
สมุนไพรไทยเจ๋ง 'ขมิ้นชัน รกสุกร ทองพันชั่ง' นวัตกรรมเวลเนสตีตลาดมูลค่าสูง
นาโนเทค สวทช. จับมือ 3 พันธมิตรเอกชน เปิดตัวนวัตกรรมเวลเนส จากขมิ้นชัน รกสุกร และทองพันชั่ง ต่อยอดงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ ดันสมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก
KEY
POINTS
- นาโนเทค สวทช. เปิดตัว 3 นวัตกรรมจากสมุนไพรไทยที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชนเพื่อเจาะตลาดเวลเนสมูลค่าสูง
- ผลิตภัณฑ์เด่นประกอบด้วยเม็ดฟู่ขมิ้นชันดูแลข้อ, ครีมลดฝ้าจากสารสกัดรกสุกร และสเปรย์ทองพันชั่งสำหรับผิวหนังสัตว์เลี้ยง
- โครงการใช้โมเดล "ทางลัดสู่นวัตกรรม" เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคธุรกิจ โดยพัฒนาต้นแบบให้เอกชนนำไปทดสอบตลาดก่อนตัดสินใจลงทุน
- มีเป้าหมายเพื่อยกระดับสมุนไพรไทยจากวัตถุดิบสู่ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ เพื่อแข่งขันในตลาดโลก
กระแส "เวลเนส" (Wellness) กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลก จากการดูแลสุขภาพเมื่อป่วย มาเป็นการดูแลตัวเองเชิงป้องกันแบบองค์รวม ทั้งกาย ใจ และไลฟ์สไตล์ และสมุนไพรไทยกำลังกลายเป็นวัตถุดิบดาวเด่นที่ตอบโจทย์เทรนด์นี้ได้อย่างลงตัว
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดงานแถลงข่าว "จากพลังผลงานวิจัย สู่ตลาดใหม่มูลค่าสูง" เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เปิดตัว 3 นวัตกรรมจากสารสกัดสมุนไพรไทย ที่ผ่านการทดสอบโอกาสทางการตลาดจนภาคเอกชนตัดสินใจรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี ภายใต้โครงการ "การสร้างคุณค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรสู่ตลาดใหม่มูลค่าสูง" มุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และภาคธุรกิจ เพื่อเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทยและสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดมูลค่าสูง
นาโนเทคชูโมเดล "ทางลัดสู่นวัตกรรม" ปิดช่องว่างงานวิจัยกับตลาด
ดร.ภญ. อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการนาโนเทค สวทช. กล่าวว่า นาโนเทคมีนโยบายนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาช่วยพัฒนาสมุนไพรไทยให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีความแตกต่าง และแข่งขันได้ในตลาดมูลค่าสูง โดยโครงการนี้ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมต่องานวิจัยกับความต้องการของภาคธุรกิจ
ผ่านการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ในระดับที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปทดสอบกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ประเมินต้นทุนการผลิต แผนธุรกิจ และโอกาสทางการตลาด ก่อนตัดสินใจรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี
"เราวางกลยุทธ์ให้โครงการนี้ทำหน้าที่เป็นทางลัดสู่นวัตกรรม โดยช่วยปิดช่องว่างระหว่างผลงานวิจัยกับการนำไปผลิตจริงในระดับอุตสาหกรรม เมื่อผู้ประกอบการเห็นโอกาสและมีความมั่นใจในผลงาน จึงเข้าสู่ขั้นตอนการถ่ายทอดเทคโนโลยี ทำให้งานวิจัยมีโอกาสไปถึงผู้ใช้ประโยชน์ได้จริง" ดร.ภญ. อุรชา กล่าว
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบรวม 7 ผลงาน และมีภาคเอกชน 3 รายที่ผ่านการทดสอบตลาดและตัดสินใจรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี
เม็ดฟู่ขมิ้นชัน ดูแลข้อและการเคลื่อนไหว
ดร. ภก.บุญทวี พิทักษ์ตันสกุล ซีอีโอ บริษัท เอชซี แอนด์ พีอาร์ ฟาร์มาซูติคอล จำกัด กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกิดจากความตั้งใจยกระดับพืชเกษตรและพืชสมุนไพรในพื้นที่ให้สร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มแก่เกษตรกร โดยมองการพัฒนาอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ
ผลงานที่บริษัทนำมาพัฒนาภายใต้โครงการ คือ ผลิตภัณฑ์เม็ดฟู่จากอนุภาคขมิ้นชัน (Encapsulated Curcuminoid Effervescent Tablets) ซึ่งนำเทคโนโลยี Encapsulated Curcuminoid มาผสานกับรูปแบบเม็ดฟู่ พร้อมสารเสริมฤทธิ์ Piperine และ UC-II พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพข้อและระบบการเคลื่อนไหว ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีจากการทดสอบกับกลุ่มอาสาสมัคร โดยบริษัทตั้งเป้าต่อยอดโมเดลนี้กับพืชและสมุนไพรอื่นอีกหลากหลายชนิดในอนาคต
สารสกัดรกสุกร เปลี่ยนของเหลือทิ้งเป็นเวชสำอางลดเลือนฝ้าแดด
น.ส. วรรณภา ชินชูศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบโอ บลูม จำกัด ในเครือสระบุรีฟาร์ม กรุ๊ป กล่าวว่า บริษัทมองเห็นโอกาสในการนำวัตถุดิบเหลือจากกระบวนการผลิตภาคปศุสัตว์ โดยเฉพาะรกสุกรซึ่งเดิมต้องกำจัดทิ้งและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่ำ มาพัฒนาต่อยอดด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมกับทีมนักวิจัยนาโนเทค จนได้ผลิตภัณฑ์ลดเลือนฝ้าแดดจากสารสกัดโปรตีนรกสุกร (Porcine Placenta Extract) ที่มีจุดเด่นด้านการยับยั้งการสร้างเม็ดสีและเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับเมลานิน รวมถึงคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ
"งานวิจัยไม่ได้จบอยู่ในห้องทดลอง แต่สามารถนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ สร้างมูลค่าเพิ่ม และเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ได้จริง" น.ส. วรรณภา ย้ำ
สารสกัดทองพันชั่ง-ซาโปนิน ต้านเชื้อราผิวหนังสัตว์เลี้ยง
น.ส. อรวรรณ อำนรรฆสรเดช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนา บริษัท เวทโปรดักส์ รีเซิร์ช แอนด์ อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด (VRI) กล่าวว่า อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทยมีศักยภาพทั้งด้านการผลิต มาตรฐาน และการส่งออก ขณะที่ตลาดให้ความสำคัญกับสุขภาพสัตว์และผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้น จึงเป็นโอกาสนำสมุนไพรไทยต่อยอดจากวัตถุดิบสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
ผลงานของ VRI คือผลิตภัณฑ์ต้นแบบสเปรย์บำรุงผิวหนังสัตว์เลี้ยงจากสารสกัดทองพันชั่งในรูปแบบนาโน ซึ่งคาดว่าจะสามารถต่อยอดสู่ตลาด Pet Health & Pet Care และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสมุนไพรไทยได้ในอนาคต
ก้าวต่อไป ดันสมุนไพรไทยจากงานวิจัยสู่ตลาดโลก
ความสำเร็จของการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้ง 3 ผลงานนำร่อง สะท้อนศักยภาพของกลไกการนำงานวิจัยไปทดสอบตลาดก่อนถ่ายทอดสู่ภาคเอกชน ช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการ ลดความเสี่ยงในการลงทุน และเพิ่มโอกาสที่ผลงานวิจัยจะถูกนำไปใช้ประโยชน์จริง ขณะเดียวกันผู้บริโภคจะมีโอกาสเข้าถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพและมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ พร้อมร่วมผลักดัน "สมุนไพรไทยจากงานวิจัย สู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและตลาดโลก" อย่างเป็นรูปธรรม







