
รพ. แห่ปรับเกณฑ์จ่ายยา! รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง จำกัดการรับยาครั้งละไม่เกิน 1-3 เดือน
รพ. แห่ปรับเกณฑ์จ่ายยาเครือเกษมราษฎร์ รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง จำกัดรับยาครั้งละ 1-3 เดือน ยืนยันยาในคลังยังไม่ขาดแคลน เป็นเพียงมาตรการเชิงป้องกันเริ่ม มี.ค. - เม.ย. 69 นี้
KEY
POINTS
- โรงพยาบาลหลายแห่ง เช่น เครือเกษมราษฎร์ และสถาบันบำราศนราดูร ประกาศปรับเกณฑ์การจ่ายยา เพื่อเตรียมรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่อาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานยา
- รพ. เครือเกษมราษฎร์ (4 สาขา) จำกัดการจ่ายยาผู้ป่วยนอกให้รับได้ครั้งละไม่เกิน 1 เดือน โดยผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาต่อเนื่องจะได้รับใบเติมยา (refill) เพื่อรับยาในครั้งถัดไป
- สถาบันบำราศนราดูร กำหนดให้ผู้ป่วยที่มารับยาด้วยตนเองจะได้รับยาไม่เกิน 3 เดือน ส่วนการรับยาทางไปรษณีย์จะได้รับไม่เกิน 2 เดือน
- ทุกโรงพยาบาลยืนยันว่ามาตรการนี้เป็นเพียงการเตรียมความพร้อมป้องกันล่วงหน้า และปัจจุบันยังมียาและเวชภัณฑ์เพียงพอ ไม่ได้อยู่ในภาวะขาดแคลน
กลายเป็นกระแสที่น่าจับตามองในแวดวงสาธารณสุข เมื่อกลุ่มโรงพยาบาลเครือเกษมราษฎร์ (สาขารามคำแหง, รัตนาธิเบศร์, ประชาชื่น, บางแค) และสถาบันบำราศนราดูร ได้ออกประกาศด่วนถึงผู้ใช้บริการ เรื่องการ “ปรับรูปแบบการจ่ายยาและเวชภัณฑ์” โดยระบุเหตุผลสำคัญคือสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานยาในอนาคต โรงพยาบาลที่ออกมาประกาศ ได้แก่
1. โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รามคำแหง ออกประกาศปรับรูปแบบการบริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ทางโรงพยาบาลจะปรับเปลี่ยนเกณฑ์การจ่ายยาให้แก่ผู้ป่วยนอกทุกสิทธิ์การรักษาเป็น ครั้งละไม่เกิน 1 เดือน เท่านั้น
ทั้งนี้ หากผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ทางโรงพยาบาลจะออก "ใบเติมยา (refill)" ให้เพื่อใช้สำหรับรับยาในส่วนที่เหลือครั้งละไม่เกิน 1 เดือนตามกำหนด โดยผู้ป่วยยังคงสามารถเลือกรับยาได้ 2 ช่องทาง คือการเดินทางมารับด้วยตนเองที่โรงพยาบาล หรือเลือกรับยาทางไปรษณีย์ซึ่งมีค่าจัดส่ง 80 บาท
อย่างไรก็ตาม นพ.มณเฑียร เพ็งสมบัติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ ยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวเป็นเพียงการเตรียมความพร้อมเชิงป้องกันล่วงหน้าเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันทางโรงพยาบาลยังคงมียาและเวชภัณฑ์สำรองอย่างเพียงพอและไม่ได้อยู่ในภาวะขาดแคลนแต่อย่างใด
2.โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ ออกประกาศปรับรูปแบบการบริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ทางโรงพยาบาลจะปรับเปลี่ยนเกณฑ์การจ่ายยาให้แก่ผู้ป่วยนอกทุกสิทธิ์การรักษาเป็น ครั้งละไม่เกิน 1 เดือน เท่านั้น
ทั้งนี้ หากผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ทางโรงพยาบาลจะออก "ใบเติมยา (refill)" ให้เพื่อใช้สำหรับรับยาในส่วนที่เหลือครั้งละไม่เกิน 1 เดือนตามกำหนด โดยผู้ป่วยสามารถเลือกรับยาได้ 2 ช่องทาง คือการเดินทางมารับด้วยตนเองที่โรงพยาบาล หรือเลือกรับยาทางไปรษณีย์ซึ่งมีค่าจัดส่ง 80 บาท
โดย นายแพทย์ยอร์น จิระนคร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ ยืนยันว่ามาตรการนี้เป็นเพียงขั้นตอนเชิงป้องกันล่วงหน้าเพื่อให้การบริหารจัดการยามีความเหมาะสมและเพียงพอสำหรับผู้ป่วยทุกคน ซึ่งในขณะนี้ทางโรงพยาบาลยังคงมียาและเวชภัณฑ์สำรองเพียงพอ ไม่ได้อยู่ในภาวะขาดแคลนแต่อย่างใด
3.โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค ออกประกาศปรับรูปแบบการจ่ายยาและเวชภัณฑ์เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ทางโรงพยาบาลจะปรับเกณฑ์การจ่ายยาให้แก่ผู้ป่วยนอกทุกสิทธิ์การรักษาเป็น ครั้งละไม่เกิน 1 เดือน เท่านั้น
ในกรณีที่ผู้ป่วยต้องรับประทานยาต่อเนื่อง จะได้รับ "ใบเติมยา (refill)" เพื่อใช้สำหรับรับยาในส่วนที่เหลือครั้งละไม่เกิน 1 เดือนตามกำหนด ซึ่งผู้ป่วยสามารถเลือกรับยาได้ 2 ช่องทาง คือการเดินทางมารับด้วยตนเองที่โรงพยาบาล หรือเลือกรับยาทางไปรษณีย์โดยมีค่าจัดส่งรอบละ 80 บาท
ทั้งนี้ นพ.กิตติศักดิ์ ฐานะสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ เน้นย้ำว่ามาตรการนี้เป็นเพียงการป้องกันล่วงหน้าเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ทางโรงพยาบาลยังมีปริมาณยาและเวชภัณฑ์เพียงพอ ไม่ได้อยู่ในภาวะขาดแคลน
หมายเหตุเพิ่มเติมสำหรับสาขาบางแค: ในประกาศระบุให้ผู้ป่วยสามารถ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เคาน์เตอร์พยาบาลที่ท่านเข้ารับการตรวจตามใบนัด หรือติดต่อสอบถามผ่าน Call Center 1218
4.โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น ได้ออกประกาศแจ้งผู้รับบริการเรื่องการปรับรูปแบบการจ่ายยาและเวชภัณฑ์ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ทางโรงพยาบาลจะพิจารณาจ่ายยาให้แก่ผู้ป่วยนอกทุกสิทธิ์การรักษาเป็น ครั้งละไม่เกิน 1 เดือน เท่านั้น
ซึ่งหากผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง จะได้รับ "ใบเติมยา (refill)" เพื่อใช้สำหรับรับยาในส่วนที่เหลือครั้งละไม่เกิน 1 เดือนตามกำหนด โดยสามารถเลือกรับยาได้ 2 ช่องทาง คือการเดินทางมารับด้วยตนเองที่โรงพยาบาล หรือเลือกรับยาทางไปรษณีย์ซึ่งมีค่าจัดส่ง 80 บาท
ทั้งนี้ รศ.นพ.ปิยะ เนตรวิเชียร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น ยืนยันว่ามาตรการนี้เป็นเพียงขั้นตอนเชิงป้องกันล่วงหน้าเพื่อให้การบริหารจัดการยามีความเหมาะสมและเพียงพอสำหรับผู้ป่วยทุกคน โดยในขณะนี้ทางโรงพยาบาลยังคงมียาและเวชภัณฑ์เพียงพอและไม่ได้อยู่ในภาวะขาดแคลนแต่อย่างใด
5. สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค ออกประกาศปรับเปลี่ยนแนวทางการจ่ายยาและเวชภัณฑ์เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งเร็วกว่าเครือโรงพยาบาลอื่นเล็กน้อย
มาตรการใหม่นี้กำหนดให้ผู้ป่วยที่เดินทางมา รับบริการด้วยตนเอง จะได้รับยาในปริมาณ ไม่เกิน 3 เดือน ส่วนผู้ป่วยที่เลือกรับยาทาง ไปรษณีย์ จะจำกัดปริมาณยา ไม่เกิน 2 เดือน นอกจากนี้ สถาบันฯ ยังได้ระบุกลุ่มยาที่ ไม่สามารถจัดส่งทางไปรษณีย์ได้ อันได้แก่ ยาแผนกผิวหนัง, ยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท, ยาที่ต้องรักษาอุณหภูมิ, ยาน้ำ, ยาฉีด และยาเคมีบำบัด
ทั้งนี้ สถาบันฯ ยืนยันว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบภายหลัง และผู้ป่วยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ในบัตรนัดหรือสแกนคิวอาร์โค้ด LINE ของสถาบันฯ เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม






