
รองเลขาฯ สปสช. แจงปมค้างจ่าย 110 ล้านบาท รพ.มงกุฎวัฒนะ
รองเลขาฯ สปสช. แจงปมค้างจ่าย รพ.มงกุฎวัฒนะ 110 ล้านบาท ไม่เป็นความจริง ระบุ อยู่ระหว่างกระบวนการจ่ายตามขั้นตอน 37 ล้านบาท ย้ำไม่กระทบสิทธิบัตรทองของโรงพยาบาลกว่า 4.7 หมื่นคนเตรียมหน่วยบริการรองรับ
KEY
POINTS
- สปสช. ปฏิเสธยอดหนี้ 110 ล้านบาทที่ รพ.มงกุฎวัฒนะทวงถามโดยชี้แจงว่ายอดที่ต้องจ่ายจริงคือประมาณ 37 ล้านบาท
- ความล่าช้าในการจ่ายเงินเกิดจากกระบวนการตรวจสอบข้อมูลช่วงสิ้นปีงบประมาณที่มีหน่วยงานเกี่ยวข้องจำนวนมาก
- สปสช. ยืนยันจะจัดหาหน่วยบริการรองรับผู้ป่วยสิทธิบัตรทองประมาณ 47,000 คน เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบ
จากกรณี พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เดินทางมาที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เพื่อทวงถามการจ่ายค่าบริการดูแลรักษาผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ของรพ.มงกุฎวัฒนะ ระบุว่า สปสช. ค้างจ่ายรวมแล้ว 110 ล้านบาททำให้ไม่สามารถให้บริการผู้ป่วยได้จึงขอหยุดบริการผู้ป่วยนอกชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2568 จนกว่าจะได้รับหนี้ที่คงค้างนั้น
ล่าสุดวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยโดยยืนยันว่า ไม่เป็นความจริงและผู้มีสิทธิบัตรทองที่รับบริการอยู่ตามสิทธิที่ รพ.มงกฎวัฒนะ มีจำนวนประมาณ 47,000 คน ซึ่งสปสช.จะไม่ให้รับผลกระทบโดยจะจัดหน่วยบริการไว้รองรับ
ส่วนกรณีที่ระบุว่า สปสช. มีหนี้ค้างจ่าย รพ.มงกุฎวัฒนะ จำนวน 110 ล้านบาทนั้น ทพ.อรรถพร รองเลขาธิการ สปสช. ระบุว่า ยืนยันไม่ใช่ตัวเลขดังกล่าว เนื่องจากช่วงนี้ติดปีงบประมาณอาจมีกระบวนการต่าง ๆ ทั้งการทบทวน ข้อมูลต่าง ๆ เพราะ กทม.มี Stakeholder ค่อนข้างมาก ทั้งรัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย และรพ.ในส่วนกระทรวงสาธารณสุข
การจะพิจารณาอะไรต้องหารือต้องนำเข้าที่ประชุมให้ตกผลึกกัน จึงมีระยะเวลาดำเนินการ ซึ่งขั้นตอนการจ่ายมีอยู่แล้ว จริงๆตรวจสอบข้อมูล พบว่า ต้องจ่ายให้รพ.มงกุฎวัฒนะประมาณ 37 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลข ณ วันนี้" ทพ.อรรถพรกล่าว






