net-zero

‘ไทยอีวี’ เปิดโมเดล ดึงรถบรรทุกเปลี่ยนเป็น EV ปั้นคาร์บอนเครดิต 1 ล้านตัน ขายสวิส

In Brief

  • บริษัท ไทยอีวี จำกัด ริเริ่มโครงการเปลี่ยนรถบรรทุกดีเซลเป็นรถไฟฟ้า (EV) จำนวน 8,337 คัน
  • ตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าภายใน 5 ปี เพื่อสร้างเป็นคาร์บอนเครดิตสำหรับขายให้ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
  • รายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตจะถูกนำมาใช้เพื่อลดภาระต้นทุนของรถบรรทุก EV ที่สูงกว่ารถดีเซล และสร้างแรงจูงใจทางการเงินให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ

ก้าวเข้าสู่ปี 2569 กระแสของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ยังเป็นเทรนที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจ เพื่อรับกับสภาวะโลกร้อน โดยในปีนี้ จะเห็นการเปลี่ยนของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย ก้าวผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีรถบรรทุกไฟฟ้า (EV) เป็นหัวจักรสำคัญ

เห็นได้จากการขับเคลื่อนของ บริษัท ไทยอีวี จำกัด ที่รุกหนักด้าน Green Logistics ด้วยการยื่นขอขึ้นทะเบียน Premium T-VER กับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เพื่อเปลี่ยนรถบรรทุกดีเซลเป็น EV จำนวน 8,337 คัน มุ่งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 1 ล้านตันภายใน 5 ปี พร้อมใช้กลไกโอนถ่ายคาร์บอนเครดิตไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้ข้อตกลงมาตรา 6.2 สร้างรายได้มาช่วยลดช่องว่างต้นทุนรถ EV ที่สูงกว่ารถดีเซลถึง 50% และดึงดูดให้ผู้ประกอบการทุกระดับเข้าร่วมโครงการเพื่อผลตอบแทนการลงทุน (IRR) ที่คุ้มค่าและยั่งยืน

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) รายงานว่า บริษัท ไทยอีวี จำกัด ผู้ให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์รายใหญ่ ได้แจ้งความประสงค์พัฒนาโครงการ “Thailand Electric Logistic Programme” หรือโครงการโลจิสติกส์ไฟฟ้าของประเทศไทย จำนวน 5 โครงการ เพื่อขอขึ้นทะเบียนโครงการภายใต้ “โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทยแบบพรีเมียม” (Premium T-VER) กับ อบก. เพื่อแก้ไขปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากรถบรรทุกในภาคการขนส่งของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเปิดรับความคิดเห็นตามเงื่อนไขในการใช้ประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียนและรับรองคาร์บอนเครดิตต่อไป

‘ไทยอีวี’ เปิดโมเดล ดึงรถบรรทุกเปลี่ยนเป็น EV ปั้นคาร์บอนเครดิต 1 ล้านตัน ขายสวิส

ทั้งนี้ 5 โครงการดังกล่าว พัฒนาโดย บริษัท ไทยอีวี โดยจะนำรถบรรทุกไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV trucks) ใหม่มาใช้ และสถานีชาร์จที่ใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อเปลี่ยนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ จากแนวทางการดำเนินธุรกิจตามปกติที่พึ่งพายานพาหนะดีเซลแบบดั้งเดิม ไปสู่กองยานพาหนะที่มีคาร์บอนตํ่า จำนวน 8.337 คัน ด้วยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (ความจุ 61-423 kWh ) ขึ้นไป เพื่อให้เกิดการปล่อยไอเสียเป็นศูนย์

ครอบคลุมตั้งแต่ รถบรรทุก BEV ประเภทต่าง ๆ ได้แก่ รถ 4 ล้อ, 6 ล้อ, 10 ล้อ, หัวลากจูง, และรถบรรทุกประเภทอื่น ๆ เช่น รถบรรทุกที่ไม่ได้วิ่งบนถนน (non-road trucks) ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจนถึงสิ้นปี 2573 ได้ราว 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂e) ตลอดช่วงระยะเวลาให้เครดิตระยะเวลา 5 ปี

โดยผู้พัฒนาโครงการได้ออกแบบ เงื่อนไข ให้ผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการครอบคลุมธุรกิจโลจิสติกส์ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงผู้ที่ซื้อยานพาหนะโดยตรงจากบริษัท ไทยอีวี และผู้ที่เข้าร่วมแพลตฟอร์มเปิดของไทยอีวีประกอบด้วยบุคคลทั่วไป, SME, และองค์กรต่าง ๆ ที่ดำเนินงานรถบรรทุก EV ที่ได้รับอนุญาต และแพลตฟอร์มเปิด (ซึ่งเป็นกลุ่มตัวแทนผสมของผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายอื่น ๆ และผู้ประกอบการให้เช่าทรัพย์สิน)

ในรายงานข้อเสนอโครงการ ชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาโครงการดังกล่าว ถูกออกแบบมาเพื่อเอาชนะอุปสรรคสำคัญในการใช้รถ EV ในไทย เช่น ต้นทุนรถที่สูง การขาดแคลนสถานีชาร์จ และข้อจำกัดด้านระยะทางการวิ่ง จำเป็นต้องอาศัยกลไกการโอนถ่ายผลการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับนานาชาติ (ITMOs) ภายใต้ Premium T-VER เพื่อสร้างแรงจูงใจทางการเงิน หรือการสร้างรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตมาช่วย

เนื่องจากการเปลี่ยนรถบรรทุกดีเซลเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (BEV trucks) ทั้งการจัดซื้อรถบรรทุกไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายในการบริหารโครงการทั้งหมดมีต้นทุนที่สูง รถบรรทุกดีเซล (ICE trucks) มีราคาถูกกว่ารถบรรทุกไฟฟ้า (BEV trucks) ประมาณ 50% ทำให้การลงทุนในรถ EV ไม่สามารถแข่งขันได้ในเชิงราคาได้ หรือมีอัตราผลตอบแทนลงทุนตํ่าอยู่ในช่วง 1.65- 5.01% ซึ่งตํ่ากว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นตํ่า (MLR) ที่ใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานของธนาคารพาณิชย์ไทยที่ 6.90%

หากไม่มีรายได้จากคาร์บอนเครดิตมาช่วยชดเชย การลงทุนในรถบรรทุกไฟฟ้าสำหรับผู้ประกอบการขนส่งในปัจจุบัน จะไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่เพียงพอ ที่จะจูงใจให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้ หากไม่มีแรงสนับสนุนทางการเงิน ดังนั้น โครงการนี้จึงต้องอาศัยกลไก ITMOs ภายใต้ Premium T-VER เพื่อสร้างแรงจูงใจทางการเงิน โดยก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงได้ จะถูกถ่ายโอนไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ในขณะที่ไทยอีวี มีข้อเสนอทางเลือกการแบ่งปันผลประโยชน์จาก ITMOs ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ เช่น การจ่ายเงินสดตามผลการลดการปล่อย หรือ ส่วนลดเงินก้อนล่วงหน้า ซึ่งจะทำให้ IRR ของผู้ประกอบการ สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 6.90% ได้