
BDMS ทุ่ม 2.9 หมื่นล้าน ปั้น WellEra ลุมพินี ดันไทยฮับ Wellness โลก
BDMS เปิดตัว "WellEra" Wellness Complex ครบวงจร 2.9 หมื่นล้านบาท ใจกลางลุมพินี ชูแนวคิด Scientific Wellness ผนึก Capella ยกระดับที่อยู่อาศัยเชิงป้องกัน รับเมกะเทรนด์โลก
KEY
POINTS
- BDMS ประกาศลงทุนกว่า 29,000 ล้านบาท เปิดตัวโครงการ "WellEra" ซึ่งเป็นโครงการสุขภาพเชิงบูรณาการ (Wellness Complex) บนทำเลใจกลางย่านลุมพินี
- โครงการ "WellEra" เป็นระบบนิเวศด้านสุขภาวะ (Wellness-Integrated Ecosystem) ที่ผสมผสานการแพทย์ วิทยาศาสตร์ และการใช้ชีวิตเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างต้นแบบการมีสุขภาพดีในชีวิตประจำวัน
- มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของโลก (Wellness Hub of the World)
ในวันที่โลกกำลังเผชิญความท้าทายจากสังคมผู้สูงอายุ และการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ผู้คนยังต้องการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ แนวคิด “Wellness” จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามากำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลก
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS จึงเดินหน้าเปิดประวัติศาสตร์บทใหม่ระดับโลก เปิดตัว WellEra (เวล-เอ-ร่า) โครงการ Wellness-Integrated Ecosystem ด้วยงบลงทุนกว่า 29,000 ล้านบาท บนพื้นที่ทำเลศักยภาพใจกลางย่านลุมพินี ภายใต้แนวคิด “THE DNA OF WORLD WELL-LIVING” ซึ่งเป็นโครงการสุขภาพเชิงบูรณาการ (Wellness Complex) ต่อยอดองค์ความรู้ด้าน Healthcare และ Scientific Wellness ไปสู่การสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนให้การมีสุขภาพที่ดี เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง
5 ทศวรรษ BDMS จากโรงพยาบาลสู่ Wellness
แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS กล่าวว่า กว่า 50 ปีที่ผ่านมา BDMS เติบโตจากโรงพยาบาลขนาด 50 เตียงในซอยศูนย์วิจัย ได้ก้าวสู่เครือข่ายโรงพยาบาล 60 แห่ง ภายใต้ 6 แบรนด์หลัก พร้อมขยายธุรกิจไปสู่เครือข่ายร้านขายยา โรงงานยา และห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ จนกลายเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการดูแลสุขภาพของประเทศไทยในปัจจุบัน
ตลอดเส้นทางการเติบโต BDMS ได้ยึดมั่นในปรัชญาการดูแลสุขภาพที่เชื่อว่า การรอให้ป่วยแล้วมารักษาไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ควรเป็นการดูแลเชิงป้องกันเฉพาะบุคคล ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ BDMS Wellness Clinic และแนวคิดการสร้างสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับคำสอนของ “นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ” ผู้ก่อตั้งที่ว่า “สุขภาพดีไม่ใช่คำอวยพร สุขภาพดีต้องทำเอง” ซึ่งมาจากไลฟ์สไตล์ ทั้งการกิน การออกกำลังกาย และการดูแลสมอง
“สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าสุขภาพดีเกิดจากการใช้ชีวิต และการดูแลสุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเข้ารับการรักษาเมื่อเกิดโรค คนต้องการสิ่งแวดล้อมที่ดี มีต้นไม้ อาหาร และอากาศบริสุทธิ์ ทั้งไม่อยากรู้สึกเหมือนอยู่ในโรงพยาบาล จึงนำไปสู่โปรเจกต์ใหม่ที่ BDMS ตั้งใจจะให้เป็น Wellness Destination บนทำเลใจกลางเมืองติดสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เพื่อให้คนไทยและชาวต่างชาติได้มาใช้ชีวิต พักผ่อน และมีอายุยืนยาว”
“WellEra” โครงการต้นแบบ รับเมกะเทรนด์โลก
ดังนั้น BDMS จึงวางรากฐานแนวคิด Preventive Medicine และ Personalized Healthcare มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ Wellness จะกลายเป็นเมกะเทรนด์ของโลกในปัจจุบัน และแนวคิดดังกล่าวได้ถูกต่อยอดเป็น “WellEra” โครงการต้นแบบ Wellness-Integrated Ecosystem แห่งใหม่ของ BDMS เพื่อสร้างต้นแบบระบบนิเวศด้านสุขภาวะที่หลอมรวมองค์ความรู้ด้านสุขภาพ การแพทย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการใช้ชีวิตเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ภายใต้แนวคิด “THE DNA OF WORLD WELL-LIVING”
แพทย์หญิงปรมาภรณ์ กล่าวว่า โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ใจกลางลุมพินี หนึ่งในทำเลศักยภาพสำคัญของกรุงเทพมหานคร ที่ผสานความเชื่อมโยงของเมือง พื้นที่สีเขียว คุณภาพชีวิต และศักยภาพที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยในระยะยาว เราไม่อยากให้มองโครงการนี้ในมิติของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่อยากให้มองเป็นความพยายามในการหาวิธีดูแลสุขภาพให้ผู้คนมีสุขภาพดีได้จริง เป้าหมายคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ดีขึ้นในระยะยาว
โครงการ “WellEra” มีร่วมมือกับพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน เพื่อพัฒนาในรูปแบบ Luxury Residence ด้วยงบลงทุน 29,000 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นค่าเช่าที่ดินซึ่งมีมูลค่าสูงจากการเป็นทำเลที่ผู้คนต้องการอยู่อาศัย ขณะที่อีกส่วนเป็นค่าก่อสร้าง คลินิก Retreat และอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ โดยโครงการได้เริ่มต้นนับหนึ่งอย่างเป็นทางการแล้ว
ก้าวสำคัญสู่การแบบสุขภาพในอนาคต
นับเป็นก้าวสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีในหลากหลายมิติ เพื่อให้การดูแลสุขภาพไม่ใช่เพียงเป้าหมาย แต่เป็นวิถีชีวิตที่เกิดขึ้นได้จริงในทุกวัน ภายใต้ความเชื่อที่ว่าคุณค่าที่แท้จริงของการแพทย์ไม่ได้อยู่ที่การรักษาโรคเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อให้ผู้คนมีสุขภาพแข็งแรง ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงวัย
“เราเชื่อมั่นว่า โครงการ WellEra สะท้อนถึงพัฒนาการครั้งสำคัญในการก้าวจากบทบาทผู้ให้บริการทางการแพทย์ สู่การร่วมออกแบบอนาคตของการใช้ชีวิตให้กับผู้คนในระยะยาว ภายใต้รากฐานความเชื่อที่ว่าปัจจัยที่กำหนดสุขภาพของผู้คนจะไม่ได้อยู่เพียงในระบบการรักษาพยาบาล หากแต่อยู่ในทุกองค์ประกอบของการดำเนินชีวิต พร้อมกันนี้โครงการดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการต่อยอดจุดแข็งของประเทศไทยบนเวทีโลกในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน”
ภาพสะท้อนสุขภาพของคนในยุคปัจจุบัน
ด้าน นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มบีดีเอ็มเอส เวลเนส บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS กล่าวว่า ปัจจุบันมนุษย์ทั่วโลกมีอายุขัยเฉลี่ย (Lifespan) 71.4 ปี แต่มีช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี (Healthspan) เพียง 61.9 ปี ขณะที่คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 75.3 ปีและมีช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี 65.8 ปี ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าผู้คนจำนวนมากต้องใช้เวลากว่า 10 ปีสุดท้ายอยู่กับความเจ็บป่วยและการพึ่งพาระบบการรักษา
ขณะเดียวกันองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่า พฤติกรรมการใช้ชีวิตและสภาพแวดล้อมรอบตัว มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพไม่แพ้พันธุกรรม ส่งผลให้แนวคิดด้านสุขภาพของโลกเปลี่ยนผ่านจากการดูแลสุขภาพเมื่อเจ็บป่วย (Reactive Healthcare) สู่การส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน (Proactive Healthcare) และ Scientific Wellness ที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้คนมีชีวิตยืนยาวควบคู่กับการมีสุขภาพที่ดี
แนวโน้มดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมที่ให้ความสำคัญกับการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีสุขภาวะ แต่ยังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสนับสนุนวิสัยทัศน์ ‘Wellness Hub Thailand: The Land of Life หรือ ดินแดนแห่งชีวิต’ ที่มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น Wellness Hub ของโลก โดยปัจจุบัน Global Wellness Economy มีมูลค่ากว่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตสู่ 9.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2572
Wellness ไทยมีศักยภาพเติบโตโดดเด่น
ขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของเศรษฐกิจสุขภาพโลก ด้วยมูลค่ากว่า 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.4 ล้านล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากกลุ่มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Tourism ที่เติบโตถึง 36.4% และที่อยู่อาศัยเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Real Estate ที่ขยายตัวกว่า 22.9% ซึ่งนับเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่เติบโตโดดเด่นที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนทั่วโลกไม่ได้มองหาการมีอายุยืนเพียงอย่างเดียว แต่กำลังมองหาระบบนิเวศการใช้ชีวิตที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่ไปกับการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการต่อยอดจุดแข็งด้านบริการสุขภาพ การท่องเที่ยว การบริการแบบไทย อาหารไทย และการแพทย์แผนไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางการเป็น Wellness Hub ของภูมิภาค ทั้งยังสอดคล้องกับทิศทางของภาครัฐที่เดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical & Wellness Hub และตั้งเป้ายกระดับเศรษฐกิจสุขภาพให้มีมูลค่ากว่า 1.98 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นมากกว่า 11% ของ GDP ประเทศในอนาคต”
นายแพทย์ตนุพล กล่าวว่า แนวคิด Wellness-Integrated Ecosystem หรือการสร้างระบบนิเวศที่ออกแบบให้สุขภาพเป็นศูนย์กลางของทุกมิติการใช้ชีวิตของ WellEra นั้น มี BDMS เป็นรากฐานของ Scientific Wellness เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ พร้อมนำหลักการดูแลสุขภาพเชิงวิทยาศาสตร์และเวชศาสตร์ป้องกันสู่การใช้ชีวิตประจำวัน
เพื่อให้การมีสุขภาพดีไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเฉพาะในสถานพยาบาล แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในทุกวันอย่างแท้จริง ผ่าน WellEra Ecosystem ซึ่งประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลักที่ทำงานเชื่อมโยงและเกื้อหนุนกันภายใต้ระบบนิเวศเดียวกัน ได้แก่ 1. Branded Residence ที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพ ที่ผสานมาตรฐานการบริการระดับโลกเข้ากับการอยู่อาศัยเพื่อสุขภาวะ 2. Wellness Clinic คลินิกดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งช่วยให้ผู้คนเข้าใจสุขภาพตนเอง วางแนวทางการดูแลที่เหมาะสม และสร้างพฤติกรรมที่นำไปสู่สุขภาวะที่ดีในระยะยาว
3. Urban Wellness Retreat พื้นที่พักผ่อนฟื้นฟูสุขภาพ ที่ออกแบบเพื่อการพักผ่อน ส่งเสริม สุขภาวะ และการใช้ชีวิตอย่างสมดุล และ 4. Lifestyle Retail พื้นที่ร้านค้าและบริการสำหรับการใช้ชีวิต พบปะ และสร้างคอมมูนิตี้ที่มีคุณภาพ ซึ่งทุกองค์ประกอบล้วนได้รับการออกแบบให้ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อสนับสนุนสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการมีอายุยืนอย่างมีสุข
นอกจากนี้ ยังมีกลยุทธ์ ‘BDMS Wellness Clinic 6S+ Strategy : The Science of Living Well’ ซึ่งต่อยอดจากองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพตามหลัก Scientific Wellness และเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ผ่าน 6 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ Sleep, Strong, Soul, Smart, Social และ Span ซึ่งเป็นรากฐานในการออกแบบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ส่งเสริมสุขภาวะ ตั้งแต่การนอนหลับ การดูแลสุขภาพกายและใจ การใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการใช้ชีวิต การสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่มีคุณภาพ ไปจนถึงการมีอายุยืนอย่างแข็งแรงและมีสุขภาวะที่ดี
พร้อมเสริมด้วยแนวคิด 6S+ Surrounding ที่ต่อยอดจากงานวิจัยที่ระบุว่ามนุษย์ใช้เวลากว่า 90% ของชีวิตภายในอาคาร หายใจกว่า 20,000 ครั้งต่อวัน และใช้เวลาหนึ่งในสามของชีวิตไปกับการนอนหลับ WellEra จึงนำองค์ความรู้ด้าน Scientific Wellnessมาประยุกต์ใช้กับการออกแบบสภาพแวดล้อม ตั้งแต่อากาศ (Air) น้ำ (Water) แสง (Light) เสียง (Sound) ไปจนถึงอุณหภูมิและความชื้นภายในอาคาร (Thermal) เพื่อให้ที่อยู่อาศัยเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่สร้างความแตกต่างให้กับ WellEra คือ “Healthcare Humanware Supported by BDMS” แนวคิดการดูแลสุขภาพที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตประจำวันเข้ากับระบบบริการสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อให้การดูแลสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่อง โดยมีทีมพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์พร้อมให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับบริการจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเฉพาะทางตามความต้องการ
รวมถึงการออกแบบแนวทางดูแลสุขภาพที่สามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับแต่ละช่วงวัยและความต้องการของแต่ละบุคคล (Adaptive Lifetime Integration) พร้อมระบบรองรับเหตุฉุกเฉินด้วยรถพยาบาลและบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศ (Emergency Helicopter & Ambulance) เพื่อสร้างความมั่นใจด้านสุขภาวะ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตในระยะยาว
นายแพทย์ตนุพล กล่าวเพิ่มเติมว่า BDMS ยังสร้างปรากฏการณ์ในการนำปรัชญาด้านการแพทย์มาผสมผสานเข้ากับปรัชญาการบริการระดับโลกจาก Capella ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อสุขภาพอย่างเต็มรูปแบบ ในชื่อ “Capella Residences Bangkok at WellEra” ภายใต้แนวคิดที่ว่า “บ้านที่ดี ไม่ใช่แค่ที่พักอาศัย แต่คือสถานที่ที่ช่วยให้เรานอนดี, หายใจดี, จิตใจสงบ, สุขภาพแข็งแรง และอยู่ดีได้นานขึ้น”
โดยเป็นโครงการที่พักอาศัยภายใต้แบรนด์ Capella แห่งแรกของประเทศไทย ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำมาตรฐานการบริการระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว, ความพิถีพิถัน และการดูแลแบบเฉพาะบุคคล มาหลอมรวมเข้ากับประสบการณ์การอยู่อาศัยในทุกรายละเอียด
สำหรับในปี 2568 ที่ผ่านมา BDMS มีรายได้รวม 113,272 ล้านบาท โดยธุรกิจเวลเนสสามารถสร้างสัดส่วนรายได้ถึง 12% ของรายได้รวมทั้งหมดของเครือ ที่มูลค่าประมาณ 13,600 ล้านบาท ตัวเลขนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า เวลเนสไม่ใช่ธุรกิจเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแกนหลักสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กร
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราได้รับความไว้วางใจจากผู้รับบริการกว่า 150 สัญชาติทั่วโลก ปรากฏการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า ความต้องการด้าน Scientific Wellness กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก และ ‘เวลเนส’ ได้เปลี่ยนผ่านจากโอกาสทางธุรกิจ สู่การเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดอนาคตของระบบสุขภาพ ซึ่ง WellEra จะมีส่วนช่วยผลักดันบทบาทของประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติในการเป็น Wellness Destination of the World







