BYD ผงาดแซง Tesla ขึ้นแท่นผู้นำรถยนต์ EV โลก ยอดพลิกขั้วแตะ 2.26 ล้านคัน

07 ม.ค. 2569 | 03:51 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ม.ค. 2569 | 04:05 น.

รายงาน Statista ชี้ BYD จากจีนก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลก หลังยอดขายปี 2025 โตแรง สวนทาง Tesla ที่ยอดส่งมอบหดตัวต่อเนื่อง และเสียฐานลูกค้าในยุโรปอย่างหนัก

KEY

POINTS

  • BYD แซงหน้า Tesla ขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โลกในปี 2025 ด้วยยอดขายทั่วโลก 2.26 ล้านคัน ซึ่งเติบโตขึ้น 28%
  • ยอดส่งมอบของ Tesla ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่สอง เหลือ 1.64 ล้านคัน โดยมีปัจจัยจากการลดมาตรการสนับสนุนด้านภาษีและผลกระทบต่อภาพลักษณ์แบรนด์
  • ความสำเร็จของ BYD มาจากการรุกขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุโรปที่ยอดขายเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่า สวนทางกับยอดขายของ Tesla ที่ลดลงในภูมิภาคเดียวกันอย่างมาก

รายงานจาก Statista แพลตฟอร์มข้อมูลและธุรกิจอัจฉริยะระดับโลก ระบุว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โลกในปี 2025 เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อ BYD ผู้ผลิตจากจีน แซงหน้า Tesla ขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โลกในแง่ยอดขายอย่างเป็นทางการ

ข้อมูลระบุว่า BYD มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 28% แตะระดับ 2.26 ล้านคันในปี 2025

ขณะที่ Tesla มียอดส่งมอบลดลงเกือบ 10% เหลือ 1.64 ล้านคัน นับเป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่สองของค่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สัญชาติสหรัฐฯ

Statista ชี้ว่าปัจจัยกดดันยอดขายของ Tesla มาจากหลายด้าน ทั้งการยกเลิกหรือปรับลดมาตรการสนับสนุนด้านภาษีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในหลายประเทศ รวมถึงกระแสวิพากษ์ต่อบทบาททางการเมืองของ Elon Musk ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ในบางตลาด

BYD ผงาดแซง Tesla ขึ้นแท่นผู้นำรถยนต์ EV โลก ยอดพลิกขั้วแตะ 2.26 ล้านคัน

ตลาดยุโรปเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ Tesla เผชิญแรงกดดันมากที่สุด โดยยอดขายในสหภาพยุโรปลดลงเกือบ 40% ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2025 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้บริโภคที่เคยยกให้ Tesla เป็นสัญลักษณ์ของนวัตกรรมและความก้าวหน้า

ในทางกลับกัน BYD เดินหน้าขยายฐานในยุโรปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายในสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าเมื่อเทียบกับปี 2024 สอดคล้องกับกลยุทธ์การรุกตลาดนอกประเทศจีนที่ชัดเจนมากขึ้น

BYD ผงาดแซง Tesla ขึ้นแท่นผู้นำรถยนต์ EV โลก ยอดพลิกขั้วแตะ 2.26 ล้านคัน Statista ระบุเพิ่มเติมว่า แม้ BYD จะเพิ่งเป็นที่รู้จักในตลาดโลกไม่นาน แต่บริษัทสามารถปรับโครงสร้างธุรกิจจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่ “ยานยนต์พลังงานใหม่” ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แบตเตอรี่และปลั๊กอินไฮบริดได้อย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รายใหญ่ที่สุดของโลกในเวลาไม่กี่ปี

การเร่งกำลังการผลิตและขยายตลาดของ BYD ถูกมองว่าอยู่ในระดับเดียวกับช่วงที่ Tesla เคยสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์โลกในระยะแรก สะท้อนการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้นอย่างชัดเจน