

KEY
POINTS
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขโดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มีการติดตามสถานการณ์กรณีเชื้อไวรัสนิปาห์ โดยได้มอบหมายให้กรมการแพทย์เตรียมความพร้อมและจัดทำแนวทางด้านการวินิจฉัย ดูแลรักษา และการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลกรณีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบการรายงานการติดเชื้อไวรัสดังกล่าวในประเทศไทย
ทั้งนี้กรมการแพทย์เตรียมความพร้อมในทุกระดับ โดยได้มีการประชุมติดตามสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสนิปาห์ของประเทศต่างๆ การเตรียมความพร้อมของสถานพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ ทั้งโรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลนพรัตนธานี และโรงพยาบาลเลิดสิน รวมทั้งโรงพยาบาล/สถาบันเฉพาะทางต่างๆ
โดยเน้นย้ำให้ผู้บริหาร โรงพยาบาลเตรียมพร้อมในทุกด้าน อาทิ บุคลากร เวชภัณฑ์ เตียง ห้องผ่าตัด หรือส่วนงานบริการในโรงพยาบาลอื่นๆที่จำเป็น รวมถึงให้มีการประสานงานหน่วยงานเครือข่ายในการจัดทำคำแนะนำสำหรับแพทย์และบุคลากรกรทางการแพทย์และสาธาธารณสุข
การวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) แนวทางการจัดระบบบริการของโรงพยาบาล กรณีมีการระบาดของเชื้อไวรัสนิปาห์ และคำแนะนำการใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองส่งส่วนบุคคลสำหรับบุคลากรที่ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์
อย่างไรก็ดีได้มีการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลราชวิถี พบว่ามีความพร้อมในการรองรับผู้ป่วยสงสัย และผู้ป่วยยืนยันจากโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ทั้งในกรณีที่มีผู้ป่วยสงสัยมาโรงพยาบาลเองหรือระบบการรับ-ส่งต่อผู้ป่วย ตั้งแต่จุดคัดกรอง จุดตรวจผู้ป่วยนอก ห้องฉุกเฉิน รวมทั้งห้องแยกตรวจโรค ซึ่งโรงพยาบาลราชวิถีมีห้องแยก สามารถรองรับผู้ป่วยที่มีอาการปานกลาง จนถึงอาการรุนแรง ขอให้ประชาชนมั่นใจในการดูแลรักษาผู้ป่วยของระบบสาธารณสุขไทย
คำแนะนำการใช้อุปกรณ์ส่วนบุคคลป้องกันการติดเชื้อสำหรับบุคลากรที่ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Personal Protective Equipment (PPE) for healthcare personnel caring for Nipah virus patients)
ฉบับวันที่ 28 มกราคม 2569
1. Standard precautions เช่น hand hygiene, respiratory hygiene and cough etiquettes และข้อปฏิบัติอื่น ๆ ควรทำความสะอาดมือด้วยสบู่ และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์ ทั้งก่อน/หลังสัมผัสผู้ป่วยสงสัย/เข้าข่าย โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ รวมถึงการล้างมือในทุกขั้นตอนของการถอดอุปกรณ์ PPE
2. การป้องกันการติดเชื้อโรคระบบทางเดินหายใจโดยทั่วไปรวมทั้งการติดเชื้อ paramyxovirus ใช้วิธี standard, contact และ droplet precautions
3. อาจมีการแพร่กระจายแบบ aerosol transmission ได้หากผู้ป่วยไอมาก หรือมีการทำหัตถการที่ก่อให้เกิดละอองฝอยขนาดเล็ก (aerosol generating procedures) เช่น การใส่ท่อช่วยหายใจ การส่องกล้องทางเดินหายใจ การทำ CPR ในกรณีดังกล่าวให้ใช้ airborne precautions เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
4. ให้ผู้ป่วยสวมหน้ากากอนามัยซึ่งใช้ครั้งเดียวทิ้ง ตลอดเวลาที่อยู่ในสถานพยาบาล เพื่อไม่ให้ละอองน้ำมูก เสมหะปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม
5. Protective gown หมายความรวมถึง
• Isolation gown กาวน์ที่ทำด้วยพลาสติก CPE (chlorinated polyethylene) อาจจะเป็นแบบที่ปิดเฉพาะด้านหน้าหรือปิดรอบตัว
• Surgical gown กาวน์กันน้ำได้เฉพาะตัวชุด แต่รอยต่ออาจจะกันน้ำได้ไม่สมบูรณ์
• Surgical isolation gown กาวน์กันน้ำได้ทั้งตัวชุดและรอยต่อ ส่วนใหญ่ควรใช้แบบที่ปิดคลุมรอบตัว มีสายรัดผูกที่ด้านข้างเอว
6. กรณีที่สวมหน้ากาก N95 ควรทำ fit test ถ้าทำได้ และต้องทำ fit check ทุกครั้งก่อนการใช้งานเมื่อสวมหน้ากาก
7. การสวม การถอด PPE ต้องทำให้ถูกขั้นตอน
8. อุปกรณ์ป้องกันร่างกายส่วนบุคคล (PPE) ทุกชนิด ถ้าเปื้อนสารคัดหลั่ง หรือเลือดชัดเจน ให้ทิ้งเป็นมูลฝอยติดเชื้อ ห้ามนำกลับมาใช้ใหม่ นอกจากอุปกรณ์ที่สามารถนำกลับมาทำความสะอาด และฆ่าเชื้อได้ เช่น goggle, PAPR เป็นต้น