
'BMW 7 Series LCI' ปรับครั้งใหญ่ที่สุด สอดรับ Neue Klasse
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เปิดตัว BMW 7 Series (G70) รุ่นปรับปรุงใหม่ LCI ถือเป็นการอัปเกรดรถระหว่างอายุโมเดลที่ครอบคลุมและมากที่สุดใหญ่เท่าที่ค่ายใบพัดสีฟ้าเคยมีมา
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เปิดตัว BMW 7 Series (G70) รุ่นปรับปรุงใหม่ LCI โดยการปรับปรุงครั้งนี้เป็นการนำเทคโนโลยีจากตระกูล Neue Klasse มายกระดับซีดานเรือธง ทั้งการออกแบบ(โดยเฉพาะภายใน) และนวัตกรรมใหม่
BMW 7 Series LCI ยังโดดเด่นด้วยกระจังหน้า BMW kidney Iconic Glow และไฟหน้าคริสตัล BMW Individual รวม 24 ดวง และเป็นครั้งแรกที่มีสีตัวถังแบบ BMW Individual Dual-Finish (ทูโทน) รวมถึงตัวเลือกล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้วจากโรงงาน
ภายห้องโดยสาร G70 ยังปรับเปลี่ยนไปให้สอดคล้องกับรถตระกูล Neue Klasse ที่เข้าสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบด้วยแนวคิด BMW Panoramic iDrive บนระบบปฏิบัติการ BMW Operating System X
ฟีเจอร์สำคัญ
BMW Passenger Screen หน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าขนาด 14.6 นิ้ว ติดตั้งเป็นมาตรฐานเป็นครั้งแรก ให้ความบันเทิงและวิดีโอสตรีมมิ่งได้ แม้ในขณะรถเคลื่อนที่
BMW Panoramic Vision ระบบฉายข้อมูลบนกระจกหน้าตลอดความกว้างของส่วนล่าง เพื่อการแสดงผลที่ชัดเจนและถูกหลักสรีรศาสตร์
BMW Theatre Screen หน้าจอสัมผัสขนาด 31.3 นิ้ว ความละเอียด 8K สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมระบบเสียง Bowers & Wilkins และ 4D audio
นอกจากรูปโฉมภายนอกภายในและฟังก์ชันใหม่แล้ว BMW 7 Series LCI ยังมีทางเลือกขุมพลังที่หลากหลาย โดยเฉพาะ EV อย่าง BMW i7 นำเทคโนโลยีแบตเตอรี่เจนเนอเรชันที่ 6 มาใช้ วิ่งได้ระยะทางกว่า 700 กิโลเมตร (WLTP) รองรับการชาร์จไว DC สูงสุด 250 kW มีให้เลือกตั้งแต่รุ่น i7 50 xDrive ไปจนถึงรุ่นสมรรถนะสูงอย่าง i7 M70 xDrive ที่กำลัง 680 แรงม้า
ส่วนรุ่น ICE เครื่องยนต์เบนซินและดีเซล พร้อมไมลด์ไฮบริด 48 โวลต์ รวมถึงรุ่นปลั๊ก-อินไฮบริด 750e xDrive และ M760e xDrive ที่เพิ่มพละกำลังให้สูงขึ้นกว่าเดิม
ด้านเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง Motorway Assistant รองรับการขับขี่แบบปล่อยมือได้สูงสุดที่ความเร็ว 130 กม./ชม. และระบบ City Assistant ที่ช่วยนำทางแบบ Address-2-Address ครอบคลุมการเลี้ยว การผ่านทางแยก และการตอบสนองต่อสัญญาณไฟจราจรโดยอัตโนมัติ
BMW 7 Series LCI เตรียมเผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลกที่งานปักกิ่ง ออโต้โชว์ 2026 วันที่ 24 เมษายนนี้ ก่อนจะเริ่มสายการผลิตที่โรงงานดิงโกลฟิง และส่งมอบในเดือนกรกฎาคม 2026 ขณะที่เมืองไทยจะพร้อมทำตลาดต้นปี 2027







