รู้จักการกินแบบ ‘พีระมิดอาหารหัวกลับ’ ของสหรัฐฯ ปฏิวัติโภชนาการ กู้วิกฤตร่างพัง

15 ม.ค. 2569 | 09:30 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ม.ค. 2569 | 09:56 น.

สหรัฐฯ ปฏิวัติโภชนาการครั้งใหญ่ ประกาศใช้ "พีระมิดอาหารหัวกลับ" ปี 2026 เปลี่ยนฐานหลักเป็นโปรตีนและไขมันธรรมชาติแทนที่แป้ง หวังแก้วิกฤตคนอ้วนและลดงบสาธารณสุขที่สูงถึง 90% จากโรคเรื้อรัง

KEY

POINTS

  • สหรัฐอเมริกาปรับเปลี่ยนแนวทางโภชนาการครั้งใหญ่เป็น ‘พีระมิดอาหารหัวกลับ’ เพื่อแก้ไขวิกฤตสุขภาพของคนในชาติที่เกิดจากการบริโภคอาหารแปรรูปสูง
  • พีระมิดใหม่เน้นให้โปรตีนและไขมันดีเป็นฐานรากหลัก โดยเพิ่มปริมาณโปรตีนที่แนะนำต่อวัน และสนับสนุนการบริโภคไขมันจากธรรมชาติและนมเต็มไขมัน
  • ลดความสำคัญของคาร์โบไฮเดรตลงมาอยู่ส่วนบนสุด โดยจำกัดปริมาณและต้องเป็นธัญพืชไม่ขัดสีเท่านั้น พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและน้ำตาลอย่างเคร่งครัด

ข้อมูลจากแนวทางโภชนาการสำหรับชาวอเมริกัน ปี 2025–2030 (Dietary Guidelines for Americans, 2025–2030) ระบุไว้ว่า อเมริกาประกาศจบยุคเน้นแป้งสู่การกินโปรตีนและไขมันดี โดยปรับเปลี่ยนนโยบายด้านโภชนาการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ “The New Food Pyramid 2026” กินอาหารที่มาจากธรรมชาติจริงๆ"(Eat real food) เพื่อทำให้คนอเมริกันกลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง (Make America Healthy Again)

ประเด็นนี้สะท้อนวัฒนธรรมการกินจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ส่งผลทำให้ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขเกือบ 90% ถูกใช้ไปกับการรักษาผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการกินส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก "Standard American Diet" ที่เน้นอาหารแปรรูปสูงและวิถีชีวิตที่ไม่ได้ขยับร่างกาย ชาวอเมริกันมากกว่า 70% จึงมีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน และเกือบ 1 ใน 3 ของวัยรุ่น (อายุ 12-17 ปี) อยู่ในภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes)

ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ (HHS) นำโดย Robert F. Kennedy Jr. จึงได้ประกาศพลิกโฉมพีระมิดอาหาร (Food Pyramid) อย่างเป็นทางการ มาเป็นพีระมิดอาหารหัวกลับ (Inverted Food Pyramid) ซึ่งแต่เดิมเคยประกอบไปด้วย

ชั้นที่ 1 ในตำแหน่งฐานล่างใหญ่สุด ที่เป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต หรือจำพวกแป้ง เช่น ข้าว ขนมปัง เส้น

ชั้นที่ 2 ผักและผลไม้นานาชนิด ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินต่างๆ รวมไปถึงช่วยเพิ่มไฟเบอร์ให้กับร่างกาย

ชั้นที่ 3 ไข่ไก่ นม เนื้อสัตว์ เป็นอาหารในกลุ่มโปรตีน ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ร่างกายเจริญเติบโต

ชั้นที่ 4 ไขมันและน้ำตาล เป็นอาหารที่แนะนำให้บริโภคแต่น้อย

รู้จักการกินแบบ ‘พีระมิดอาหารหัวกลับ’ ของสหรัฐฯ ปฏิวัติโภชนาการ กู้วิกฤตร่างพัง

ขณะที่ พีระมิดอาหารหัวกลับ (Inverted Food Pyramid) จะเน้นการกินโปรตีนและไขมันดี ดังนี้

1. โปรตีนคือฐานรากใหม่ (Protein First) จากเดิมที่เคยมองว่าโปรตีนเป็นส่วนน้อย แต่ตอนนี้ถูกดันขึ้นมาเป็นหัวใจหลัก แนะนำให้กินโปรตีนทุกมื้อ โดยปรับคำแนะนำเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

  • ปริมาณใหม่ที่แนะนำ : 1.2–1.6 กรัม / น้ำหนักตัว 1 กก. / วัน (สูงกว่ามาตรฐานเดิมที่ 0.8 กรัม)
  • แหล่งโปรตีนที่แนะนำ : เนื้อสัตว์ไม่แปรรูป / อาหารทะเล / ไข่ / นม / ถั่วและโปรตีนจากพืช
  • เป้าหมายหลัก : เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ คุมระดับน้ำตาล และเพิ่มอัตราการเผาผลาญ

2. ไขมันดีและนมเต็มไขมัน (The Return of Good Fats) เป็นไกด์ไลน์ใหม่ คือ ไขมันธรรมชาติไม่ใช่ผู้ร้ายอีกต่อไป

  • แนะนำให้กินนมไขมันเต็มส่วน (Full-fat dairy) วันละ 3 ส่วน
  • อนุญาตให้บริโภค : เนย (Butter) / ไขมันวัว (Tallow) / ไขมันจากแหล่งธรรมชาติ

เพราะไขมันเหล่านี้มีจำเป็นต่อการทำงานของ สมอง ฮอร์โมน และการดูดซึมวิตามิน

3. หลีกเลี่ยง น้ำตาล และ อาหารแปรรูป อย่างชัดเจน ดังนี้

  • อาหารแปรรูปขั้นสูง (Ultra-processed foods)
  • น้ำตาลเติมเพิ่ม
  • เกลือปริมาณสูง
  • สารปรุงแต่ง
  • น้ำอัดลม ขนมซองขบเคี้ยว ขนมหวาน

4. ผักคือพื้นฐานที่ต้องมีทุกวัน

  • อย่างน้อย วันละ 3 ส่วน
  • เน้นผักหลากสี เพื่อใยอาหาร วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ

5. ผลไม้ กินได้ แต่ต้องพอดี

  • แนะนำ วันละ 2 ส่วน
  • เน้นผลไม้สด ไม่แปรรูป ไม่เติมน้ำตาล

6. จำกัดธัญพืชและต้องไม่ขัดสีเท่านั้น ซึ่งคาร์โบไฮเดรตจะถูกลดระดับลงมาอยู่ส่วนที่แคบที่สุด (ด้านล่าง) โดยจำกัดเพียง 2–4 ส่วนต่อวัน

  • ต้องเป็น ธัญพืชไม่ขัดสี (Whole Grains) 100% เท่านั้น
  • ไม่สนับสนุนแป้งขัดขาวและผลิตภัณฑ์แปรรูป

ทั้งนี้ พีระมิดอาหารหัวกลับ (Inverted Food Pyramid) สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของสหรัฐฯ จาก “กินให้อิ่ม” สู่ “กินเพื่อคุณภาพชีวิตระยะยาว” ซึ่งสอดรับกับโครงสร้างประชากรที่อ้วนขึ้นและแก่ลงอย่างรวดเร็ว และถูกใช้เป็นต้นแบบในแนวทางโภชนาการเชิงป้องกันโรค โดยลดบทบาทอาหารพลังงานสูงลงมาไว้ด้านล่าง แนวคิดนี้สอดคล้องกับงานวิจัยด้านโภชนาการสมัยใหม่ในสหรัฐฯ ที่มุ่งควบคุมน้ำหนัก ลดน้ำตาลในเลือด และชะลอความเสื่อมตามวัย