
IMF ชี้ไทยขึ้นแท่น 1 ใน 4 ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI ของโลก หนุน GDP โต
IMF จัดไทยติด 1 ใน 4 ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่ของโลก ร่วมกับไต้หวัน มาเลเซีย และเกาหลีใต้ พร้อมประเมิน GDP ไทยมีแนวโน้มขยายตัวจากแรงหนุนการลงทุนและการส่งออกเทคโนโลยี สะท้อนศักยภาพสู่ฐานผลิตอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
KEY
POINTS
- IMF จัดให้ไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI รายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วมกับไต้หวัน มาเลเซีย และเกาหลีใต้
- การส่งออกและการลงทุนที่แข็งแกร่งในภาคเทคโนโลยี เป็นปัจจัยสำคัญที่ IMF ประเมินว่าจะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจ (GDP) ของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้น
- รัฐบาลผลักดันอุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์เป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ พร้อมสร้างระบบนิเวศรองรับการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว
วันนี้ (12 กรกฎาคม 2569) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีแห่งอนาคตของโลกอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนจากรายงานล่าสุดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่จัดให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่ม 4 ประเทศผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI รายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วมกับไต้หวัน มาเลเซีย และเกาหลีใต้
มากไปกว่านั้น IMF ยังประเมินว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยจะขยายตัวจากที่เคยคาดการณ์ไว้ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล มาตรการกระตุ้นทางการคลังฉุกเฉิน ร่วมกับการส่งออกและการลงทุนที่แข็งแกร่งในภาคเทคโนโลยี
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลการประเมินดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางที่รัฐบาลกำหนดให้ อุตสาหกรรม AI เซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
โดยรัฐบาลได้เร่งสร้างระบบนิเวศรองรับการลงทุน ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและพลังงาน การพัฒนาบุคลากรทักษะสูง การวิจัยและนวัตกรรม การอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน รวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ เพื่อผลักดันประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีบทบาทเชิงรุกในการแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาและกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับนานาประเทศบนเวทีความร่วมมือระดับโลก โดยสนับสนุนการพัฒนา AI ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีธรรมาภิบาล โปร่งใส และสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน ซึ่งจะช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่
“รัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนโอกาสจากกระแสการเติบโตของ AI ให้เป็นการลงทุน การสร้างงานคุณภาพ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการเพิ่มรายได้ของคนไทย พร้อมยกระดับประเทศไทยจากฐานการผลิตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เดิม สู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์ของภูมิภาค อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต” นางสาวรัชดา กล่าว







