
เริ่มแล้ว ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครองน้ำท่วมสูงสุด 1 แสนบาท
ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เริ่มคุ้มครอง 1 ต.ค. 2569 ครอบคลุมน้ำท่วม วาตภัย แผ่นดินไหว บ้านเสียหายสูงสุด 1 แสนบาทต่อหลังคาเรือน เสียชีวิต 2 ล้านบาท คปภ.เร่งจ่ายสินไหมภายใน 15 วัน
KEY
POINTS
- ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 ครอบคลุมภัยจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว
- ให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยสูงสุด 100,000 บาทต่อหลัง และกรณีเสียชีวิตจากภัยพิบัติ 2 ล้านบาทต่อราย
- เร่งรัดจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน 15 วันหลังเอกสารครบ โดยใช้ AI ช่วยประเมินความเสียหาย และสามารถแจ้งเคลมออนไลน์ได้
คปภ.เผย “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เริ่มคุ้มครองภัยใหม่ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ครอบคลุมอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว บ้านเสียหายรับสูงสุด 1 แสนบาทต่อหลังคาเรือน พร้อมคุ้มครองเสียชีวิต 2 ล้านบาท เร่งจ่ายสินไหมภายใน 15 วันหลังเอกสารครบ
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)เปิดเผยว่า กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป สำหรับภัยใหม่ที่เกิดขึ้น ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด โดยมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570
สำหรับความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย กรมธรรม์ให้ความคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน โดยครอบคลุมเฉพาะสิ่งปลูกสร้างและสิ่งติดตั้งตรึงตราตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ ขณะที่บ้านที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองจะต้องมีทะเบียนบ้านและมีข้อมูลขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย
น้ำท่วมรับเบื้องต้น 1 หมื่นบาท จ่ายเพิ่มตามความเสียหายจริง
กรณีอุทกภัย ซึ่งรวมถึงอุทกภัยอันเกิดจากลมพายุ น้ำป่า และโคลนถล่ม
- ส่วนที่ 1 ผู้ได้รับความเสียหายจะได้รับค่าสินไหมทดแทนส่วนแรก 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน
- ส่วนที่ 2 หากมีความเสียหายเพิ่มเติม จะพิจารณาชดเชยตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง สูงสุดอีก 90,000 บาท
กรณีวาตภัย
- ส่วนที่ 1 จะได้รับค่าสินไหมทดแทนความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท
- ส่วนที่ 2 พิจารณาชดเชยเพิ่มเติมตามความเสียหายจริงสูงสุด 95,000 บาท
กรณีแผ่นดินไหว รวมถึงภูเขาไฟระเบิด คลื่นใต้น้ำ หรือสึนามิ
- ส่วนที่ 1 ความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท
- ส่วนที่ 2 ชดเชยเพิ่มเติมตามความเสียหายจริง สูงสุด 95,000 บาท
นอกจากนี้ ยังมีความคุ้มครองอุบัติเหตุจากภัยพิบัติ
- กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดจากภัยพิบัติได้รับความคุ้มครอง 2,000,000 บาทต่อราย
- กรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุที่เกิดจากภัยพิบัติได้รับความคุ้มครอง 200,000 บาทต่อราย
ทั้งนี้ การจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย ต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ประชาชนสามารถแจ้งเคลมได้ 4 ช่องทาง ได้แก่
- เว็บไซต์ www.thaiNATCAT.org
- LINE Official Account @ThaiNATCAT
- ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-012-5555
- จุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่เกิดเหตุ
ส่วนผู้ที่ไม่มีสมาร์ตโฟนสามารถขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ในการกรอกข้อมูลและแจ้งเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้
แจ้งเคลมออนไลน์ผ่าน ThaID รับเงินผ่านพร้อมเพย์
ขั้นตอนการแจ้งความเสียหายผ่านระบบออนไลน์ ผู้ประสบภัยต้องยืนยันตัวตนผ่าน ThaID ระบุข้อมูลพร้อมเพย์สำหรับรับค่าสินไหมทดแทน จากนั้นกรอกข้อมูลเกี่ยวกับเหตุภัยพิบัติ บ้านเลขที่ และข้อมูลผู้ขอรับค่าสินไหมทดแทน พร้อมแนบภาพถ่ายความเสียหาย โดยผู้ที่ไม่ได้อยู่ ณ จุดเกิดเหตุสามารถอัปโหลดภาพถ่ายความเสียหายเข้าสู่ระบบได้
เมื่อบันทึกข้อมูลแล้ว ระบบจะตรวจสอบว่าที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติในช่วงเวลาที่เกิดเหตุหรือไม่ ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน
สำหรับกรณีอุทกภัย เมื่อผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข จะดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนส่วนแรก 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือนผ่านระบบพร้อมเพย์ หากไม่มีพร้อมเพย์ สามารถแจ้งเลขที่บัญชีธนาคารพร้อมเอกสารประกอบเพื่อรับเงินผ่านบัญชีธนาคารได้ โดยสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ประสานความร่วมมือกับธนาคารออมสินเพื่อสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว
ใช้ AI ประเมินความเสียหาย เร่งจ่ายสินไหมภายใน 15 วัน
ภายหลังสถานการณ์คลี่คลายและสามารถประเมินความเสียหายได้ สมาคมประกันวินาศภัยไทยจะนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สนับสนุนการประเมินมูลค่าความเสียหายสำหรับการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนส่วนเพิ่มเติม หากผู้ประสบภัยยอมรับผลการประเมิน จะเข้าสู่กระบวนการจ่ายค่าสินไหมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
แต่หากผู้ประสบภัยไม่ยอมรับผลการประเมิน จะมีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงอีกครั้ง โดยค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งส่วนความเสียหายเบื้องต้นและส่วนเพิ่มเติมจะไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน
นายชูฉัตรกล่าวว่า สำนักงาน คปภ. จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้ประชาชนผู้ประสบภัยได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์อย่างครบถ้วนและรวดเร็ว โดยจะเร่งกระบวนการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่บริษัทได้รับหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ มี 11 บริษัทเข้าร่วม
ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสามารถรับความคุ้มครองตามโครงการ โดยมีบริษัทประกันภัยเข้าร่วมรับประกันภัยจำนวน 11 บริษัท พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสินไหมทดแทนเฉพาะกิจ และวางระบบรับแจ้งเหตุและกระบวนการจ่ายค่าสินไหมทั้งส่วนความเสียหายเบื้องต้นและความเสียหายเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน สำนักงาน คปภ. จะตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยประเภทอื่นที่ผู้ประสบภัยอาจมีความคุ้มครองเพิ่มเติม เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์อย่างครบถ้วน
ย้ำเคลมฟรี ห้ามโอนเงินหรือให้รหัส OTP
สำหรับประชาชนที่ต้องการแจ้งเคลม ควรระมัดระวังผู้แอบอ้าง โดยการแจ้งเคลมและขอรับค่าสินไหมทดแทนไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ควรโอนเงินหรือชำระค่าดำเนินการใด ๆ ให้บุคคลที่อ้างว่าสามารถช่วยดำเนินการแจ้งเคลมหรือเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมได้
ประชาชนไม่ควรชำระค่าธรรมเนียม ไม่ควรโอนเงินให้บุคคลอื่นเพื่อดำเนินการเคลม และไม่ควรแจ้งรหัส OTP หรือข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ หากมีข้อสงสัยควรตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของโครงการเท่านั้น







