
เช็คจุดตรวจ"ฝีดาษวานร"พร้อมอาการบ่งชี้ของโรค-การป้องกันที่นี่
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รับตรวจวิเคราะห์ไวรัส"ฝีดาษวานร"เช็คเลยอาการบ่งชี้มีอะไรบ้าง วิธีป้องกันตนเองจากโรค การฉีดวัคซีนช่วยได้หรือไม่
สถานการณ์ของโรคฝีดาษวานร ในประเทศไทยมีอัตราเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้หน่วยงานของรัฐฯมีการเฝ้าระวังของโรค ในส่วนของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้เปิดให้มีการตรวจวิเคราะห์เชื้อไวรัสฝีดาษวานร โดยการตรวจสารพันธุกรรมไวรัสจีนัส Orthopoxvirus (OPXV) และไวรัส Monkeypox (MPXV) ด้วยเทคนิค Real-time PCR รวมถึงการตรวจจำแนกไวรัสฝีดาษวานรด้วยการทดสอบลำดับพันธุกรรมของเชื้อ โดยสามารถส่งตัวอย่างตรวจโรคติดเชื้อไวรัสฝีดาษวานรได้ที่
- ศูนย์ประสานงานตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคทางห้องปฏิบัติการ (ศปส.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข (อาคาร 1 ชั้น 1) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นนทบุรี โทร. 02-9511485, 02-9510000-11, 02-5899850-8 ต่อ 99248, 99614
ทั้งนี้สามารถตรวจสอบอาการของโรคฝีดาษวานร ว่ามีอาการแบบไหน มีการติดเชื้อผ่านช่องทางใด พร้อมทั้งรู้จักโรคฝีดาษวานรว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร สามารถตรวจสอบได้ดังต่อไปนี้
รู้จักโรคฝีดาษวานร
โรคฝีดาษวานร (Mpox) พบมากในแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก เกิดจากเชื้อไวรัสฝีดาษวานร (Monkeypox Virus; MPXV) เป็นเชื้อไวรัสกลุ่ม Poxviridae จัดอยู่ในจีนัส Orthopoxvirus เชื้อไวรัสฝีดาษวานรเป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคฝีดาษคนหรือไข้ทรพิษ แต่อาการของโรคฝีดาษวานรจะรุนแรงน้อยกว่าโรคฝีดาษคน อาการรุนแรงอาจเกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับปริมาณไวรัสที่ได้รับ สถานะสุขภาพของผู้ป่วย และลักษณะของภาวะแทรกซ้อน ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
โรคฝีดาษวานร สามารถติดเชื้อทางใด
โรคฝีดาษวานร พบในสัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์ในตระกูลลิง และสัตว์ฟันแทะหลายชนิด เช่น หนู กระรอก กระต่าย เป็นต้น สัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งคนก็อาจติดเชื้อได้ โดยคนสามารถติดโรคนี้ได้จากการสัมผัสรอยโรค สารคัดหลั่ง ละอองฝอย และบริเวณที่ปนเปื้อน รวมถึงการรับเชื้อผ่านจากแม่สู่ลูกในครรภ์ รับจากสัตว์ที่ติดเชื้อ เป็นต้น การแพร่เชื้อจากคนสู่คนอาจเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสใกล้ชิด
ลักษณะของโรคฝีดาษวานร
ผู้ป่วยจะแสดงอาการของโรคหลังติดเชื้อระหว่าง 0-5 วัน โดยมีลักษณะ ดังนี้
- มีไข้ หนาวสั่น
- ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และปวดหลัง
- เจ็บคอ
- ต่อมน้ำเหลืองโต
- อ่อนเพลีย
จากนั้น 1-3 วัน หลังจากมีไข้ จะมีผื่นขึ้นที่ใบหน้าและบริเวณแขนขา มากกว่าที่ลำตัว และผื่นจะค่อยๆกลายเป็นตุ่มหนอง จนถึงในระยะสุดท้ายตุ่มหนองจะเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออกมา อาการป่วยจะเป็นอยู่ประมาณ 2-4 สัปดาห์ และผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากโรคได้เอง
การป้องกันโรคฝีดาษวานร
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ
- การฉีดวัคซีนป้องกันหรือที่เรียกว่าการปลูกฝีไข้ทรพิษจะสามารถป้องกันโรคฝีดาษวานรได้ร้อยละ 85 รวมทั้งป้องกันฝีดาษคนได้ด้วยเช่นกัน












