KEY
POINTS
24 มกราคม 2569 นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ อย่างไรก็ตาม กรมควบคุมโรคได้ติดตามสถานการณ์การระบาดในประเทศอินเดียอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นโรคอุบัติซ้ำที่มีความรุนแรง สามารถทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท เช่น สมองอักเสบ และระบบทางเดินหายใจ อาการทางเดินหายใจรุนแรง เช่น ไอ หายใจลำบาก ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิต
โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ติดต่อได้ยากกว่าโรคโควิด 19 เนื่องจากต้องสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่ง (น้ำลาย ปัสสาวะ มูล เลือด) โดยตรง แต่อัตราการเสียชีวิตสูงกว่า แหล่งรังโรคตามธรรมชาติคือค้างคาวผลไม้ เชื้อสามารถแพร่สู่คนได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือผ่านสัตว์ตัวกลาง เช่น สุกร รวมถึงอาจติดต่อจากคนสู่คนได้ในบางสถานการณ์ จึงจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังและป้องกันอย่างรอบด้าน
“กรมควบคุมโรคได้ดำเนินมาตรการรับมือภายใต้พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ครอบคลุมการติดตามสถานการณ์โรคในต่างประเทศ การเตรียมความพร้อมของสถานพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยสงสัย การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา และการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน เพื่อให้สามารถตรวจพบและควบคุมโรคได้อย่างทันท่วงที หากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง” นายแพทย์มณเฑียร กล่าว
ด้านนายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขอให้ประชาชนชาวไทยที่มีแผนเดินทางไปประเทศอินเดีย ทั้งเพื่อการท่องเที่ยว หรือการแสวงบุญ เตรียมความพร้อมด้านสุขภาพก่อนเดินทาง โดยติดตามข้อมูลสถานการณ์โรคจากแหล่งข้อมูลทางการ เช่น กระทรวงสาธารณสุข หรือองค์การอนามัยโลก (WHO) หลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่ที่มีรายงานการระบาด เช่น เมือง Barasat หากไม่มีความจำเป็น ผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนออกเดินทาง และเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ
รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวต่อว่า ระหว่างพำนักในประเทศอินเดีย ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาว สุกร หรือสัตว์ป่าทุกชนิด หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีค้างคาวอาศัยอยู่ เช่น ถ้ำ สวนผลไม้ หรือบริเวณที่พบมูลค้างคาว ไม่รับประทานผลไม้ที่ตกอยู่บนพื้นหรือมีร่องรอยการกัดแทะ ล้างและปอกเปลือกผลไม้ก่อนรับประทานทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำผลไม้สด หรือน้ำอินทผลัมสดที่ไม่ได้ผ่านการต้มสุก
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ที่มีอาการไข้ ไอ หายใจลำบาก หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท สวมหน้ากากอนามัยในสถานที่แออัด และรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอ ภายหลังเดินทางกลับประเทศไทย ขอให้ประชาชนสังเกตอาการตนเองเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 สัปดาห์ (21 วัน)
หากมีอาการไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ไอ หรืออาการผิดปกติทางระบบประสาท ให้รีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางไปประเทศอินเดีย และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่น จนกว่าจะได้รับการประเมินจากแพทย์
ทั้งนี้ การพบเชื้อไวรัสนิปาห์ในค้างคาวถือเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ การลดการสัมผัสแหล่งรังโรค การดูแลอาหาร น้ำดื่ม และการรักษาสุขอนามัยอย่างสม่ำเสมอ เป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน และปัจจุบันยังไม่มีวัคซีน หรือยารักษาเฉพาะสำหรับโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ การป้องกันตนเองและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงจึงเป็นมาตรการที่สำคัญที่สุด