thansettakij
thansettakij
ประกันภัยพิบัติแห่งชาติคืออะไร คุ้มครองอะไรบ้าง สรุปเงื่อนไข-วงเงินชดเชย

ประกันภัยพิบัติแห่งชาติคืออะไร คุ้มครองอะไรบ้าง สรุปเงื่อนไข-วงเงินชดเชย

14 ต.ค. 69 | 03:40 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ต.ค. 69 | 03:43 น.

"ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ"คืออะไร คุ้มครองอะไรบ้าง เงินชดเชยที่จะได้รับกี่บาท มัดรวมทุกเรื่องต้องรู้เกี่ยวกับโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่นี่

KEY

POINTS

  • โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เริ่ม 1 ต.ค. 2569 เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจาก 3 ภัยหลัก คือ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว
  • ให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย ในวงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อหลัง
  • กรณีเสียชีวิตจากภัยพิบัติที่อยู่ในความคุ้มครอง จะได้รับเงินชดเชย 2,000,000 บาทต่อราย
  • การจ่ายค่าสินไหมสำหรับบ้าน จะมีเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 5,000-10,000 บาททันที และส่วนที่เหลือจ่ายตามความเสียหายจริงภายหลัง

พ่อแม่พี่น้องที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม หรือวาตภัย หรือแผ่นดินไหว ต้องรู้!เพราะหลังจากวันที่ 1 ตุลาคม 2569 รัฐบาลปรับเกณฑ์เงินช่วยเหลือเยียวยาจากเดิม เป็นโครงการ"ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ"ที่จะมีระยะเวลาครอบคลุมตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 -1 ตุลาคม 2570 โดยความคุ้มครองที่จะได้รับสูงสุด 1 แสนบาทสำหรับบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย และกรณีเสียชีวิตจะคุ้มครอง 2 ล้านบาทต่อราย สำหรับรายละเอียดของโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จะคุ้มครองอะไรบ้าง และมีวงเงินชดเชยกี่บาท เงื่อนไขต่างๆจะมีอะไรบ้าง "ฐานเศรษฐกิจ"มัดรวมทุกเรื่องต้องรู้มาตอบทุกคำถามดังนี้

ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คืออะไร

  • โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คือ ระบบประกันภัยที่มุ่งให้ความคุ้มครองประชาชนจากความเสียหายที่เกิดจากภัยพิบัติ โดยครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลัง และกรณีเสียชีวิตจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว เพื่อให้ประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือรวดเร็วและทั่วถึงมากขึ้น ผ่านกลไกการถ่ายโอนความเสี่ยงจากภัยพิบัติด้วยระบบประกันภัย ลดการพึ่งพาการเยียวยาจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว โดยคำนึงถึงการไม่จ่ายเงินซ้ำซ้อนและการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ครอบคลุมความเสียหายอะไรบ้าง 

  • อุทกภัย (น้ำท่วม ลมพายุ น้ำป่า โคลนถล่ม)
  • วาตภัย (พายุ ฟ้าผ่า)
  • แผ่นดินไหว (แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด คลื่นใต้น้ำ สึนามิ)
     

ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ระยะเวลาคุ้มครอง

  • กรมธรรม์จะให้ความคุ้มครอง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 โดยกรมธรรม์ดังกล่าวจะครอบคลุมบ้านเรือนประชาชน 30 ล้านหลังคาเรือน ทั้งในพื้นที่ต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานคร 

รายละเอียดวงเงินคุ้มครองสำหรับประกันภัยพิบัติแห่งชาติ มีอะไรบ้าง

1.คุ้มครองที่อยู่อาศัย บ้าน วงเงินคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังต่อครั้ง /ไม่จำกัดจำนวนครั้ง 
กรณีน้ำท่วมจ่ายช่วยเหลือเบื้องต้น 10,000 บาท 

  • ส่วนที่เหลือจ่ายตามความเสียหายจริง ไม่เกิน 90,000 บาท (รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท)

กรณีพายุ หรือ วาตภัย จ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท 

  • ส่วนที่เหลือจ่ายตามความเสียหายจริง ไม่เกิน 95,000 บาท (รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท) 

กรณีแผ่นดินไหว จ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท 

  • ส่วนที่เหลือจ่ายตามความเสียหายจริง ไม่เกิน 95,000 บาท (รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท) 

กรณีภัยน้ำล้อม รับ 10,000 บาทต่อครั้ง/ต่อหลังคาเรือน

  • หากที่อยู่อาศัยถูกน้ำล้อม จนไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ติดต่อกันเกิน 7 วัน

2.กรณีเสียชีวิตจากภัย-จากอุบัติเหตุที่อยู่ในความคุ้มครอง

  • ชดเชย 2,000,000 บาทต่อราย

ใครบ้างที่ได้สิทธิและบ้านประเภทใดได้รับความคุ้มครองในโครงการ ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม

  • ครอบคลุมบ้านตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนราษฎร มีผู้อยู่อาศัยเป็นประจำ
  • ที่พักอาศัยที่ไม่มีทะเบียนบ้าน แต่ได้รับการรับรองจากผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีคนอยู่อาศัยประจำ
  • ผู้มีสิทธิรับค่าสินไหมสำหรับความเสียหายต่อตัวบ้าน ได้แก่ เจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เอาประกันภัย หรือผู้ครอบครองที่พักอาศัยตามเงื่อนไขที่กำหนด
     

ทรัพย์สินที่ได้รับความคุ้มครอง

  • สิ่งปลูกสร้าง ไม่รวมฐานราก
  • สิ่งติดตั้งตรึงตราที่จำเป็นต่อการอยู่อาศัย เช่น งานตกแต่งบิวท์อิน สุขภัณฑ์ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ประตู หน้าต่าง และพื้นกระเบื้อง
  • ไม่ครอบคลุมเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ ปั๊มน้ำ และระบบโซลาร์เซลล์ 

กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม

  • คุ้มครองบุคคลสัญชาติไทยที่มีเลขประจำตัวประชาชน
  • กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดจากภัยพิบัติที่ได้รับความคุ้มครอง จ่ายผลประโยชน์ 2 ล้านบาทต่อคนให้แก่ทายาทโดยธรรม
  • กรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จ่ายผลประโยชน์ 200,000 บาทต่อคน ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยต้องทำอย่างไร เพื่อเรียกร้องค่าสินไหมในโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

เตรียมหลักฐาน แจ้งเคลมและยืนยันตัวตนผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

  • เว็บไซต์ www.ThaiNatCat.org   
  • Line OA: @Thainatcat 
  • Call Center: 0 2012 5555  
  • จุดแจ้งเคลมในพื้นที่

ค่าสินไหมทดแทนภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติจะจ่ายภายในกี่วัน 

  • จ่ายภายใน 15 วัน เมื่อเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง (ขยายเวลาตรวจสอบได้ไม่เกิน 90 วัน)

หากค่าสินไหมไม่ครอบคลุมความเสียหายทั้งหมด จะขอรับเงินราชการ/อปท. ส่วนที่เหลือได้หรือไม่

  • ต้องพิจารณาตามเกณฑ์ และไม่จ่ายซ้ำกับส่วนที่ได้รับประกันภัยแล้ว (ประกันคุ้มครองบ้านรวมไม่เกิน 100,000 บาท)   

หากเกิดอุทกภัยและวาตภัยพร้อมกัน จะได้ค่าสินไหมสูงสุดเท่าใด

  • สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท/ครั้ง/หลังคาเรือน (ส่วนที่ 1 จ่ายอัตราที่สูงกว่า และส่วนที่ 2 จ่ายตามจริงไม่เกิน 90,000 บาท)  

การเรียกร้องค่าสินไหม ใช้วันที่เกิดภัยตามเอกสารใดเป็นเกณฑ์

  • ยึดตามการประกาศเขตภัยพิบัติ  
  • หนังสือรับรองผู้ประสบภัยจาก อปท.   
  • ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูล GISTDA   

หลักเกณฑ์เงื่อนไขการรับเงินค่าสินไหมในโครงการ ประกันภัยพิบัติแห่งชาติจะต้องมีการประเมินความเสียหายก่อนใช่ไหม

  • ส่วนที่ 1 (จ่ายทันทีเมื่อมีหลักฐาน): น้ำท่วม 10,000 บาท วาตภัย/แผ่นดินไหว 5,000 บาท
  • ส่วนที่ 2 (ส่วนเกิน): พิจารณาตามความเสียหายจริง/ดัชนี (รวมส่วนที่ 1 และ 2 ไม่เกิน 100,000 บาท)