
สะกิดรัฐ พบข้อสงสัยต้องรีบเตือนและป้องกัน ก่อน "โอไมครอน" ระบาดไทย
"หมอธีระ" เตือนรัฐ การแพร่ระบาดของโอไมครอน ต้องเฝ้าระวังและป้องกันทันที หากพบข้อสงสัยต้องรีบดำเนินการ เผย ECDC ประเมินอีกไม่กี่เดือนระวังโอไมครอนระบาดยุโรปหนัก ย้ำคนไทยการ์ดอย่าตก
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเป็นห่วง การแพร่ระบาดของเชื้อโอไมครอน (Omicron) ว่า ขณะนี้ ทาง ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหภาพยุโรป (European Centre for Disease Prevention and Control : ECDC) ได้ออกเอกสารวิชาการที่ประเมินภาวะคุกคามของโอไมครอน (Omicron) ต่อประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป
สาระใจความสำคัญคือ ประเมินว่าโอไมครอน จะมีความเสี่ยงต่อการระบาดกระจายในทวีปยุโรปเป็นวงกว้างในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยระดับความเสี่ยงสูงถึงสูงมาก (High to very high level)
อีกประการที่รายงานนี้ระบุ และสำคัญมากคือ แนะนำให้มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยรายงานเคส เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ เคสที่ตรวจยืนยันทางพันธุกรรมแล้ว (confirmed case) และเคสที่เป็นไปได้ (probable case) ซึ่งตรวจพบ S-gene drop out หรือ S-gene target failure รวมถึงคนที่มีประวัติสัมผัสกับคนที่ติดเชื้อโอไมครอน หรือแม้แต่สัมผัสกับคนที่เป็น probable case ก็ตาม
ด้วยข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่าประเทศพัฒนาแล้วมีความเข้มงวดจริงจังกับระบบเฝ้าระวัง และการรายงานเคสมาก ไม่ได้รอจนผลตัดสินเป็นถึงที่สุดแล้วค่อยมารายงาน แต่วิกฤติที่มีภาวะคุกคามที่มีความเสี่ยงสูงมากเช่นนี้ จำเป็นต้องมีระบบเฝ้าระวังและรายงานที่มีความไวสูง โดยรายงานถึงเคสที่สงสัย หรือมีความเป็นไปได้ที่จะติดเชื้อด้วย หากพิสูจน์แล้วไม่ใช่ ก็ค่อยตัดออกไปภายหลัง
นี่จึงจะถือเป็นระบบที่เน้นความปลอดภัยสำหรับประชาชนในประเทศ และเป็นประเด็นที่ทุกประเทศรวมถึงประเทศไทย นำมาพิจารณาดำเนินการโดยเร็ว
นอกจากนี้ หมอธีระ ยังอัพเดต เกี่ยวกับเชื้อโอไมครอนอีกว่า ข้อมูลจากการติดตามสายพันธุ์ที่ระบาดในแอฟริกาใต้ของ GISAID สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่า โอไมครอน นั้นครองการระบาดแทนที่เดลต้าอย่างรวดเร็ว
การติดตามลักษณะการติดเชื้อนั้นชี้ให้เห็นสอดคล้องกับคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกว่า มีการติดเชื้อโอไมครอน ในผู้ที่เคยมีประวัติติดเชื้อโรคโควิด-19 มาก่อน หรือที่เรียกว่า การติดเชื้อซ้ำ (Reinfection) มากกว่าการระบาดของสายพันธุ์ก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นเบต้า หรือเดลต้าก็ตาม ถึงประมาณ 2.4 เท่า
ข้อมูลจาก Trevor Bedford, FHCRC และทีมนักวิชาการอื่นๆ ชี้ให้เห็นว่า การระบาดในแอฟริกาใต้ของโอไมครอนนั้น เดิมเดลต้าครองพื้นที่อยู่แต่อยู่ในช่วงขาลงก็จริง แต่การที่ โอไมครอน ระบาดขยายวงอย่างรวดเร็ว ก็แสดงถึงศักยภาพการแพร่เชื้อของมันที่เหนือกว่าเดลต้า โดยจะเกิดจากคุณสมบัติในการแพร่ง่ายขึ้น (R0 มากขึ้น) หรือจะมาจากความสามารถในการดื้อต่อภูมิคุ้มกัน (ไม่ว่าจะจากวัคซีน และ/หรือจากที่เคยติดเชื้อมาก่อน) ก็ตาม ซึ่งคงต้องรอผลการวิจัยว่าจะมาจากเหตุใดกันแน่ และเหตุใดมากว่ากัน
รายงานล่าสุดจาก Medical Research Council ของประเทศแอฟริกาใต้ พยายามสรุปลักษณะผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอน ในช่วงสองสัปดาห์แรกของการระบาด (14-29 November 2021) ในอำเภอ Tshwane ซึ่งอยู่ในจังหวัด Gauteng ที่มีการระบาดมาก ชี้ให้เห็นข้อมูลว่า คนติดเชื้อมีอายุเฉลี่ยน้อยกว่าเดิม โดย 80% อายุน้อยกว่า 50 ปี และมีถึง 19% (ราวหนึ่งในห้าของทั้งหมด) ที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี
ทั้งนี้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีระยะเวลาในการนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลค่อนข้างสั้น 2.8 วัน ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 8.5 วัน จากระลอกก่อนๆ ในรอบ 18 เดือนที่ผ่านมา และมีอัตราการป่วยโดยต้องการใช้ออกซิเจนราว 21% ซึ่งลดลงกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาดังกล่าวยังไม่พบว่ามีอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจำเป็นจะต้องติดตามดูต่อไป เนื่องจากนี่เป็นเพียงภาพโดยคร่าวเพียงแค่สองสัปดาห์แรกของการระบาด และการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตนั้นอาจต้องใช้เวลาประเมินหลังจากนี้ไปอีกหลายสัปดาห์
...สำหรับประชาชนไทย ขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัดเป็นกิจวัตร ใส่หน้ากากเสมอ และเว้นระยะห่างจากคนอื่นเกินหนึ่งเมตร











