
กทม.สั่งปิด 56 สถานประกอบการทั่วกรุง หวั่นซ้ำรอยไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว
กทม. ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยสถานบริการสั่งปิดแล้ว 56 แห่ง จาก 1,091 แห่ง แก้ไข 551 แห่ง ไม่ให้ซ้ำรอยโศกนาฎกรรม ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว
KEY
POINTS
- กทม. ยกระดับมาตรการความปลอดภัยหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าว เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย
- จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการ 824 แห่ง มีคำสั่งให้ปิดบริการชั่วคราว 56 แห่ง เนื่องจากพบข้อบกพร่องด้านความปลอดภัย
- กทม. ได้พัฒนาเช็กลิสต์มาตรฐานความปลอดภัย 17 ข้อ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการตรวจสอบ และจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
เหตุการณ์เพลิงไหม้สถานบันเทิงย่านลาดพร้าว ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ได้กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของมาตรฐานความปลอดภัยภายในสถานบริการ โดยเฉพาะระบบทางหนีไฟและระบบป้องกันอัคคีภัยที่ต้องมีความพร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ
ภายหลังเกิดเหตุ กรุงเทพมหานครได้เร่งยกระดับมาตรการตรวจสอบสถานบริการทุกแห่งทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ โดยมุ่งตรวจความพร้อมของระบบป้องกันอัคคีภัย ทางหนีไฟ อุปกรณ์ดับเพลิง รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและผู้ใช้บริการในระยะยาว อย่างไรก็ตามหากพบว่าสถานบริการแห่งไหนอยู่ในข่ายไม่ได้มาตรฐาน หน่วยงานที่รับผิดชอบสามารถสั่งปิดได้ทันที
"ชัชชาติ" คุมความปลอดภัยสถานประกอบการทั่วกรุง
(22 ก.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเปิดเผยถึงความคืบหน้าการยกระดับมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยของสถานประกอบการภายหลังเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวว่า กรุงเทพมหานครได้ทบทวนมาตรการและหารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พร้อมปรับปรุงแนวทางการตรวจสอบ โดยพัฒนาเช็กลิสต์มาตรฐานด้านความปลอดภัย 17 ข้อ และใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ควบคู่กับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานประกอบการทั่วกรุงเทพมหานคร
สั่งปิดสถานประกอบการ 56 แห่ง ผ่านเกณฑ์ 217 แห่ง
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบจำนวน 1,091 แห่ง โดยในช่วง 3 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว 824 แห่ง พบว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 217 แห่ง สั่งให้ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม 551 แห่ง
รวมทั้งมีคำสั่งให้ระงับการเปิดให้บริการชั่วคราว 56 แห่ง เนื่องจากพบข้อบกพร่องด้านความปลอดภัย โดยกรณีที่ข้อบกพร่องไม่ร้ายแรง กฎหมายเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการปรับปรุงแก้ไขก่อนเปิดให้บริการอีกครั้ง แต่หากพบความเสี่ยงร้ายแรงจะสั่งปิดทันที
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่องตลอด 2 เดือนนี้ พร้อมเข้าตรวจซ้ำ รวมถึงกำหนดให้ผู้ประกอบการจัดทำเอกสารรับรองจากวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญในประเด็นที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ด้วยการสังเกต เช่น ระบบไฟฟ้าภายในอาคาร และวัสดุฉนวนหรือวัสดุกันเสียง เพื่อยืนยันว่าเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย
เรียกทำความเข้าใจเช็กลิสต์ใหม่ ขยายตรวจสถานมหรสพ
สำหรับภายหลังเปิดให้ประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านระบบ Traffy Fondue มีประชาชนแจ้งข้อมูลเข้ามาแล้ว 27 เรื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบโดยเร็ว ขณะเดียวกัน ในช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์นี้ กรุงเทพมหานครจะเชิญผู้ประกอบการทั้งหมดเข้ารับฟังแนวทางการใช้เช็กลิสต์มาตรฐาน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ
นอกจากนี้ การตรวจสอบจะไม่จำกัดเฉพาะสถานบริการหรือสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการเท่านั้น แต่จะครอบคลุมอาคารที่เข้าข่ายเป็นอาคารชุมนุมคนหรือโรงมหรสพตามกฎหมาย ซึ่งมีประมาณ 14,000 แห่ง รวมถึงสนามมวย โดยจะตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการตรวจสอบอาคาร เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย ซึ่งจะมีการตรวจสอบประจำปีและการตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี โดยผู้ตรวจสอบอาคารอิสระ
ขีดเส้นกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพลิงไหม้ 30 วัน
ในส่วนของการสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุเพลิงไหม้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดเผยว่า ได้สั่งให้ผู้อำนวยการเขตจตุจักรเข้าช่วยราชการตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปด้วยความโปร่งใสและไม่กระทบต่อการปฏิบัติงาน พร้อมได้แต่งตั้งคณะกรรมการสำหรับกรณีเหตุเพลิงไหม้ในภาพรวม (ไม่เฉพาะกรณีลาดพร้าว)ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 30 วัน







