
น้ำท่วมใต้ บ้านเรือนเสียหาย แนะวิธีเคลม"ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ"
น้ำท่วมภาคใต้ล่าสุด 26 ต.ค.69 คปภ.แนะปชช.ผู้ประสบอุทกภัย แจ้งเคลมประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เช็กช่องทางยื่นเรื่อง หลักฐานเอกสาร กรณีไม่มีสมาร์ทโฟนต้องทำอย่างไร
KEY
POINTS
- ผู้ประสบภัยน้ำท่วมบ้านเรือนเสียหาย สามารถยื่นเคลม "ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ" เพื่อรับเงินเยียวยา โดยคุ้มครองความเสียหายสูงสุด 1 แสนบาท และกรณีเสียชีวิต 2 ล้านบาท
- สามารถแจ้งเคลมได้ด้วยตนเองหรือให้ผู้อื่นแจ้งแทน ผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น LINE Official Account @Thainatcat หรือเว็บไซต์ www.thainatcat.org
- เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ประกอบการเคลม ได้แก่ บัตรประชาชน, เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์บ้าน, ภาพถ่ายความเสียหาย และข้อมูลบัญชีธนาคาร
- กรณีไม่มีสมาร์ทโฟนหรืออินเทอร์เน็ต สามารถติดต่อจุดรับแจ้งเหตุที่โครงการกำหนดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการได้
สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด 26 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยมีพื้นที่ประสบอุทกภัยในหลายจังหวัด ในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นมา ประชาชนที่บ้านเรือนได้รับความเสียหาย สามารถขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม หรือ แจ้งเคลม"ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ" ซึ่งรัฐบาลได้จัดให้ โดยความคุ้มครองที่จะได้รับสูงสุด 1 แสนบาทสำหรับบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย และกรณีเสียชีวิตจะคุ้มครอง 2 ล้านบาทต่อราย สำหรับประชาชนที่ได้รับความผลกระทบ ความเดือดร้อน สามารถตรวจสอบเงื่อนไขต่างๆได้ดังนี้
บ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการแสดงกรรมสิทธิ์
- บ้านที่ซื้อขายหรือรับโอนพร้อมที่ดิน สามารถใช้หนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ทด.13) หนังสือสัญญาให้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ทด.14) หรือหนังสือสัญญาขายฝากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ทด.15) ตามกรณี
- บ้านที่สร้างเอง สามารถใช้ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (แบบ อ.1) หรือใบรับรองการก่อสร้างอาคาร (แบบ อ.6) ซึ่งเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและผู้ขออนุญาต
- นอกจากนี้ ยังอาจมีเอกสารอื่นที่ใช้ประกอบการพิสูจน์กรรมสิทธิ์ เช่น หนังสือรับรองกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างจากหน่วยงานท้องถิ่น หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช.2) สำหรับคอนโดมิเนียม รวมถึงพินัยกรรมหรือคำสั่งศาลในกรณีได้รับบ้านเป็นมรดก
- หากไม่แน่ใจว่าเอกสารของบ้านตัวเองใช้ได้หรือไม่ ควรสอบถามเจ้าหน้าที่โครงการก่อน เพราะบ้านแต่ละหลังอาจมีหลักฐานกรรมสิทธิ์แตกต่างกัน และการเตรียมเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยให้การดำเนินการสะดวกขึ้น
บ้านเรือนเสียหาย จากกรณีประสบอุทกภัย น้ำท่วม ต้องแจ้งเคลมประกันภัยพิบัติอย่างไร
ผู้มีสิทธิสามารถแจ้งเคลมได้ด้วยตนเอง หรือให้ผู้อื่นช่วยแจ้งแทนตามขั้นตอนที่กำหนด โดยแจ้งผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
- LINE Official Account @Thainatcat หรือ เว็บไซต์ www.thainatcat.org หลังจากนั้นเลือกเมนู “แจ้งเคลมใหม่” ยืนยันตัวตนผ่านระบบ ThaID หรือกรอกข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบบกำหนด พร้อมแนบเอกสาร เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน
- ต่อมาให้กรอกข้อมูลบ้านที่ได้รับความเสียหาย แนบหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ รวมถึงภาพถ่ายหรือหลักฐานแสดงความเสียหาย แล้วส่งข้อมูลผ่านระบบ
- เมื่อแจ้งเคลมเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมเก็บ “เลขที่รับแจ้งเคลม” ไว้ให้ดีเพราะต้องใช้ติดตามสถานะการพิจารณาและการจ่ายค่าสินไหมทดแทน
- โดยระบบจะแจ้งเลขที่รับแจ้งเคลมผ่านช่องทางที่โครงการกำหนด เช่น LINE Official Account หรือข้อความ SMS ตามข้อมูลติดต่อที่ลงทะเบียนไว้
กรณีแจ้งข้อมูลไปแล้ว ยังต้องยืนยันข้อมูลอีกไหม
- กรณีแจ้งไปข้อมูลไปแล้ว ยังต้องยืนยันผ่าน LINE หรือเว็บไซต์อีกไหม คปภ.ย้ำว่า ต้องยืนยัน เพราะการแจ้งข้อมูลทางโทรศัพท์เป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้น แต่การพิจารณาค่าสินไหมทดแทนยังต้องมีการยืนยันตัวตนและส่งเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน เช่น เอกสารประจำตัว เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในบ้าน และภาพถ่ายความเสียหาย ซึ่งไม่สามารถดำเนินการให้ครบถ้วนผ่านการพูดคุยทางโทรศัพท์เพียงอย่างเดียวได้
กรณีไม่มีสมาร์ทโฟน จะแจ้งเคลมประกันภัยพิบัติแห่งชาติได้อย่างไร
- ถ้าไม่มีสมาร์ตโฟน ไม่มี LINE หรือไม่มีอินเทอร์เน็ต สามารถแจ้งเคลมได้ โดยติดต่อจุดรับแจ้งเหตุที่โครงการกำหนด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะให้คำแนะนำและช่วยดำเนินการแจ้งเคลมให้
- ทั้งนี้ก่อนที่จะไปแจ้งเหตุ ควรเตรียมบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ภาพถ่ายความเสียหาย และเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในบ้านไปด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการได้สะดวก
กรณีลูกหลานแจ้งเคลมแทนพ่อแม่หรือผู้สูงอายุ สามารถทำได้หรือไม่
- คปภ.ระบุว่า สามารถทำได้ โดยคลิกเลือกที่เมนู “แจ้งแทนผู้อื่น” แล้วกรอกข้อมูลของผู้ได้รับความคุ้มครองให้ครบถ้วน พร้อมแนบเอกสารที่กำหนด เช่น บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้มีสิทธิ รวมถึงข้อมูลของผู้ดำเนินการแจ้งแทน
- ทั้งนี้ การยืนยันตัวตน การส่งเอกสาร และการรับค่าสินไหมทดแทนต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของโครงการ โดยเงินจะจ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิตามข้อมูลบัญชีหรือช่องทางรับเงินที่ได้รับการยืนยัน ไม่ใช่จ่ายให้ผู้แจ้งแทนโดยอัตโนมัติ
หากกรอกข้อมูลการแจ้งเคลมผิด สามารถแก้ไขได้หรือไม่
- กรณีกรอกข้อมูลผิด และรายการยังอยู่ระหว่างการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน สามารถแก้ไขข้อมูลได้ตามขั้นตอนของระบบ หากไม่สามารถแก้ไขด้วยตนเอง ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่โครงการเพื่อขอคำแนะนำ
แจ้งเคลมไปแล้ว แต่ไม่ผ่านการพิจารณา มีข้อแนะนำหรือไม่
- กรณีที่แจ้งเคลมไปแล้วแต่ไม่ผ่าน สาเหตุอาจเกิดจากข้อมูลหรือเอกสารไม่ครบ ความเสียหายไม่เข้าเงื่อนไขกรมธรรม์ หรือเหตุอื่นตามผลการพิจารณาของบริษัทประกันภัย ควรตรวจสอบเหตุผลที่ได้รับแจ้งก่อน และหากมีข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติม สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอให้ตรวจสอบหรือพิจารณากรณีดังกล่าวเพิ่มเติมได้ตามขั้นตอนที่กำหนด
เงื่อนไขเอกสารหลักฐาน ที่ต้องใช้ในการเคลมประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
การขอรับค่าสินไหมทดแทน
- ส่วนที่ 1 หรือเงินชดเชยความเสียหายเบื้องต้น เตรียมเอกสารสำคัญ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีสิทธิ เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในบ้าน ทะเบียนบ้านของที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหาย (ถ้ามี) ภาพถ่ายแสดงความเสียหาย และข้อมูลบัญชีธนาคารหรือสมุดบัญชีธนาคาร กรณีที่ไม่สามารถรับเงินผ่านพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชนได้ หากยืนยันตัวตนผ่านระบบ ThaID อาจไม่จำเป็นต้องแนบภาพบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขั้นตอนและเงื่อนไขของระบบแจ้งเคลม
- ส่วนที่ 2 หรือเงินชดเชยเพิ่มเติมตามความเสียหายจริง ควรเตรียมหลักฐานให้ละเอียดขึ้น เช่น ภาพถ่ายแสดงความเสียหายเพิ่มเติม รายการทรัพย์สินหรือส่วนของบ้านที่ได้รับความเสียหาย ใบเสนอราคาค่าซ่อม ใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม (ถ้ามี) รวมถึงเอกสารอื่นที่บริษัทประกันภัยหรือโครงการขอเพิ่มเติม เพราะเงินชดเชยส่วนนี้จะพิจารณาจากมูลค่าความเสียหายจริงภายใต้วงเงินและเงื่อนไขของกรมธรรม์
แนะการถ่ายรูปบ้านเรือนที่ได้รับความเสีย ต้องถ่ายแบบไหน
- ภาพภายนอกบ้าน ควรถ่ายให้เห็นตัวบ้านและบริเวณโดยรอบอย่างชัดเจน หากทำได้ควรถ่ายให้เห็นเลขที่บ้าน รวมถึงสภาพน้ำท่วมหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
- ภาพภายในบ้านควรถ่ายให้เห็นระดับน้ำ คราบน้ำบนผนัง หรือส่วนต่าง ๆ ของบ้านที่ได้รับความเสียหาย และควรถ่ายภาพบริเวณหรือทรัพย์สินที่เสียหายให้เห็นรายละเอียดชัดเจน
- หากต้องการแสดงความสูงของระดับน้ำหรือคราบน้ำ ควรถ่ายภาพโดยมีจุดอ้างอิงที่ช่วยให้ประเมินระดับความสูงได้ รวมถึงภาพเพิ่มเติมที่ช่วยแสดงขอบเขตและระดับความเสียหายตามความเหมาะสม
ที่มาข้อมูล-ภาพ
- คปภ. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย







