เดือน "กุมภา" เมื่อไหร่จะมา"กุมมือ" ข้อดี Skinship รับวาเลนไทน์

02 ก.พ. 2566 | 22:43 น.

เดือน "กุมภา" เมื่อไหร่จะมา"กุมมือ" รับวาเลนไทน์ เปิดข้อดี Skinship การสัมผัส ประโยชน์ที่มากกว่าแค่โชว์หวาน

เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ ที่หลายคนเรียกว่าเดือนแห่งความรัก นั่นก็เพราะเดือนนี้มีเทศกาลวันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก โดยจุดเริ่มต้น วันวาเลนไทน์ (Valentine's Day) หรือ วันนักบุญวาเลนไทน์ แต่เดิมเพื่อการฉลองให้นักบุญในศาสนาคริสต์ยุคแรก ที่มีชื่อวาเลนตินัส เป็นนักบุญผ็พลีชีพเพื่อศาสนา

ต่อมา นักบวชในนิกายโรมันคาทอลิกเลือกให้ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลองเทศกาลวันแห่งความรัก และดูเหมือนว่ายังคงเป็นธรรมเนียมที่ชายหนุ่มจะเลือกหญิงสาวที่ตนเองพึงใจ โดยมีการกำหนดวันวาเลนไทน์ขึ้นครั้งแรกโดยสมเด็จพระสันตะปาปาเกลาซิอุสที่ 1 ใน ค.ศ. 496 

ในปัจจุบัน วันวาเลนไทน์ กลายเป็นวันสัญลักษณ์ของคู่รัก หลายประเทศมีวัฒนธรรมเฉลิมฉลอง หรือมอบสิ่งของให้กัน ที่แตกต่างกันออกไป ทั้งดอกไม้ ช็อกโกแลต หรือของขวัญแทนใจอื่น นอกจากวัตถุสิ่งของที่ให้กันแล้ว การบอกรัก หรือการสัมผัส การจับมือ การกอด ก็เป็นวิธีแสดงออกถึงความรัก ที่ทำให้หัวใจพองโต ได้ดีทีเดียว

Skinship

ประโยชน์ของการสัมผัส (Skinship)

ทำให้ได้รับการยอมรับมากขึ้น

นิโคลัส แกแก็ง นักวิจัยและนักจิตวิทยาในประเทศฝรั่งเศส ได้ศึกษาเรื่องการเชื่อมโยงของมนุษย์ผ่านการรับรู้จากการสัมผัส โดยเน้นไปยังการสัมผัสเบา ๆ (Light Contact) ด้วยการแตะอีกคนเพียง 1-2 วินาที ซึ่งผลการวิจัยอย่างต่อเนื่อง พบว่าผู้ถูกสัมผัสให้การยอมรับผู้สัมผัสมากขึ้น และยังช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าหาเพศตรงข้ามได้มากขึ้น

ปลอบประโลมจิตใจ

ในการทดลอง Harlow's Monkey ที่ให้ลูกลิงอยู่กับแม่ลิงจำลองที่ทำจากลวดแต่ถืออาหาร กับแม่ลิงจำลองที่มีขนอ่อนนุ่ม พบว่า ลูกลิงใช้เวลาใกล้ชิด และสัมผัสกับแม่ลิงที่มีขนอ่อนนุ่มมากกว่า หรือ จากงานวิจัยที่พบว่าเด็กกำพร้าในโรมาเนียที่ถูกกีดกันการสัมผัส จะมีระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลมากขึ้น ทำให้เด็กมีอาการก้าวร้าว หงุดหงิด และมีพัฒนาการทางอารมณ์ที่ไม่ค่อยดี

ทำให้รู้สึกปลอดภัย

การสัมผัส โดยเฉพาะการกอด ร่างกายจะปล่อยสารออกซิโทซิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกสบายตัว และทำให้รู้สึกปลอดภัย

ทำให้รู้สึกสงบ ผ่อนคลาย

การสัมผัสทำให้สมองหลั่งสารโดปามีน ผลการศึกษาคลื่นสมองโดยใช้เครื่อง PET scan พบว่า ขณะความเครียด การจับมือทำให้คลื่นสมองสงบลง และให้ผลดีขึ้นเมื่อสัมผัสกับคนที่รู้สึกรัก หรือแม้แต่การนวด การทำเล็บ สปา ก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลายจากการสัมผัสเช่นเดียวกัน

เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

จากงานวิจัย เมื่อปี 2014 นักจิตวิทยา เชลดอน โคเฮน และนักวิจัยคนอื่นๆ ที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน กล่าวว่า การกอดสามารถเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้ โดยนักวิจัยได้ให้ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี 404 คน กรอกแบบสอบถาม และสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เพื่อประเมินการสนับสนุนทางสังคม เป็นเวลา 14 วันติดต่อกัน พบว่าผู้ที่ได้รับการกอด และได้รับการสนับสนุนทางสังคมมากกว่า มีโอกาสป่วยน้อยกว่า 

ทำให้สุขภาพจิต และสุขภาพกายดีขึ้น

ผิวหนังเป็นอวัยวะที่มีเส้นประสาท และมีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย เมื่อได้รู้สึกถึงสัมผัสที่ถูกใจและปลอดภัย สมองจะหลั่งฮอร์โมนออกซิโทซิน ทำให้รู้สึกดีและกระชับความผูกพันทางอารมณ์และสังคม ลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าได้ 

ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากว่าเราไม่ได้รับการสัมผัสที่เพียงพอ อาจทำให้รู้สึก เครียด วิตกกังวล หรือหดหู่ได้ เรียกว่าอาการ Touch Starvation หรือ Skin Hunger สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพในด้านอื่นๆตามมาได้

ทั้งนี้ การสัมผัสบุคคลที่ไม่เคยรู้จัก หรือบุคคลที่ไม่ได้มีความสนิทสนม ต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง โดยต้องตระหนักถึงเรื่องของ กาลเทศะ และความยินยอมของอีกฝ่ายด้วย