thansettakij
thansettakij
เหนือ-อีสานวิกฤต ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่ง แนะวิธีทำ 'ห้องปลอดฝุ่น' ดูแลกลุ่มเสี่ยง

เหนือ-อีสานวิกฤต ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่ง แนะวิธีทำ 'ห้องปลอดฝุ่น' ดูแลกลุ่มเสี่ยง

01 เม.ย. 69 | 04:00 น.
อัปเดตล่าสุด :01 เม.ย. 69 | 04:02 น.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงฝุ่น PM2.5 ที่ยังเกินมาตรฐาน แนะทำ 'ห้องปลอดฝุ่น' ภายในบ้านพร้อมช่องทางค้นหาห้องปลอดฝุ่นใกล้บ้าน เพื่อลดการสัมผัสฝุ่นโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 

KEY

POINTS

  • สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในระดับวิกฤต โดยหลายจังหวัดมีค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐานในระดับสีแดงซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
  • กรมอนามัยแนะนำให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ สร้าง "ห้องปลอดฝุ่น" ภายในบ้านเพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัย
  • คำแนะนำในการทำห้องปลอดฝุ่น ได้แก่ การเลือกห้องที่เหมาะสม ปิดช่องว่างประตูหน้าต่างให้มิดชิด ทำความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ำ และอาจใช้เครื่องฟอกอากาศช่วย
  • สำหรับกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ค่าฝุ่นสูง ควรงดกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด และสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นที่ได้มาตรฐานเมื่อจำเป็นต้องออกนอกบ้าน

จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 69 เวลา 07.00 น. ยังพบ PM2.5 เกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ ระดับสีแดง ใน 8 จังหวัด ได้แก่ จ.น่าน จ.พะเยา จ.ลำปาง จ.ลำพูน จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.แพร่ และ จ.แม่ฮ่องสอน โดยค่าสูงสุดเท่ากับ 330.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่) และอีก 12 จังหวัดในภาคเหนือ และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีส้มนั้น  

นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย แนะนำให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจและโรคหัวใจ จัดทำ "ห้องปลอดฝุ่น" ภายในบ้าน เพื่อใช้เป็นพื้นที่ปลอดภัยซึ่งมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้ 

1. เลือกห้องในบ้านหรืออาคาร สำหรับทำห้องปลอดฝุ่น ห่างจากแหล่งกำเนิดฝุ่น มีช่องว่าง ประตูหน้าต่างน้อย 

2. ปิดประตู-หน้าต่างให้มิดชิดเพื่อลดช่องว่าง ป้องกันฝุ่นจากภายนอกเข้ามาในห้อง 

3. ตรวจสอบรอยรั่วของห้อง เช่น บริเวณประตู หน้าต่าง 

4. ปิดช่อง หรือรูอากาศภายนอกบ้านหรืออาคารด้วยวัสดุปิดผนึก เช่น เทปกาวหรือผ้า เพื่อลดการรั่วไหลของฝุ่นเข้าสู่ห้อง 

นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย

5. เลือกแนวทางทำห้องปลอดฝุ่น ได้แก่ ระบบฟอกอากาศ ระบบเติมอากาศ และระบบฟอกอากาศร่วมกับระบบเติมอากาศ

6. ทำความสะอาดห้องด้วยผ้าชุบน้ำแทน จัดสภาพแวดล้อมภายนอก เพิ่มการระบายอากาศ กรณีใช้เครื่องฟอกอากาศ หมั่นตรวจ และควรเปลี่ยนทุก 6 เดือน นอกจากนี้ควรถอดรองเท้าก่อนเข้าห้องเพื่อลดการเปิด-ปิดประตูโดยไม่จำเป็น 

ด้าน ดร.จิตติมา รอดสวาสดิ์ ผู้อำนวยการกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมอนามัย ขอเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ค่าฝุ่นอย่างใกล้ชิด ผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai, AirBKK หรือ Life Dee หากค่าฝุ่น PM2.5 เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง และหากเกิน 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ควรอยู่ในห้องปลอดฝุ่นเป็นหลัก และสวมหน้ากาก N95 เมื่อจำเป็นต้องออกนอกบ้าน

ดร.จิตติมา รอดสวาสดิ์ ผู้อำนวยการกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ

คำแนะนำสำหรับผู้ที่ไม่สามารถจัดทำห้องปลอดฝุ่นเองได้ 

แนะนำให้ใช้ "ห้องปลอดฝุ่น" ซึ่งมีการจัดไว้ในหลายพื้นที่ เช่น โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานบริการสาธารณสุข รวมถึงสถานที่เอกชน อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ เป็นต้น ค้นหาห้องปลอดฝุ่นได้ พิกัด ห้องปลอดฝุ่น ทั่วประเทศ คลิกที่นี่ 


ทั้งนี้ ประชาชนกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจ ต้องดูแลตนเองเป็นพิเศษในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสีแดง ขอให้งดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากต้องออกภายนอก ให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น โดยเลือกหน้ากากที่มีขนาดที่เหมาะสมกับใบหน้าและสวมใส่ให้กระชับ

หากรู้สึกอึดอัดอาจเข้าไปในอาคารและถอดหน้ากากก่อน และหากสีของหน้ากากเปลี่ยนสีไปจากเดิมหรือฉีกขาดให้เปลี่ยนหน้ากากชิ้นใหม่ทันที หากมีอาการรุนแรงให้รีบไปพบแพทย์ หรือใช้บริการพบแพทย์ของคลินิกมลพิษในสถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือผ่านแอพพลิเคชั่น DMS Telemedicine ของกรมการแพทย์