
'หมอวี' ผ่า 4 ปัญหาใหญ่ที่คนไทยจะเจอ ถ้า สปสช.ไม่เร่งเคลียร์หนี้โรงพยาบาล
สว.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย จี้สปสช.ใช้งบกลาง 8 พันล้าน เคลียร์หนี้ รพ.ที่ขาดสภาพคล่อง ก่อนที่จะไปเริ่มโครงการใหม่ หลังรพ.มงกุฎวัฒนะ หยุดรับบัตรทองเพราะค้างหนี้กว่า 100 ล้าน ชี้ 4 ปัญหาใหญ่คนไทยจะตามมา เสี่ยงได้ยาถูกลงและไม่มีที่รักษา
เรื่องราวความตึงเครียดในระบบสาธารณสุขไทย เมื่อโรงพยาบาลหลายแห่งเริ่มส่งสัญญาณว่า "ไปต่อไม่ไหว" สาเหตุหลักมาจาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ยังคงค้างชำระหนี้ค่ารักษาพยาบาลจำนวนมหาศาล
หนึ่งในนั้นคือ 'โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ' กลายเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด เมื่อ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการ ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2568 ว่า โรงพยาบาลจำเป็นต้องหยุดให้บริการผู้ป่วยนอก (OPD) แก่ผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง ที่ขึ้นตรงกับโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2568 เป็นต้นไป จนเกิดการออกมาเรียกร้องให้ สปสช. จัดการปัญหาหนี้ค้างชำระโรงพยาบาลก่อนที่จะผลักดันโครงการใหม่
นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา คือหนึ่งในผู้ที่ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2568 โดยจี้ไปยัง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หลังคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ในการเสนอของบกลางประมาณ 8,000 ล้านบาท เพื่อจัดสรรให้โรงพยาบาล ใช้บริการต่าง ๆ และรองรับนโยบาย "ฟอกไตฟรีทุกแห่ง"
หวั่น รพ. ลำบาก กระทบผู้ป่วยไม่ได้ยาดี
นพ.วีระพันธ์ เน้นย้ำให้ สปสช. นำงบกลางก้อนนี้มาชำระหนี้ที่ค้างไว้กับโรงพยาบาลให้ครบก่อนที่จะเริ่มโครงการใหม่ ๆ โดยกล่าวเตือนว่า รพ.ลำบาก ประชาชนอาจจะไม่ได้ยาดีนะครับ ท่าน รมต. และเรียกร้องให้สังคมช่วยกันจับตาดูงบประมาณ 8,000 ล้านบาทที่ สปสช. จะได้รับนี้
สว.วีระพันธ์ ชี้ว่า เมื่อ สปสช. ไม่จ่ายเงินคืนตามจำนวนจริง ทำให้เกิดปัญหา "ไม่มีเงินหมุน" ภายในโรงพยาบาล ซึ่งปัญหาดังกล่าวไม่ใช่แค่เรื่องทางบัญชีระหว่างโรงพยาบาลกับ สปสช. แต่คนที่เดือดร้อนที่สุดคือ “ประชาชนผู้ป่วย” และเป็นปัญหาของประชาชนทั้งประเทศ"
ผลกระทบจากการที่โรงพยาบาลขาดสภาพคล่องทางการเงิน ได้แก่
- บริษัทไม่ปล่อยยาให้ เนื่องจากมีการค้างชำระ
- เงินจ่ายบุคลากรมีความล่าช้า
- ห้องผ่าตัดหรือเครื่องมือแพทย์ขาดงบซ่อม
- ยาที่เคยใช้ดีต้องเปลี่ยนเป็นยาราคาถูกแทน
นพ.วีระพันธ์ ระบุว่า นอกจากโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะแล้ว ยังมีรายงานว่า คลินิกในกรุงเทพฯ อีกหลายแห่งก็ทยอย “ปิดตัวลง” ด้วยเหตุผลเดียวกัน คือ ไม่มีเงินหมุนจากกองทุน ทำให้คนไข้จำนวนมากต้องเดินทางไกลขึ้น รอคิวนานขึ้น ได้ยาน้อยลง หรือบางคนไม่มีที่รักษา นพ.วีระพันธ์ ระบุว่า "สุขภาพของคนไทยทุกคน ไม่ควรต้องขึ้นอยู่กับการจ่ายช้าของใครเลยครับ"
สปสช. ยืนยัน งบ 8 พันล้าน ใช้เป็นทุนหมุนเวียนและฟอกไตฟรี
ด้าน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. ได้เปิดเผยว่า งบประมาณ 8,000 ล้านบาทที่ขอมานั้น จะจ่ายให้กับหน่วยบริการผ่าน สปสช. เพื่อให้เป็นทุนหมุนเวียนในการให้บริการกับประชาชนซึ่งมีงบเรื่องการฟอกไตด้วย
นโยบาย "ฟอกไตฟรีทุกแห่ง" เป็นไปตามบัญชานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยให้สิทธิผู้ป่วยสามารถเลือกวิธีการรักษาได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) การล้างไตทางช่องท้อง (PD) หรือการปลูกถ่ายไต
ส่วนกรณีปัญหาขาดสภาพคล่องของโรงพยาบาลนั้น นายพัฒนา กล่าวว่า จากภาพรวมโรงพยาบาลยังมีความแข็งแรง และปัญหาอาจเกิดจากการจัดสรรงบประมาณช้าเร็ว ซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุข เตรียมจัดการให้ และจะพยายามหาแหล่งรายได้อื่น ๆ เพื่อยกระดับการให้บริการต่อไป






