KEY
POINTS
ข้อมูลจากแนวทางโภชนาการสำหรับชาวอเมริกัน ปี 2025–2030 (Dietary Guidelines for Americans, 2025–2030) ระบุไว้ว่า อเมริกาประกาศจบยุคเน้นแป้งสู่การกินโปรตีนและไขมันดี โดยปรับเปลี่ยนนโยบายด้านโภชนาการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ “The New Food Pyramid 2026” กินอาหารที่มาจากธรรมชาติจริงๆ"(Eat real food) เพื่อทำให้คนอเมริกันกลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง (Make America Healthy Again)
ประเด็นนี้สะท้อนวัฒนธรรมการกินจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ส่งผลทำให้ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขเกือบ 90% ถูกใช้ไปกับการรักษาผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการกินส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก "Standard American Diet" ที่เน้นอาหารแปรรูปสูงและวิถีชีวิตที่ไม่ได้ขยับร่างกาย ชาวอเมริกันมากกว่า 70% จึงมีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน และเกือบ 1 ใน 3 ของวัยรุ่น (อายุ 12-17 ปี) อยู่ในภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes)
ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ (HHS) นำโดย Robert F. Kennedy Jr. จึงได้ประกาศพลิกโฉมพีระมิดอาหาร (Food Pyramid) อย่างเป็นทางการ มาเป็นพีระมิดอาหารหัวกลับ (Inverted Food Pyramid) ซึ่งแต่เดิมเคยประกอบไปด้วย
ชั้นที่ 1 ในตำแหน่งฐานล่างใหญ่สุด ที่เป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต หรือจำพวกแป้ง เช่น ข้าว ขนมปัง เส้น
ชั้นที่ 2 ผักและผลไม้นานาชนิด ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินต่างๆ รวมไปถึงช่วยเพิ่มไฟเบอร์ให้กับร่างกาย
ชั้นที่ 3 ไข่ไก่ นม เนื้อสัตว์ เป็นอาหารในกลุ่มโปรตีน ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ร่างกายเจริญเติบโต
ชั้นที่ 4 ไขมันและน้ำตาล เป็นอาหารที่แนะนำให้บริโภคแต่น้อย
ขณะที่ พีระมิดอาหารหัวกลับ (Inverted Food Pyramid) จะเน้นการกินโปรตีนและไขมันดี ดังนี้
1. โปรตีนคือฐานรากใหม่ (Protein First) จากเดิมที่เคยมองว่าโปรตีนเป็นส่วนน้อย แต่ตอนนี้ถูกดันขึ้นมาเป็นหัวใจหลัก แนะนำให้กินโปรตีนทุกมื้อ โดยปรับคำแนะนำเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
2. ไขมันดีและนมเต็มไขมัน (The Return of Good Fats) เป็นไกด์ไลน์ใหม่ คือ ไขมันธรรมชาติไม่ใช่ผู้ร้ายอีกต่อไป
เพราะไขมันเหล่านี้มีจำเป็นต่อการทำงานของ สมอง ฮอร์โมน และการดูดซึมวิตามิน
3. หลีกเลี่ยง น้ำตาล และ อาหารแปรรูป อย่างชัดเจน ดังนี้
4. ผักคือพื้นฐานที่ต้องมีทุกวัน
5. ผลไม้ กินได้ แต่ต้องพอดี
6. จำกัดธัญพืชและต้องไม่ขัดสีเท่านั้น ซึ่งคาร์โบไฮเดรตจะถูกลดระดับลงมาอยู่ส่วนที่แคบที่สุด (ด้านล่าง) โดยจำกัดเพียง 2–4 ส่วนต่อวัน
ทั้งนี้ พีระมิดอาหารหัวกลับ (Inverted Food Pyramid) สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของสหรัฐฯ จาก “กินให้อิ่ม” สู่ “กินเพื่อคุณภาพชีวิตระยะยาว” ซึ่งสอดรับกับโครงสร้างประชากรที่อ้วนขึ้นและแก่ลงอย่างรวดเร็ว และถูกใช้เป็นต้นแบบในแนวทางโภชนาการเชิงป้องกันโรค โดยลดบทบาทอาหารพลังงานสูงลงมาไว้ด้านล่าง แนวคิดนี้สอดคล้องกับงานวิจัยด้านโภชนาการสมัยใหม่ในสหรัฐฯ ที่มุ่งควบคุมน้ำหนัก ลดน้ำตาลในเลือด และชะลอความเสื่อมตามวัย