thansettakij
thansettakij
เทียบ 'ไทย VS เวียดนาม' อันดับคอร์รัปชัน-การศึกษา-สังคมสูงวัย ใครนำใครแซง

เทียบ 'ไทย VS เวียดนาม' อันดับคอร์รัปชัน-การศึกษา-สังคมสูงวัย ใครนำใครแซง

รายงานพิเศษ : เปรียบเทียบหมัดต่อหมัด ไทย vs เวียดนาม ในรอบหลายปีที่ผ่านมา เมื่อเวียดนามสปีดแซงทั้งความโปร่งใส-คุณภาพการศึกษา ขณะที่ไทย อัตราสูงวัยพุ่ง-อัตราการเกิดต่ำ แต่ก็ยังรักษาป้อมปราการสาธารณสุขเบอร์ 1 อาเซียนไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

KEY

POINTS

  • เวียดนามมีอันดับภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) แซงหน้าไทย โดยในปี 2025 เวียดนามอยู่อันดับที่ 81 ของโลก ขณะที่ไทยร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 116
  • คุณภาพการศึกษาของเวียดนามนำหน้าไทยอย่างชัดเจน โดยผลประเมิน PISA 2022 ชี้ว่าคะแนนของนักเรียนเวียดนามสูงกว่าไทยในทุกวิชาหลัก (คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน)
  • ไทยก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยระดับสูง" อย่างเต็มตัวและมีอัตราการเกิดต่ำเป็นประวัติการณ์ สวนทางกับเวียดนามที่ยังคงมีประชากรวัยแรงงานและอัตราการเกิดที่สูงกว่า
  • ด้านสาธารณสุขเป็นมิติเดียวที่ไทยยังคงเป็นผู้นำ โดยครองอันดับ 5 ของโลกตามดัชนี GHS Index 2021 ขณะที่เวียดนามอยู่อันดับ 65

ในห้วงวันที่ 27–29 พฤษภาคม 2569 สปอตไลต์ทางการทูตฉายจับมายังกรุงเทพมหานคร ในวาระที่ "โต เลิม (To Lam)" ผู้นำสูงสุดแห่งเวียดนาม เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล

การเยือนครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพในโอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต แต่คือการเผชิญหน้ากันของสองชาติที่มีพลวัตการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่แหลมคมที่สุดในภูมิภาค

ธรรมาภิบาล: จุดที่เวียดนาม "แซง" ไทยอย่างสมบูรณ์

หากย้อนกลับไปในปี 2015 ไทยเคยมีความได้เปรียบด้านความโปร่งใสอย่างเห็นได้ชัด โดยมีคะแนน "ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI)" อยู่ที่ 38 คะแนน ขณะที่เวียดนามตามหลังอยู่ที่ 31 คะแนน

ทว่าภาพดังกล่าวได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยคะแนนของทั้งสองชาติเริ่มมาบรรจบกันที่ 36 คะแนนเท่ากันในปี 2020

หลังจากจุดนั้น เวียดนามสปีดแซงไทยอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในปี 2025 คะแนน CPI ของเวียดนามพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 41 คะแนน (อันดับ 81 ของโลก) ในขณะที่ไทยร่วงลงมาเหลือเพียง 33 คะแนน (อันดับ 116) 

สรุป ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index: CPI)

ปี 2015

  • ประเทศไทย มี 38 คะแนน (อันดับ 76 ของโลก)
  • เวียดนาม มี 31 คะแนน (อันดับ 112 ของโลก)

ปี 2020

  • คะแนนของทั้งสองประเทศมาบรรจบกันที่ 36 คะแนนเท่ากัน (อันดับ 104 ของโลก)

ปี 2025

  • เวียดนาม แซงไทยมี 41 คะแนน (อันดับ 81 ของโลก)
  • ไทย คะแนนร่วงเหลือ 33 คะแนน (อันดับ 116 ของโลก)

การศึกษาและทุนมนุษย์: วิกฤตไทยที่โดนทิ้งห่าง

ในมิติของคุณภาพประชากร เวียดนามยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำที่ทิ้งห่างไทยไปทุกขณะ ผลประเมิน PISA 2022 ยืนยันว่านักเรียนเวียดนามมีทักษะคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในระดับที่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD) โดยนักเรียนเวียดนามถึงร้อยละ 72 ผ่านเกณฑ์ทักษะพื้นฐานขั้นต่ำในวิชาคณิตศาสตร์

ในทางตรงกันข้าม ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสภาวะ "ถดถอยเชิงระบบ" คะแนนการอ่านของไทยในปี 2022 ร่วงลงสู่ระดับที่น่ากังวลเพียง 379 คะแนน ซึ่งลดลงถึง 62 คะแนนเมื่อเทียบกับปี 2012 บ่งชี้ว่านักเรียนส่วนใหญ่ขาดความเข้าใจในการจับใจความสำคัญ ซึ่งจะกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ในการสร้างแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมูลค่าสูงในอนาคต

คณิตศาสตร์

  • ในปี 2012 เวียดนาม คะแนนสูงถึง 511 คะแนน ขณะที่ไทยได้เพียง 427 คะแนน
  • ปี 2022 เวียดนามคะแนนลดลงเหลือ 469 คะแนน (ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย OECD 472 คะแนน) ขณะที่ไทยร่วงลงมาอยู่ที่ 394 คะแนน

วิทยาศาสตร์

  • เวียดนามทำคะแนนได้ 472 ในปี 2022 (เท่ากับค่าเฉลี่ย OECD 472 คะแนน)
  • ไทยทำได้เพียง 409 คะแนน

การอ่าน

  • ปี 2022 ไทยร่วงลงสู่ระดับ 379 คะแนน (ลดลง 62 คะแนนเมื่อเทียบกับปี 2012 ส่วนเวียดนาม ได้ 462 คะแนน (ค่าเฉลี่ย OECD 476 คะแนน)

สาธารณสุข: ป้อมปราการสุดท้ายที่ไทยยัง "นำโด่ง"

อย่างไรก็ตาม ในสมรภูมิความมั่นคงทางสุขภาพ ไทยยังคงเป็นเบอร์ 1 ที่หาใครเทียบยาก โดยครองอันดับ 5 ของโลกในดัชนี GHS Index 2021 ด้วยคะแนน 68.2 จุดแข็งสุดยอดของไทยคือระบบการตรวจจับและเฝ้าระวังโรคระบาดที่สมบูรณ์แบบ (ครองอันดับ 1 ของโลกในหมวดนี้) และการเข้าถึงบริการสาธารณสุขถ้วนหน้าที่เข้มแข็ง

ขณะที่เวียดนามแม้จะมีพัฒนาการดีขึ้นหลังวิกฤตโรคระบาด แต่อันดับภาพรวมยังคงอยู่ที่ 65 ของโลก โดยเฉพาะขีดความสามารถของโรงพยาบาลและสิทธิบริการทางการแพทย์ในชุมชนที่ยังคงเผชิญช่องว่างขนาดใหญ่ (ได้คะแนนเพียง 22.5 ในหมวดนี้) 

เศรษฐกิจและประชากร: พลังหนุ่มสาว vs สังคมสูงวัย

มิติเศรษฐกิจปี 2024 GDP ของเวียดนามพุ่งทะยานถึงร้อยละ 7.1 ขณะที่ไทยขยายตัวเพียงร้อยละ 2.5 ปัจจัยตัดสินอยู่ที่ โครงสร้างประชากร ซึ่งไทยก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยระดับสูง" (Aged Society) อย่างเต็มตัว โดยมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปสูงถึงร้อยละ 15.36 และมีอัตราการเกิดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.15

ในขณะที่เวียดนามยังมีสัดส่วนวัยแรงงานสูงถึงร้อยละ 68 และมีอัตราการเกิดทดแทนที่เหนือกว่าไทยเกือบร้อยละ 58 ทำให้เวียดนามมีพลังขับเคลื่อนการผลิตได้ต่อเนื่องกว่าในอีกสองทศวรรษข้างหน้า

สังคมสูงวัย

ปี 2015

  • ประเทศไทยมีสัดส่วนผู้สูงอายุประมาณ 10.5% ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ 6.70%

ปี 2020

  • ประเทศไทยขยับขึ้นเป็น 13.0% ส่วนเวียดนามอยู่ที่ 7.57%

ปี 2024

  • ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ "สังคมสูงวัยระดับสูง" (Aged Society) อย่างเต็มตัวที่ 15.36% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์วิกฤตที่กำหนดไว้ที่ 14% ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ 9.05%

2. วิกฤตการลดลงของประชากรเกิดใหม่

อัตราการเกิดของประเทศไทยลดต่ำลงจนถึงระดับวิกฤตที่คุกคามขีดความสามารถทางการคลังของชาติในอนาคต

อัตราการเจริญพันธุ์รวม (TFR)

  • ประเทศไทย: ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 1.45 (ปี 2015) เหลือ 1.25 (ปี 2020) และต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.15 ในปี 2024 ซึ่งต่ำกว่าจุดสมดุลการทดแทนประชากรอย่างรุนแรง
  • ประเทศเวียดนาม: แม้จะลดลงแต่ยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าไทย โดยเริ่มจาก 2.10 (ปี 2015) เหลือ 1.96 (ปี 2020) และอยู่ที่ 1.89 ในปี 2024

อัตราการเกิดอย่างหยาบ (CBR ต่อ 1,000 คน)

ในปี 2024 เวียดนามมีพลวัตการเกิดที่เหนือกว่าไทยเกือบร้อยละ 58 โดยเวียดนามมีอัตราการเกิดที่ 13.42 คน ต่อประชากร 1,000 คน ขณะที่ไทยเหลือเพียง 8.12 คน

และเวียดนามยังคงได้รับประโยชน์จาก "หน้าต่างแห่งโอกาส" โดยมีสัดส่วนประชากรวัยแรงงาน (15–64 ปี) สูงถึง 68% และมีเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปีอีกกว่า 23% ของประชากรทั้งหมด