
กระทุ้งปมสินบน 'อย.' สมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางฯ ชี้ 'ดุลพินิจ' ช่องโหว่ ต้นตอคอร์รัปชัน
สมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย ให้ความเห็นปม อย. ติดโผองค์กรรับสินบนสูงสุด ชี้ปัจจุบันเป็น "ยุคทอง" พัฒนาดีขึ้น แต่ปัญหาในทุกหน่วยงาน "ดุลพินิจเจ้าหน้าที่" ยังเป็นช่องโหว่เอื้อต่อการเรียกรับผลประโยชน์
KEY
POINTS
- สมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางฯ ชี้ว่าการใช้ 'ดุลพินิจ' ของเจ้าหน้าที่เป็นต้นตอสำคัญของปัญหาคอร์รัปชันและสินบนในหน่วยงานราชการ
- แม้ อย. จะถูกจัดอันดับว่ามีมูลค่าสินบนสูง แต่ในมุมมองผู้ประกอบการมองว่าการทำงานในปัจจุบันดีขึ้นมาก เป็นยุคที่เปิดกว้างและส่งเสริมภาคเอกชนมากกว่าในอดีต
- ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาคือการปรับปรุงกฎหมายให้มีความชัดเจน เป็นสากล และลดช่องว่างที่ต้องอาศัยดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการตีความ
นางเกศมณี เลิศกิจจา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ นายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากกรณีการคอร์รัปชันและการติดสินบนของหน่วยงานที่กำลังประเด็น โดยมีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ติด 1 ใน 10 อันดับแรก ที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมด้านสุขภาพและความงาม รวมไปถึง อาหารและยา ฯลฯ นั้น
ในมุมมองของผู้ประกอบการที่ทำงานร่วมกับ อย.ยังไม่ทราบถึงข้อเท็จจริงเรื่องนี้ และกำลังสืบค้นอยู่ว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เพราะหากมองย้อนกลับไปในอดีต หน่วยงาน อย.ถือว่ามีปัญหาหลายอย่าง
เมื่อพูดคุยกับประกอบการอาจเห็นภาพไม่ตรงกัน บางประการอยู่ใน ‘ดุลพินิจ’ ของเจ้าหน้าที่ภายใต้ขอบเขตของกฏหมายที่ชัดเจน แต่การทำงานร่วมกันค่อนข้างยากลำบาก ขณะที่ปัจจุบันการทำงานของ อย.ร่วมกับภาคเอกชน นับได้ว่าเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดีต่อกัน คณะทำงานเริ่มจะส่งเสริมผู้ประกอบการมากขึ้น
“คณะทำงานของ อย. ยุคปัจจุบันเรียกว่าเปิดโลกทัศน์มากขึ้น คุ้มครองผู้บริโภค ส่งเสริมผู้ประกอบการอย่างแท้จริง ไม่ได้มีวิสัยทัศน์แคบเหมือนเมื่อก่อนซึ่งทำตามนโยบาย คือ คุ้มครองผู้บริโภค ไม่ช่วยผู้ประกอบการ บางครั้งก็พูดเรื่องเดียวกันแต่เหมือนหนังคนละม้วน กรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ทำผิดไปจากนโยบาย แต่ทำให้ฟีดแบ็กไม่ดี”
นางเกศมณี กล่าวว่า คณะทำงาน อย.ในตอนนี้ เจ้าหน้าที่ค่อยๆ ปรับทุกอย่างให้ดีขึ้นตามยุคสมัย อาจเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของ อย. ที่ให้การสนับสนุนและรับฟังซึ่งกันและกัน มีกฎหมายร่วมกันภูมิภาคในอาเซียน มองในทิศทางเดียวกันเพื่อประเทศชาติ และเป็นเรื่องดีที่เกิดขึ้นได้จริง แต่ตราบใดที่มีกฎหมายเยอะและต้องใช้คำว่า ‘ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่’ ทุกหน่วยงานในประเทศไทยก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องคอร์รัปชัน
เรื่องการคอร์รัปชันเรียกว่ามีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เกิดจากข้อกฏหมายที่ยิบย่อย มีเงื่อนไขและกติกาเยอะ ดังนั้นหากอยากลดเรื่องนี้ลงกฎหมายต้องชัดเจนและไม่มากจนเกินไป และจุดสำคัญอย่างยิ่งคือความถูกต้องของผู้ประกอบการ ผู้ใช้บริการ นับเป็นจุดแรกเริ่มที่จะกำหนดว่าจะเกิดคอร์รัปชั่นหรือเปล่า ไม่ใช่แค่พุ่งไปยังหน่วยงานเพียงอย่างเดียว
"บ้านเราต้องทำกฏหมายให้เป็นสากล ชัดเจนและไม่มีดุลยพินิจ เพราะคำว่าดุลยพินิจเป็นปัญหาในระบบเศรษฐกิจไทยทุกกรมกอง ถ้าเมื่อไหร่ต้องใช้ดุลยพินิจในการตัดสินทุกสิ่งอย่าง มันอาจจะเป็นขาวหรือดำได้ กฎหมายเขียนต้องให้ชัด และแน่นอนว่าบ้านเราก็ไม่ได้เป็นบ้านเดียวที่มีคอร์รัปชัน ประเทศอื่นก็มีคอร์รัปชัน Number one หนักและมากกว่า อยู่ที่ว่าแต่ละประเทศจะมีกฏเกณฑ์ของตัวเองอย่างไร"







