
มอเตอร์โชว์ดันยอดขายรถ มี.ค. พุ่ง! สวนทางส่งออกทรุด พิษ "ปิดช่องแคบฮอร์มุซ"
ตลาดรถยนต์ มี.ค. 69 ฟื้น! รับอานิสงค์ยอดจอง Motor Show 2026 ดันยอดขายในประเทศโตสวนกระแส ขณะที่ส่งออกร่วง หลังปิดช่องแคบฮอร์มุซกระทบตลาดตะวันออกกลาง
กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์ของประเทศ ในเดือนมีนาคม 2569 โดยพบว่าในเดือนมี.ค.ไทยผลิตรถยนต์ทั้งสิ้น 133,413 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2568 ร้อยละ 2.69 ขณะที่ยอดขายรถยนต์ในประเทศ เดือนมีนาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 59,865 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม 2568 ร้อยละ 7.29 ซึ่งตัวเลขที่เติบโตเป็นผลมาจากการส่งมอบรถยนต์ที่จองกว่าหนึ่งแสนคันในงานมอเตอร์ โชว์ 2026ที่ผ่านมา ส่วนตลาดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือนมีนาคม 2569 ส่งออกได้ 80,394 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2568 ร้อยละ 0.64 ทั้งนี้เป็นผลมาจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้การส่งออกรถยนต์ไปตะวันออกกลางลดลงร้อยละ 15.96 จากเดือนมีนาคมปี 2568
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นในเดือนมีนาคม 2569 เพราะมีการผลิตเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นจากการผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.91 และ 3.82 ตามลำดับ ขณะที่ตัวเลขการผลิตรถยนต์ตั้งแต่มกราคม -มีนาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 369,751 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม - มีนาคม 2568 ร้อยละ 5.32
ส่วนยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนมีนาคม 2569 เริ่มฟื้นตัวเมื่อดูจากตัวเลขการขายเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และเทียบกับเดือนที่ผ่านมา โดยยอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้เป็นผลมาจากการส่งมอบรถยนต์ที่จองกว่าหนึ่งแสนคันในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนโดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจองกว่าร้อยละห้าสิบของยอดจอง รวมทั้งรถกระบะดัดแปลง PPV ที่มีบริษัทหนึ่งได้ออกใหม่ช่วงกลางปีที่แล้ว จึงไม่มียอดขายในเดือนมีนาคมปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตามรถกระบะก็ยังขายลดลงร้อยละ 6.36 จากมีนาคมปีก่อนจากการเข้มงวดปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินเพราะเศรษฐกิจของประเทศเติบโตในอัตราต่ำ รายได้ของผู้ซื้ออาจจะไม่สามารถชำระค่างวดได้ครบทุกงวด
นายสุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้รัฐบาลใหม่รีบเสนอนโยบายและงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2670 ต่อรัฐสภาโดยเร็วเพื่อจะได้ลงทุนในโครงการต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในประเทศและนักลงทุนต่างประเทศลงทุนในโครงการต่าง ๆ ได้เร็วขึ้นเพื่อสร้างงานสร้างรายได้คนไทยมากขึ้น เศรษฐกิจไทยจะได้เติบโตไล่เรี่ยกับประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อเศรษฐกิจของประเทศเติบโตในอัตราสูงก็ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างประเทศและในประเทศลงทุนมากขึ้นเป็นวัฏจักรเศรษฐกิจเติบโตในอัตราสูงตลอดไปจนประเทศไทยหลุดพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางเสียที
"ต้องกระตุ้นอุตสาหกรรมที่มีห่วงโซ่อุปทานมาก มีแรงงานจำนวนมากผลิตสินค้ามากขึ้นจากปีที่ผ่านมา ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมจะได้เติบโตเลขสองหลัก ใช้กำลังการผลิตมากกว่าร้อยละ 70 ของกำลังการผลิตทั้งหมด จะได้มีการลงทุนจ้างงานให้คนไทยมีงานทำมากขึ้น"
ขณะที่ตัวเลขยอดขายรถตั้งแต่เดือนมกราคม - มีนาคม 2569 รถยนต์มียอดขาย 182,083 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ร้อยละ 18.86 แยกเป็น
รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 123,445 คันเท่ากับร้อยละ 67.80 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 28.69
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 30,847 คัน เท่ากับร้อยละ 16.94 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 17.54
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 50,141 คัน เท่ากับร้อยละ 27.54 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 120.57
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 1,955 คัน เท่ากับร้อยละ 1.07 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 20.53
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 272 คัน เท่ากับร้อยละ 0.15 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100
- รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 40,230 คัน เท่ากับร้อยละ 22.09 ของยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 20.72
รถกระบะมีจำนวน 38,493 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 4.67 รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 314 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 227.08 รถกระบะ REEV มีจำนวน 3 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย รถกระบะ HEV มีจำนวน 9 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย รถ PPV มีจำนวน 12,127 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 27.18 รถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวน 4,722 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 31.57 รถบรรทุก 5 – 10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 20 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 2,950 คัน ลดลงจากเดือนช่วงกันในปีที่แล้ว 19.60
ด้านตลาดส่งออก นายสุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือนมีนาคม 2569 ทำได้ 80,394 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2568 ร้อยละ 0.64 โดยตัวเลขการส่งออกที่หดตัวลงเล็กน้อยเป็นผลมาจากจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้การส่งออกรถยนต์ไปตะวันออกกลางลดลงร้อยละ 15.96 จากเดือนมีนาคมปี 2568 แต่ส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้นในตลาดออสเตรเลีย แอฟริกา ยุโรป เมริกากลางและอเมริกาใต้
ขณะที่ตัวเลขการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เดือนมกราคม – มีนาคม 2569 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 219,994 คัน ลดลงจากช่วงระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 1.99







