

KEY
POINTS
บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เดินหน้าผนึกกำลังภาครัฐและเอกชน สร้าง Wellness Economy ผลักดันประเทศไทยสู่ Wellness Hub Thailand, The Land of Life: “The Journey Within”
ความร่วมมือนี้ประกอบไปด้วย BDMS การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB), บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด, สมาคมสปาไทย, สมาคมโรงแรมไทย, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล และ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล, วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (CICM), สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง (TUSAT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, วิทยาลัยดุสิตธานี
บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ Bangkok Airways, บริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, โรงแรมศรีพันวา, โรงแรมเซเลส สมุย, โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท, โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ (Dusit Thani Bangkok), บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, ลังโคม (Lancôme) โดย บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท โอซิม (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน), และ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด (N Health) ทีทผสานการท่องเที่ยว การพักผ่อน และ Scientific Wellness เข้าด้วยกันอย่างลงตัว
นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภารกิจ "The Land of Life" และเป้าหมายติด Top 5 ของโลกสำหรับประเทศไทยเป็นภารกิจที่สำคัญมาก โปรเจกต์ Wellness Hub of Thailand และ The Land of Lifeคือดินแดนแห่งชีวิต ที่จะเชื้อเชิญผู้คนทั่วโลกบินมายัวประเทศไทย แล้วกลับไปด้วยการม่สุขภาพกายแบะสุขภาพใจที่แข็งแรง ซึ่งประเทศไทยสามารถทำได้เต็มศักยภาพถ้าหากร่วมกันขับเคลื่อนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และทุกคน
“ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในปัจจุบันไทยเรามีอันดับ 15 ของโลก และหมอมีความฝันว่าอยากจะเห็นประเทศไทยเราติดติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก โดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์หลายส่วนที่จะเป็นแกนนำที่จะสร้าง The Seamless Health Route เส้นทางสุขภาพแบบไร้รอยต่อ ยกตัวอย่างจาก BDMS Wellness Resort และพันธมิตร Bangkok Airways โรงแรมต่าง ๆ ไปถึงพาร์ททางวิชาการ งานวิจัย มหาวิทยาลัย ตลอดจนสถาบัน ภาคธุรกิจและการเงิน"
ทุกคนจะผนึกกำลังสร้างความแข็งแรง ทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจที่เกี่ยวกับเรื่องการดูแลสุขภาพ อาหารสุขภาพ โรงแรมสุขภาพ การออกกำลังกาย การตรวจร่างกาย ทำ Ecosystem ให้กลายเป็น Wellness Ecosystem เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศไทยไปสู่จุดมุ่งหมาย The Land of Life หรือดินแดนแห่งชีวิต สู่การ ‘ลงทุนระยะยาวเพื่อสุขภาพ’ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก
ขณะที่ ข้อมูลล่าสุดจาก Global Wellness Institute (GWI) ระบุว่า เศรษฐกิจ Wellness ของไทยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 28.4% สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก (2022 – 2023) โดยภาคส่วนที่ขยายตัวโดดเด่นที่สุดคือ ‘การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ’ อ้างอิงจากข้อมูลของ GWI (ปี 2023 – 2024) ภาคการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยขยายตัวอย่างโดดเด่นด้วยอัตราการเติบโต 36.4% สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่เติบโต 37.7% และประเทศอินเดียที่เติบโตเป็นอันดับหนึ่งถึง 57.5% โดยตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนความต้องการของนักเดินทางทั่วโลก แต่ยังแสดงถึงโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ที่จะนำพาเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ
นายชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เหนือสิ่งอื่นใดคือจุดแข็งของประเทศไทยไม่ได้อยู่เพียงความงดงามภายนอก หากอยู่ที่ “พลังแห่งการดูแลซึ่งกันและกัน” ที่ฝังรากลึกอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์การแพทย์แผนไทย การนวด การดูแลแบบองค์รวม ไปจนถึงระบบสาธารณสุขและการแพทย์สมัยใหม่ที่ได้มาตรฐานสากล สิ่งเหล่านี้หลอมรวมกันเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่บทบาทจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพของโลกได้
“ททท. มองว่าแนวคิด Wellness Hub Thailand, The Land of Life: “The Journey Within” เป็นปรากฏการณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวไทยที่ตอบโจทย์โลกยุคปัจจุบัน สามารถสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในทุก ๆ ด้าน ตั้งแต่การท่องเที่ยว การพักผ่อน ไปจนถึงการดูแลสุขภาพ ช่วยเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว (Value per Visitor) สร้างรายได้ และกระจายประโยชน์สู่หลายภาคส่วนในห่วงโซ่อุตสาหกรรม ททท. เชื่อมั่นว่าแนวทางนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพของโลก”
ทั้งนี้ “The Journey Within” คือ ความร่วมมือแบบบูรณาการของเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ผนึกกำลังเป็น Wellness Team Thailand โดยจัดวางบทบาทของพันธมิตรแต่ละภาคส่วนอย่างชัดเจนในโมเดล Travel–Stay–Scientific Wellness เพื่อสร้าง Wellness Ecosystem ที่เชื่อมโยงทั้งระบบ ดังนี้
1.กลุ่มขับเคลื่อนการท่องเที่ยวระดับประเทศ (Travel & Benefits Enabler) ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. (Tourism Authority of Thailand) มีบทบาทส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านคุณภาพชีวิตระดับโลก,สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (Thailand Convention & Exhibition Bureau – TCEB) สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม Wellness ในมิติของอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE),
ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด (Thailand Privilege Card) – เสริมศักยภาพด้านการใช้ชีวิตในเมืองไทยแก่ชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวในประเทศไทย (Long-Stay), บางกอกแอร์เวย์ส (Bangkok Airways) เชื่อมต่อการเดินทางสู่เมืองท่องเที่ยวหลักและเมืองรองด้านสุขภาพ ช่วยให้การเข้าถึง Wellness Destination ของประเทศไทยเป็นไปอย่างสะดวก ราบรื่น และได้มาตรฐานระดับลักชัวรี
2.กลุ่มที่พักและไลฟ์สไตล์เวลเนส (Stay & Lifestyle Experience) ได้แก่ สมาคมโรงแรมไทย (Thai Hotels Association), โรงแรมศรีพันวา (Sri panwa), โรงแรมเซเลส สมุย (CELES SAMUI), โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท (Mövenpick BDMS Wellness Resort), และ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ (Dusit Thani Bangkok) ที่ร่วมกันเสริมสร้างมาตรฐานการบริการพร้อมมอบประสบการณ์การเข้าพักที่ผสานความสะดวกสบายเข้ากับแนวคิด Wellness อย่างเป็นระบบ
ยังมีสยามพิวรรธน์ (Siam Piwat),กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ (King Power), ลังโคม (Lancôme), โอซิม (OSIM) ในฐานะผู้นำระดับสากลด้าน Wellness Technology ยังเข้ามาเติมเต็มมิติของ Recovery & Relaxation รวมถึงบัตรเครดิตเคทีซี (KTC Card) และสมาคมสปาไทย (Thai Spa Association) ที่ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมมาตรฐานธุรกิจสปาและเวลเนสของประเทศ ถ่ายทอดองค์ความรู้และอัตลักษณ์ภูมิปัญญาไทยสู่ระดับนานาชาติ พร้อมผลักดันคุณภาพการบริการให้สอดคล้องกับแนวคิด Wellness มาตรฐานสากล
3.กลุ่มบริการสุขภาพและ Scientific Wellness (Healthcare and Scientific Wellness) ได้แก่ BDMS Wellness Clinic ร่วมกับ N Health โดย BDMS Wellness Clinic ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ที่นำองค์ความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่ และโปรแกรมดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล มาผสานกับศาสตร์แห่ง Scientific Wellness เป็นต้น
ทั้งนี้ BDMS Wellness Clinic จะยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องเป็น Wellness Team Thailand เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน สร้าง Wellness Ecosystem ที่แข็งแกร่ง และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน