thansettakij
thansettakij
อย. จับมือ สทน. ใช้รังสีอัพมาตรฐานสมุนไพรไทย สู้ตลาดโลก

อย. จับมือ สทน. ใช้รังสีอัพมาตรฐานสมุนไพรไทย เพิ่มมูลค่าสู้ตลาดโลก

04 ส.ค. 69 | 05:20 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ส.ค. 69 | 05:29 น.

อย.ผนึกสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฯ นำเทคโนโลยีฉายรังสีมาใช้กำจัดเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนในสมุนไพร เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ เสริมขีดความสามารถการแข่งขันไทย

KEY

POINTS

  • อย. และ สทน. ร่วมมือกันนำเทคโนโลยีการฉายรังสีมาใช้ยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย
  • เทคโนโลยีฉายรังสีมีประสิทธิภาพในการลดและกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนในวัตถุดิบ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและคุณสมบัติของสมุนไพร
  • เป้าหมายหลักคือการแก้ปัญหาด้านคุณภาพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยในตลาดโลก และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค

การเดินทางเข้าเยี่ยมชมกระบวนการให้บริการและศักยภาพของศูนย์ฉายรังสี สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. โดย นายแพทย์พิเชษฐ พืดขุนทด รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ถือเป็นก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยกับหน่วยงานวิชาการด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ชั้นนำของประเทศ

การร่วมมือกันครั้งนี้เกิดขึ้นบนฐานความจริงที่ว่า อุตสาหกรรมสมุนไพรไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจตลอดจนการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างเห็นได้ชัด ทว่าในโครงสร้างการผลิตจริง ผู้ประกอบการไทยยังคงเผชิญความท้าทายหลักรอบด้าน

อย.ผนึกสทน. นำเทคโนโลยีฉายรังสีมาใช้กำจัดเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนในสมุนไพร

"เทคโนโลยีการฉายรังสี" ลด-กำจัดเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนในวัตถุดิบ

โดยเฉพาะปัญหาเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบธรรมชาติ และการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามข้อกำหนดอันเข้มงวดของตลาดทั้งในและต่างประเทศ

จุดประสงค์หลักของการประชุมหารือระหว่าง อย. และ สทน. คือการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เข้ามาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างดังกล่าว โดยเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาการและการหารือแนวทางการประยุกต์ใช้ "เทคโนโลยีการฉายรังสี" เพื่อลดและกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนในวัตถุดิบ

รวมถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรแปรรูป การใช้เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคโดยไม่ใช้น้ำสารเคมีหรือความร้อนสูง แต่ยังเป็นเทคโนโลยีที่สามารถคงคุณลักษณะ สมบัติทางเคมี และคุณภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของสมุนไพรไว้ได้อย่างครบถ้วน

 

อย. เยี่ยมชมกระบวนการให้บริการและศักยภาพของศูนย์ฉายรังสี สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

ยกระดับมาตรฐานการผลิตไทย

ผลลัพธ์โดยตรงจากการฉายรังสีคือการเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ผู้บริโภค ขณะเดียวกันยังช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตของไทยให้สอดคล้องกับเกณฑ์ข้อกำหนดด้านสุขอนามัยและคุณภาพของตลาดการค้าสมัยใหม่ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากล ซึ่งเดิมทีปัญหาการปนเปื้อนข้ามพรมแดนมักถูกใช้เป็นข้ออ้างในการกีดกันทางการค้า

นอกจากประเด็นเรื่องเทคโนโลยีการฉายรังสีโดยตรงแล้ว ทั้งสองหน่วยงานยังได้วางกรอบการทำงานร่วมกันในเชิงบูรณาการที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ การถ่ายทอดเทคโนโลยีจากห้องปฏิบัติการไปสู่ภาคอุตสาหกรรมจริง ตลอดจนการสร้างกลไกสนับสนุนให้ผู้ประกอบการทุกระดับ—รวมถึงกลุ่มเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชน—สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการฉายรังสีได้อย่างเหมาะสมและมีต้นทุนที่คุ้มค่า

 

การใช้เทคโนโลยีช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคโดยไม่ใช้น้ำสารเคมีหรือความร้อนสูง

ยกระดับสมุนไพรไทยครบวงจร

การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าถึงนวัตกรรมนิวเคลียร์นี้จะกลายเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบสมุนไพรต้นน้ำ เปลี่ยนจากสินค้าเกษตรโภคภัณฑ์ธรรมดาให้กลายเป็นวัตถุดิบเกรดมาตรฐานอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สร้างโอกาสในการขยายตลาดใหม่ๆ และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยในระยะยาวได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในมิติของนโยบายและการกำกับดูแล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาได้ระบุถึงทิศทางสำคัญว่า อย. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นหลัก

การมุ่งสร้างความร่วมมือแบบบูรณาการองค์ความรู้ระหว่าง อย. และ สทน. ในครั้งนี้ จะขยายผลไปสู่ความร่วมมือกับภาคส่วนอื่นๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่แปลงปลูก โรงงานแปรรูป จนถึงมือผู้บริโภค

การบูรณาการเทคโนโลยีฉายรังสีเข้ากับกระบวนการพิจารณาอนุญาตและกำกับดูแลมาตรฐานผลิตภัณฑ์ จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ว่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากประเทศไทยมีความปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล และเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยให้สามารถก้าวขึ้นไปแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน