
อย. จับมือ สทน. ใช้รังสีอัพมาตรฐานสมุนไพรไทย เพิ่มมูลค่าสู้ตลาดโลก
อย.ผนึกสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฯ นำเทคโนโลยีฉายรังสีมาใช้กำจัดเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนในสมุนไพร เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ เสริมขีดความสามารถการแข่งขันไทย
KEY
POINTS
- อย. และ สทน. ร่วมมือกันนำเทคโนโลยีการฉายรังสีมาใช้ยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย
- เทคโนโลยีฉายรังสีมีประสิทธิภาพในการลดและกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนในวัตถุดิบ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและคุณสมบัติของสมุนไพร
- เป้าหมายหลักคือการแก้ปัญหาด้านคุณภาพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยในตลาดโลก และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค
การเดินทางเข้าเยี่ยมชมกระบวนการให้บริการและศักยภาพของศูนย์ฉายรังสี สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. โดย นายแพทย์พิเชษฐ พืดขุนทด รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ถือเป็นก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยกับหน่วยงานวิชาการด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ชั้นนำของประเทศ
การร่วมมือกันครั้งนี้เกิดขึ้นบนฐานความจริงที่ว่า อุตสาหกรรมสมุนไพรไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจตลอดจนการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด ทว่าในโครงสร้างการผลิตจริง ผู้ประกอบการไทยยังคงเผชิญความท้าทายหลักรอบด้าน
"เทคโนโลยีการฉายรังสี" ลด-กำจัดเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนในวัตถุดิบ
โดยเฉพาะปัญหาเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบธรรมชาติ และการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามข้อกำหนดอันเข้มงวดของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
จุดประสงค์หลักของการประชุมหารือระหว่าง อย. และ สทน. คือการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ามาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างดังกล่าว โดยเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการและการหารือแนวทางการประยุกต์ใช้ "เทคโนโลยีการฉายรังสี" เพื่อลดและกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนในวัตถุดิบ
รวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรแปรรูป การใช้เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคโดยไม่ใช้น้ำสารเคมีหรือความร้อนสูง แต่ยังเป็นเทคโนโลยีที่สามารถคงคุณลักษณะ สมบัติทางเคมี และคุณภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของสมุนไพรไว้ได้อย่างครบถ้วน
ยกระดับมาตรฐานการผลิตไทย
ผลลัพธ์โดยตรงจากการฉายรังสีคือการเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ผู้บริโภค ขณะเดียวกันยังช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตของไทยให้สอดคล้องกับเกณฑ์ข้อกำหนดด้านสุขอนามัยและคุณภาพของตลาดการค้าสมัยใหม่ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากล ซึ่งเดิมทีปัญหาการปนเปื้อนข้ามพรมแดนมักถูกใช้เป็นข้ออ้างในการกีดกันทางการค้า
นอกจากประเด็นเรื่องเทคโนโลยีการฉายรังสีโดยตรงแล้ว ทั้งสองหน่วยงานยังได้วางกรอบการทำงานร่วมกันในเชิงบูรณาการที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ การถ่ายทอดเทคโนโลยีจากห้องปฏิบัติการไปสู่ภาคอุตสาหกรรมจริง ตลอดจนการสร้างกลไกสนับสนุนให้ผู้ประกอบการทุกระดับ—รวมถึงกลุ่มเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชน—สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการฉายรังสีได้อย่างเหมาะสมและมีต้นทุนที่คุ้มค่า
ยกระดับสมุนไพรไทยครบวงจร
การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าถึงนวัตกรรมนิวเคลียร์นี้จะกลายเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบสมุนไพรต้นน้ำ เปลี่ยนจากสินค้าเกษตรโภคภัณฑ์ธรรมดาให้กลายเป็นวัตถุดิบเกรดมาตรฐานอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สร้างโอกาสในการขยายตลาดใหม่ๆ และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยในระยะยาวได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในมิติของนโยบายและการกำกับดูแล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาได้ระบุถึงทิศทางสำคัญว่า อย. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นหลัก
การมุ่งสร้างความร่วมมือแบบบูรณาการองค์ความรู้ระหว่าง อย. และ สทน. ในครั้งนี้ จะขยายผลไปสู่ความร่วมมือกับภาคส่วนอื่นๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่แปลงปลูก โรงงานแปรรูป จนถึงมือผู้บริโภค
การบูรณาการเทคโนโลยีฉายรังสีเข้ากับกระบวนการพิจารณาอนุญาตและกำกับดูแลมาตรฐานผลิตภัณฑ์ จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ว่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากประเทศไทยมีความปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล และเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยให้สามารถก้าวขึ้นไปแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน







