ Porsche Cayenne 2023 ใหม่ ล็อตแรกจะเริ่มส่งมอบในเดือนตุลาคม 2566 แต่ถ้าใครอ่านรีวิวนี้แล้วอยากจองขึ้นมาอาจต้องรอรถถึงไตรมาสสอง ปี 2567 นะครับ
รีวิว Porsche Cayenne Facelift 2023 ปอร์เช่บอกว่า นี่คือการปรับปรุงรถระหว่างกลางโมเดลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ (ปกติรุ่น Facelift ของปอร์เช่ ไม่ปรับเยอะขนาดนี้)
ตามไทม์ไลน์ผมว่า Porsche Cayenne โฉมใหม่แบบ All new เจเนอเรชันที่ 4 น่าจะเปิดตัวอีกไม่เกิน 3 ปีนับจากนี้ โดยพัฒนาบนแพลต ฟอร์มใหม่ และมีขุมพลังไฟฟ้า EV เป็นครั้งแรก
ทว่าตัว Facelift ก็ปรับเยอะ จนน่าตกใจ (ผมว่า BMW X5 หรือ Mercedes Benz GLE ก็คงประหลาดใจ) แม้การเปลี่ยนแปลงภายนอก อาจจะดู ไม่เยอะเท่าภายใน ด้วยฝากระโปรง โคมไฟหน้า กระจังหน้าทรงใหม่ ส่วนภายในที่ชัดๆ คือ คอนโซลกลางคันเกียร์กระปุกหายไป แล้วย้ายตำแหน่งเกียร์ขึ้นไปที่แดชบอร์ด ซึ่ง รูปทรงของเกียร์สั้นๆ เหมือนกับที่ใช้ใน EV Taycan
นอกจากนี้ ยังมีหน้าจอใหม่อีก 2 จอ คือหน้าปัดหลังพวงมาลัยขนาด 12.6 นิ้ว และหน้าจอกลางแบบทัชสรีน ขนาด 12.3 นิ้ว (ใครจะนับHead-up Display ไปด้วยก็ได้) และที่ใหม่คือ จอ 3 ตรงผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 10.9 นิ้ว ซึ่งเป็นออพชันที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกเกือบๆ 5 หมื่นบาท
ผมมีโอกาสบินไปลองขับและ รีวิว Porsche Cayenne 2023 ที่เมืองซัลบวร์ก ประเทศออสเตรีย และด้วยข้อจำกัดของเวลา แถมฝนตกทั้งวัน ทำให้มีเวลาอยู่กับรถน้อยไปนิดครับ ดังนั้นผมจึงมุ่งไปที่รุ่นปลั๊ก-อินไฮบริด E-Hybrid เพียงรุ่นเดียว (ตัวถังคูเป้)
Porsche Cayenne ไม่เพียงแต่คอสเมติกเชนจ์ แต่ขุมพลัง PHEV ได้รับการปรับจูนแบบเป็นเรื่องเป็นราว ตัวเครื่องยนต์บล็อก V6 ขนาด 3.0 ลิตร เทอร์โบ กำลังจะลดลง แต่หันไปเพิ่มประสิทธิผลของมอเตอร์ไฟฟ้าที่กำลังขยับเป็น 176 แรงม้า (เดิม 136 แรงม้า) แรงบิด 460 นิวตัน-เมตร (เดิม 400 นิวตัน-เมตร)
ส่งผลให้กำลังรวมของระบบขับเคลื่อน (เครื่องยนต์+มอเตอร์ไฟฟ้า) ขยับเป็น 470 แรงม้า(เดิม 462 แรงม้า) แต่แรงบิดลดลงเป็น 650 นิวตัน-เมตร (เดิม 700 นิวตัน-เมตร) เมื่อส่งกำลังด้วยเกียร์ดูอัลคลัตช์ 8 สปีด อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ดีขึ้นเป็น 4.9 วินาที สามารถนำพาเอสยูวีความยาวเกือบ 5 เมตร นํ้าหนักตัว 2 ตันครึ่งได้สบาย
รีวิว Porsche Cayenne 2023 รุ่นปลั๊ก-อินไฮบริด ยังเปลี่ยนสเปกของชิ้นส่วนสำคัญอย่างแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเป็นความจุ 25.9 kWh จากเดิม 14 kWh ทำให้ระยะทางวิ่งในโหมด EV เพิ่มเป็น 77-90 กิโลเมตร หรือขยับขึ้นมาใกล้เคียงกับ BMW X5 xDrive 45e แต่ยังน้อยกว่า Mercedes Benz GLE 350de ที่ใช้แบตเตอรี่ 30 kWh วิ่งได้ 100 กม.
ขณะเดียวกันเพื่อรองรับการ ชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบ AC ให้เร็วขึ้น (ยังไม่รองรับ DC) ปอร์เช่เปลี่ยนสเปกออนบอร์ดชาร์จเจอร์เป็น 11 kW จากเดิมที่ใช้ 7.2 kW
การลองขับบนถนนชนบทในประเทศออสเตรีย ผ่านชุมชนเล็กๆ ขึ้น-ลงภูเขา ที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ที่สำคัญคือเจอฝนตกปรอยๆ ตลอดทาง (ออกไปขับบนออโต้บาห์นน้อยมาก) ซึ่งทางแคบคดเคี้ยวแบบนี้ ยิ่งทำให้ผมได้สัมผัสถึง “คลาสการขับขี่ระดับสูง” ของ Porsche Cayenne
เอสยูวีสมรรถนะโดดเด่น พละกำลังจัดจ้าน การควบคุมกระชับสอด คล้องกับช่วงล่าง และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อคอยสนับสนุนให้การขับขี่ทำได้สบายๆ ไม่เครียด (ขับพวงมาลัยซ้ายด้วยนะ) จริงๆ พวงมาลัยของ Porsche Cayenne E-Hybrid Coupe ค่อนข้าง มีนํ้าหนัก (ถ้าเทียบกับ GLE) แต่การบังคับเลี้ยวตอบสนองได้ดีตามที่คิด (โหมดไฮบริด)
การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล การตัดต่อกำลังระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ส่งผลให้อารมณ์การขับขี่รวมๆ เนียนแน่นโดยไม่รู้สึกกระโชกโฮกฮาก สอดคล้องกับช่วงล่างถุงลม (Air Suspension) ที่ปรับปรุงใหม่ โดยใช้เทคนิค 2 Chamber 2 Valve แบ่งห้องอากาศในแอร์สปริงออกเป็น 2 ส่วนคือ บนและล่าง ควบคุมด้วยชุดวาล์ว 2 ตัว
โดยอากาศของทั้ง 2 ห้อง สามารถเชื่อมต่อการทำงานได้ (ปรับตามโหมดและสภาพการขับขี่) ยิ่งในกรณีที่รถต้องการจังหวะยุบและรีบาวด์ เยอะๆ ดังนั้นเทคนิคนี้จะทำให้รถปรับการตอบสนองของช่วงล่างได้รวดเร็วแม่นยำ (ตามสถานการณ์และโหมดการขับขี่) ทั้งระดับความสูงของรถ และจังหวะซับแรงสะเทือนจากพื้นถนน นุ่มหนึบขึ้นไปอีก
รวบรัดตัดความ… Porsche Cayenne E-Hybrid ค่าตัวอาจจะสูงกว่า PHEV คู่แข่งเยอรมนีที่ประกอบในไทย ทั้ง GLE 350de ราคา 4.699 ล้านบาท X5 xDrive 45e ราคา 5.219 ล้านบาท แต่เอสยูวีปอร์เช่ที่นำเข้ามาจากโรงงานสโลวาเกียรุ่นนี้ ช่วงล่าง-การควบคุมออกแนวกลมกล่อมลงตัวกว่า (GLE นุ่มย้วย ส่วน X5 ออกแนวสปอร์ตแข็ง) ยิ่งโฉมเฟซลิฟท์ยังพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฮบริดใหม่ให้เนียนขึ้น แถมวิ่งในโหมด EV ได้ไกลขึ้นด้วย
รีวิว Porsche Cayenne Facelift 2023 : กรกิต กสิคุณ







