thansettakij
สธ. ผนึก กงสุลใหญ่ฯ นิวยอร์ก ดัน 'ภูเก็ต' ศูนย์กลางสุขภาพโลก กวาดรายได้หมื่นล้าน

สธ. ผนึก กงสุลใหญ่ฯ นิวยอร์ก ดัน 'ภูเก็ต' ศูนย์กลางสุขภาพโลก กวาดรายได้หมื่นล้าน

04 ก.พ. 2569 | 06:30 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ก.พ. 2569 | 06:34 น.

สธ. ผนึก กงสุลใหญ่ฯ นิวยอร์ก โชว์ Soft Power ภูมิปัญญาไทย ดัน "ภูเก็ต" สู่พื้นที่แห่งการพักผ่อนและฟื้นฟูกายใจระดับโลก ผสานภูมิปัญญาไทย ตั้งเป้ากวาดรายได้เวลเนสหมื่นล้าน

KEY

POINTS

  • กระทรวงสาธารณสุขร่วมมือกับกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก ผลักดันจังหวัดภูเก็ตสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพโลก (Global Wellness Hub)
  • ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุม Global Wellness Summit 2026 ที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับนักลงทุนทั่วโลก
  • ตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจด้านเวลเนสและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกว่า 10,000 ล้านบาทภายในปี 2569 โดยชูจุดแข็งด้านการนวดไทยและสมุนไพร

4 กุมภาพันธ์ 2569 นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมงานแถลงข่าวประจำปี Global Wellness TRENDS+ RESEARCH New York Media Event จัดโดย Global Wellness Institute (GWI) เพื่ออัปเดตทิศทางสุขภาพโลกและเชื่อมโยงเครือข่ายระดับนานาชาติ โดยมี นางสาวสมใจ ตะเภาพงษ์ กงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก พร้อมด้วย ดร.ภญ.มณฑกา ธีรชัยสกุล ผู้ช่วยอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ดร.รัชนี จันทร์เกษ ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย นางศรีจรรยา โชตึก ผู้อำนวยการกองเวลเนส และ คณะบุคลากรกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมเป็นเกียรติในพิธี ณ อาคาร 237 Park นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 

ภายในงาน นางสาวสมใจ ตะเภาพงษ์ กล่าวต้อนรับสื่อมวลชนและนักลงทุนจากทั่วโลก พร้อมเชิญชวนเข้าร่วมการประชุม Global Wellness Summit ครั้งที่ 20 ณ จังหวัดภูเก็ต โดยย้ำว่า ภูเก็ตในสายตาโลกยุคใหม่จะไม่ใช่เพียงแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล แต่คือ "Sanctuary" หรือพื้นที่แห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง ที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทยซึ่งให้ความสำคัญกับความสมดุลของกายและใจ (Mind and Body) ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมโลกปัจจุบัน

ด้าน นายแพทย์ศักดา เปิดเผยว่า การประชุม GWS 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–13 พฤศจิกายน 2569 ณ จังหวัดภูเก็ต ภายใต้ธีม "The Symphony of Wellness" ถือเป็นเครื่องยืนยันศักยภาพระบบสาธารณสุขไทยที่พร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพโลก (Global Wellness Hub) ด้วยการผสานบริการสุขภาพระดับสากลเข้ากับเสน่ห์ความเป็นไทยอย่างลงตัว

สำหรับเวที GWI ในปีนี้ ยังได้เปิดเผย 4 เทรนด์สำคัญของอุตสาหกรรมสุขภาพปี 2026 ซึ่งประเทศไทยเตรียมนำมาประยุกต์ใช้ ได้แก่

1.The Over-Optimization Backlash ลดการยึดติดเทคโนโลยีและความสมบูรณ์แบบ หันกลับมาโอบรับความเป็นมนุษย์ 2.The Year of Women ปีแห่งการดูแลสุขภาพสตรี ครอบคลุม Longevity และการปฏิวัติวงการกีฬา 3.Longevity Expands การมีอายุยืนอย่างยั่งยืน ครอบคลุมที่อยู่อาศัยและสุขภาพผิว และ 4.Wellness Tackles Crisis สุขภาพกับการรับมือวิกฤต ตั้งแต่ภัยพิบัติถึงปัญหาไมโครพลาสติกในร่างกาย

ขณะที่ ดร.ภญ.มณฑกา ธีรชัยสกุล ผู้ช่วยอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยแผนขับเคลื่อนต่อเนื่อง โดยจะใช้โอกาสจาก GWS 2026 เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับนักลงทุนทั่วโลก ผ่านจุดแข็งด้านการนวดไทย สมุนไพร และการแพทย์แผนไทย พร้อมเดินหน้า 3 มาตรการหลัก ได้แก่ การจัดมหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ ครั้งที่ 1 การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวภูมิปัญญาและสมุนไพรใน 11 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก และตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจด้านเวลเนสและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกว่า 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2569

ทั้งนี้ การเป็นเจ้าภาพ GWS 2026 นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์ "Thailand – World Wellness Destination" ให้แปรเปลี่ยนเป็นรายได้ การจ้างงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพอย่างยั่งยืนแก่ชุมชนทั่วประเทศในอนาคต