
สรุปยังไง!โมนูพิราเวียร์ไม่ต่างจากยาหลอกในการนอน รพ. ตายจากโควิด
สรุปยังไง!โมนูพิราเวียร์ไม่ต่างจากยาหลอกในการนอน รพ. ตายจากโควิด หมอเฉลิมชัยการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Oxford โดย Professor Butler และคณะ
น.พ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ (หมอเฉลิมชัย) รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ blockdit ส่วนตัว "ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย" โดยมีข้อความว่า
สับสน !! มหาวิทยาลัย Oxford ชี้ว่า ยาโมโนพิราเวียร์ (Molnupiravir) ไม่ได้แตกต่างกับยาหลอก ในเรื่องการนอนโรงพยาบาลและการเสียชีวิตจากโควิด-19
มีรายงานการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Oxford โดย Professor Butler และคณะ
ได้รายงานการศึกษาเบื้องต้น (Preliminary) ที่ยังไม่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารที่มีการกลั่นกรอง (Peer Review)
โดยเป็นการศึกษาในช่วง 8 ธันวาคม 2564 ถึง 27 เมษายน 2565 จำนวนผู้เข้าร่วมการศึกษา 25,783 ราย
เป็นกลุ่มที่ได้รับยาโมโนพิราเวียร์ 12,821 ราย และกลุ่มที่ไม่ได้รับยาโมโนพิราเวียร์ 12,962 ราย
กลุ่มตัวอย่างมีอายุเฉลี่ย 56.6 ปี อายุตั้งแต่ 18-99 ปี และ 99% ได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งเข็มขึ้นไป
โดยมีอาการมาแล้วเฉลี่ย 2 วัน และเริ่มยาในวันที่สาม 87% ได้รับยาจนครบห้าวัน 95.4%
ผลการศึกษาที่น่าตื่นเต้นคือ เมื่อดูการต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือการเสียชีวิตใน 28 วันแรก
กลุ่มที่ได้รับยาและไม่ได้รับยา มีผลของการเข้านอนโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตเท่ากันคือ 0.8% (103 จาก 12,516 ในกลุ่มได้รับยา และ 96 จาก 12,484 ในกลุ่มไม่ได้รับยา)
แต่ผลที่ต่างกันคือ ในกลุ่มที่ได้รับยาจะมีอาการดีขึ้นและหายใน 9 วัน
ในขณะที่กลุ่มไม่ได้รับยาจะต้องใช้เวลานานกว่า 6 วันคือ 15 วัน
นอกจากนั้นจากการตรวจปริมาณไวรัสในวันที่ 7 พบว่ากลุ่มที่ได้รับยา 21% ไม่พบไวรัส
ในขณะที่กลุ่มไม่ได้รับยามีเพียง 3% ที่ไม่พบไวรัส และเมื่อติดตามต่อไป ก็จะพบว่ากลุ่มที่ได้รับยาจะมีปริมาณไวรัสน้อยกว่า
งานวิจัยดังกล่าวเป็นการศึกษาต่อเนื่องมาจากการวิจัยขนาดเล็กของทางบริษัท
ซึ่งมีกลุ่มตัวอย่าง 762 คน พบว่าสามารถลดการนอนโรงพยาบาลได้ 50%
คือในกลุ่มได้รับยานอน 7.3% และไม่ได้รับยา 14.1%
แต่เมื่อศึกษาไปจนครบจำนวน 1433 คน ความแตกต่างได้ลดลงเหลือ 6.8 กับ 9.7%
จึงทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ในอังกฤษกันมาก ถึงความคุ้มค่าที่อังกฤษสั่งยาเข้ามาเป็นจำนวนมาก
เนื่องจากอังกฤษเป็นประเทศแรกที่อนุมัติการใช้ยาโมโนพิราเวียของบริษัท MSD ตั้งแต่พฤศจิกายน 2564
โดยมีข้อบ่งชี้ให้ใช้ในผู้ที่มีอาการน้อยถึงปานกลาง และมีปัจจัยเสี่ยง
ทางการอังกฤษได้มีการสั่งซื้อยาไปไปกว่า 2,000,000 โดส และในแต่ละโดสมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 600 ปอนด์












