
รพ.เอกชน Q1/2569 เผชิญมรสุม ฉุดรายได้-กำไรลด ชี้ครึ่งปีหลังส่งสัญญาณดี
เปิดผลประกอบการรพ.เอกชน ไตรมาส 1/69 เผชิญมรสุมสงครามตะวันออกกลางและเศรษฐกิจชะลอตัวฉุดรายได้ กำไรลด ทั้งผู้ป่วยใน และต่างประเทศ ชี้แนวโน้มครึ่งปีหลังส่งสัญญาณดี
KEY
POINTS
- ผลประกอบการโรงพยาบาลเอกชนส่วนใหญ่ในไตรมาส 1/2569 ชะลอตัว โดยรายได้และกำไรปรับตัวลดลง
- ปัจจัยลบหลักมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบผู้ป่วยต่างชาติ และภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้ป่วยชาวไทยชะลอการรักษาที่ไม่เร่งด่วน
- อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยต่างชาติจากตะวันออกกลางและกลุ่มประเทศ CLMV ยังคงเติบโต และคาดว่าผลการดำเนินงานโดยรวมจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กดดันกำลังซื้อทั่วโลก ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น พฤติกรรมผู้ป่วยที่ชะลอการรักษาไม่เร่งด่วน และผลกระทบจากการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ตลาด Medical Hub ของไทยยังมีแรงหนุนสำคัญจากกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางและ CLMV ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง
พิษสงครามฉุด BDMS กำไรร่วง
ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการจำกัด (มหาชน) หรือ BDMS และบริษัทย่อย มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 28,554 ล้านบาท อยู่ในระดับใกล้เคียงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568 โดยเป็นผลมาจากรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยที่ทรงตัว และรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติเติบโต 1%
หากไม่รวมผลกระทบรายได้ผู้ป่วยชาวกัมพูชาและชาวตะวันออกกลางที่ลดลงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค รายได้ค่ารักษาพยาบาลรวมจะเติบโตประมาณ 3% และรายได้ผู้ป่วยต่างชาติจะเติบโตประมาณ 10% จากไตรมาส 1/2568 มีกำไรสุทธิ 4,058 ล้านบาท ลดลง 7% จากไตรมาส 1/2568
ทั้งนี้ BDMS ยังคงเป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านสุขภาพเอกชนรายใหญ่ ที่สุดในประเทศไทย มีโรงพยาบาลเครือข่ายทั้งสิ้น 60 แห่ง ในภาวะที่มีสถานการณ์ขัดแย้งตะวันออกกลางตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 ส่งผลให้ผู้ป่วยชาวตะวันออกกลางบางส่วนเลื่อนการรักษาพยาบาลในไทยออกไปเนื่องจากปัญหาด้านการเดินทาง นอกจากนี้ราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำให้ผู้ป่วยชาวไทย บางส่วนเลื่อนการรักษาพยาบาลที่ไม่เร่งด่วนออกไป ขณะที่การรักษาโรคที่จำเป็นยังรักษาต่อเนื่อง
ขณะที่กลยุทธ์ปี 2569 จะยังมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศด้านการรักษาพยาบาล เน้นการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในราคาที่เหมาะสม (Value-Based Healthcare) เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางและเตรียมความพร้อมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านต้นทุนยาและเวชภัณฑ์ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารยาและเวชภัณฑ์ให้เพียงพอเพื่อรองรับการให้บริการอย่างต่อเนื่อง
BH ตลาดต่างชาติยังแกร่ง
สำหรับบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ในไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 6,254 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% กําไรสุทธิ 1,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% มาจากรายได้กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 4.2% ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงของรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยที่ลดลง 3.6% การเพิ่มขึ้นของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเป็นผลจากการเติบโตของผู้ป่วยจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง (+21.3%), เมียนมา (+15.1%) และบังกลาเทศ (+25.0%) ในไตรมาส 1/2569 สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยอยู่ที่ 34.3% ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ 65.7%
ทั้งนี้ในไตรมาส 2/2569 คาดว่ากลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางยังมีโมเมมตัมเป็นบวก หลังผ่านพ้นช่วงรอมฎอน ช่วยเร่งบริการการรักษากลุ่มโรคซับซ้อนและช่วยหนุนให้อัตราการทำกำไรให้ปรับดีขึ้น อย่างไรก็ดีปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้ส่งผลกระทบเชิงลบมากนัก แต่กลับกันราคาน้ำมันที่เร่งขึ้น ช่วยชดเชยปริมาณการส่งออกน้ำมันที่ลดลง
นอกจากนี้ งบประมาณภาครัฐของกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่อาจถูกจำกัดมากขึ้น ทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายในการเข้ามารักษาเพราะมีคุณภาพในการรักษาสูง และค่าบริการถูกกว่าโซนยุโรป นอกจากนี้ บริษัทได้สต็อกยาและเวชภัณฑ์บางรายการไว้ล่วงหน้าราว 1-3 เดือน ป้องกันปัญหา Supply Shortage และราคาต้นทุนที่เร่งขึ้น
BCH เดินหน้าขยายสาขาเพิ่ม
ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ในไตรมาสที่ 1/2569 บริษัทและโรงพยาบาลในเครือมีรายได้รวมจำนวน 2,928.8 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน(ไตรมาส 1/2568 มีรายได้รวม 2,929.27 ล้านบาท) กำไรสุทธิ 267.6 ล้านบาท ลดลง 16.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สาเหตุที่รายได้รวมใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เกิดจากผลกระทบการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา การปรับปรุงพื้นที่ให้บริการบางส่วนของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แม่สาย รวมทั้งได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ความผันผวนของต้นทุนด้านพลังงาน รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้หลายประเทศมีการปิดน่านฟ้าในขณะเดียวกัน บริษัทก็พร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินงานและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางธุรกิจและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
สำหรับไตรมาสที่ 2/2569 เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาวจากเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผู้รับบริการยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายเพื่อสุขภาพส่งผลให้ผู้รับบริการที่ชำระเงินเองมีแนวโน้มชะลอการตัดสินใจเข้ารับบริการทางการแพทย์ที่ไม่เร่งด่วน แต่แนวโน้มคนไข้ต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางยังเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบริษัทมีรายได้จากกลุ่มผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมเป็นฐานรายได้สำคัญที่มีความสม่ำเสมอ และช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
นายกันตพร หาญพาณิชย์ กรรมการ กรรมการบริหาร และรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด BCH กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ในระยะ 3-5 ปี จะขยายจำนวนโรงพยาบาลเพิ่มให้ครบ 20 แห่ง ซึ่งตอนนี้ยู่ระหว่างก่อสร้างโรงพยาบาลใหม่ 3 แห่ง ได้แก่ สมุทรปราการ, ระยอง และพัทยา เน้นพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมหนาแน่น ที่มีคู่แข่งโรงพยาบาลเอกชนน้อย เพื่อดึงฐานลูกค้าประกันสังคมซึ่ง โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการแห่งแรกได้ในช่วงปลายปี 2570- 2571
นอกจากนี้ ยังมีโรงพยาบาล 1 แห่ง ที่ลงทุนในต่างประเทศ สปป.ลาว (เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์) ด้วยเสถียรภาพทางการเมืองของ สปป.ลาว และกฎหมายการลงทุนที่ชัดเจน ตลอดจนมีความสะดวกด้านภาษาทำให้ง่ายต่อการสื่อสาร ทั้งหมดนี้ส่งผลดีเป็นอย่างมาก
ปัจจุบัน BCH มีสัดส่วนรายได้จากคนไข้เงินสดประมาณ 60% คนไข้ประกันสังคม 30-35% ที่เหลือคนกลุ่มคนไข้จากต่างชาติ แบ่งเป็น กลุ่มอาหรับ รองลงมาคือ เมียนมาและจีน บังกลาเทศ
PR9 ทุบสถิติรายได้นิวไฮ โตสวนกระแส
สำหรับโรงพยาบาลพระรามเก้า หรือ PR9 ในไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 1,302.4 ล้านบาท เติบโต 4.1% นับเป็นรายได้ไตรมาสแรกที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท โดยรายได้จากกิจการโรงพยาบาลอยู่ที่ 1,283.8 ล้านบาท เติบโต 3.6% โดยกลุ่มผู้ป่วยใน (IPD) เติบโต 4.7%ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ เติบโต 9.5% คิดเป็นสัดส่วน 26% ของรายได้กิจการโรงพยาบาล มีแรงหนุนของผู้ป่วยกลุ่มตะวันออกกลางและ CLMV โดยเฉพาะเมียนมา และมีกำไรสุทธิ 184.5 ล้านบาท
นายแพทย์เสถียร ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้อำนวยการบริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นับเป็นสถิติสูงสุดในไตรมาส 1 ที่ผู้ป่วยต่างชาติเติบโต 9.5% ในช่วง Low Season รวมถึงการเติบโตของกลุ่มลูกค้าคุณภาพ ทั้งผู้ป่วยใน (IPD) ที่เติบโต 4.7% และบริษัทคู่สัญญาที่เติบโต 20.2% เป็น 3 สัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่ากลยุทธ์ของ PR9 เดินมาถูกทาง ซึ่งการลงทุนในไตรมาสแรกถือเป็นการวางรากฐานเพื่อรองรับการเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติและการรักษาโรคซับซ้อนในระยะยาว และจะเริ่มสะท้อนผลชัดเจนมากขึ้นในรายได้และกำไรช่วงไตรมาสที่เหลือของปี 2569 เมื่อเข้าสู่ High Season ของผู้ป่วยต่างชาติ
THG แนวโน้มครึ่งปีหลังโต
ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG มีรายได้รวม 2,153.1 ล้านบาท ลดลง 3.5% ปัจจัยหลักมาจากรายได้ของกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลที่ลดลง 1.4% ซึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์ภายนอก ทั้งประเด็นข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา และความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ารับบริการในโรงพยาบาลธนบุรีบำรุงเมืองลดลง
อย่างไรก็ดีในปีนี้ อุตสาหกรรมโรงพยาบาลเอกชนยังต้องเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อผู้รับบริการและต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจ ซึ่งคาดว่าในไตรมาส 2 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากการควบคุมต้นทุนและการบริหารประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมไปถึงการเข้าสู่ฤดูฝน การเปิดภาคเรียนส่งผลให้ความต้องการใช้บริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้น รวมทั้งบริษัทยังมีการทำการตลาดเชิงรุกสำหรับโรคที่มีความซับซ้อนในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้เชื่อว่ารายได้และจำนวนผู้รับบริการจะเติบโตเพิ่มขึ้นด้วย







