thansettakij
thansettakij
TDRI เตือนสังคมไทยเผชิญโจทย์ใหม่ 'แก่ตัว-อยู่ลำพัง-ค่าครองชีพพุ่ง'

TDRI เตือนสังคมไทยเผชิญโจทย์ใหม่ 'แก่ตัว-อยู่ลำพัง-ค่าครองชีพพุ่ง'

30 มิ.ย. 69 | 11:24 น.
อัปเดตล่าสุด :30 มิ.ย. 69 | 11:26 น.

TDRI เตือนไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด ผู้สูงอายุอยู่ลำพังเพิ่ม 9 เท่า ค่าครองชีพพุ่ง ขณะที่วัยก่อนเกษียณมีเงินออมอาจไม่เพียงพอใช้เสนอเร่งปฏิรูประบบบำนาญ ระบบดูแลระยะยาว

KEY

POINTS

  • สังคมไทยกำลังเผชิญความท้าทายที่ซับซ้อนกว่าแค่การเป็นสังคมสูงวัย โดยผู้สูงอายุมีอายุยืนยาวขึ้น อยู่ลำพังมากขึ้น และมีค่าครองชีพสูงขึ้น
  • คนวัยใกล้เกษียณ (อายุ 46-60 ปี) ซึ่งเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ มีเงินออมเฉลี่ยไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายหลังเกษียณที่เพิ่มขึ้น
  • TDRI เสนอให้เร่งปฏิรูประบบบำนาญ การออม และพัฒนาระบบดูแลผู้สูงอายุระยะยาว เพื่อรองรับสังคมสูงวัยระดับสุดยอดที่กำลังจะมาถึง

TDRI เปิดผลศึกษาภาพการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยตลอด 30 ปี พบไทยไม่ได้เพียงเข้าสู่สังคมสูงวัย แต่กำลังเผชิญผู้สูงอายุที่อายุยืนขึ้น อยู่ลำพังมากขึ้น และมีต้นทุนการใช้ชีวิตสูงขึ้น ขณะที่คนวัย 46-60 ปี ซึ่งกำลังเข้าสู่วัยเกษียณ มีเงินออมเฉลี่ยไม่เพียงพอรองรับค่าใช้จ่ายในระยะยาว เสนอเร่งปฏิรูประบบบำนาญ การออม และระบบดูแลระยะยาว ก่อนประเทศไทยก้าวสู่ "สังคมสูงวัยระดับสุดยอด" 

ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่ไม่ได้มีเพียงจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น แต่ยังรวมถึงการมีอายุยืนยาวขึ้น การใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว และภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งกำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ทั้งภาครัฐ ครอบครัว และประชาชนต้องเร่งเตรียมรับมือ 

ผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เรื่อง "เกษียณในโลกใบใหม่: เมื่อความแก่ตัวมาพร้อมความโดดเดี่ยวและต้นทุนที่สูงขึ้น" ระบุว่า ตลอดช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากสังคมที่มีผู้สูงอายุจำนวนมาก ไปสู่สังคมที่ผู้สูงอายุต้องพึ่งพาตนเองมากขึ้น ท่ามกลางโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงและต้นทุนการดำรงชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ไทยก้าวสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด ผู้สูงอายุเพิ่มกว่า 3 เท่า

ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนในช่วงปี 2537-2567 พบว่า จำนวนผู้สูงอายุไทยเพิ่มขึ้นจาก 5 ล้านคน เป็น 16.8 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 3.3 เท่า คิดเป็นเกือบหนึ่งในสี่ของประชากรทั้งประเทศ

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้สูงอายุอายุ 80 ปีขึ้นไปเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุด สะท้อนว่าคนไทยมีอายุยืนยาวขึ้น ส่งผลให้ความต้องการระบบดูแลระยะยาว การฟื้นฟูสุขภาพ และบริการผู้ดูแลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้สูงอายุอยู่ลำพังพุ่งเกือบ 9 เท่า ครอบครัวไทยเปลี่ยนโฉม

ผลศึกษาชี้ว่า รูปแบบการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่ส่วนใหญ่อาศัยอยู่กับลูกหลาน กลายเป็นการอยู่เพียงลำพังหรืออยู่กับคู่สมรสมากขึ้น

ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวเพิ่มจากประมาณ 250,000 คน เป็นกว่า 2.2 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 9 เท่า ขณะที่ผู้สูงอายุที่อยู่กันเพียงสองคนเพิ่มขึ้นเกือบ 8 เท่า ส่งผลให้มีผู้สูงอายุกว่า 5.8 ล้านคนที่อาจขาดระบบดูแลอย่างเหมาะสม

 

ปัจจัยสำคัญมาจากการย้ายถิ่นฐานของคนวัยทำงาน การมีบุตรลดลง การแต่งงานช้าลง และต้นทุนการใช้ชีวิตในเมืองที่สูงขึ้น ทำให้รูปแบบครอบครัวขยายลดบทบาทลงอย่างต่อเนื่อง

ค่าครองชีพผู้สูงอายุพุ่ง รายจ่ายซับซ้อนกว่าเดิม

TDRI ระบุว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นจากประมาณ 1,726 บาทต่อคนต่อเดือนในปี 2537 เป็นกว่า 7,300 บาทต่อเดือนในปี 2567 แม้อาหารยังเป็นรายจ่ายหลัก แต่ค่าเดินทาง ค่าสื่อสาร และค่าจ้างผู้ดูแลกลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

โดยเฉพาะผู้สูงอายุวัย 80 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มใช้บริการผู้ดูแลและบุคคลภายนอกมากขึ้น สะท้อนว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมระบบดูแลระยะยาวให้รองรับสังคมสูงวัยอย่างจริงจัง

วัยก่อนเกษียณเสี่ยง เงินออมอาจไม่พอใช้หลังหยุดทำงาน

อีกประเด็นที่น่ากังวล คือ กลุ่มประชากรอายุ 46-60 ปี ซึ่งกำลังจะเข้าสู่วัยเกษียณในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ปัจจุบันมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในภาคเอกชน ธุรกิจส่วนตัว หรือแรงงานอิสระ ซึ่งไม่ได้มีระบบบำนาญที่มั่นคงเหมือนข้าราชการ

แม้คนกลุ่มนี้มีเงินออมเฉลี่ยประมาณ 4,400 บาทต่อเดือน แต่เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายเฉลี่ยหลังเกษียณที่มากกว่า 7,600 บาทต่อเดือน พบว่าเงินออมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอรองรับการใช้ชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อคนไทยมีแนวโน้มมีอายุยืนเกิน 80 ปีมากขึ้น

เสนอปฏิรูประบบบำนาญ-การออม รับมือสังคมสูงวัย

ผลการศึกษาระบุว่า ประเทศไทยควรเร่งยกระดับระบบรองรับสังคมสูงวัย ทั้งการปรับปรุงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ การส่งเสริมการออมของแรงงานนอกระบบ การขยายระบบบำนาญ การสนับสนุนการทำงานหลังเกษียณ รวมถึงการลงทุนในระบบดูแลระยะยาวและการออกแบบเมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ

TDRI เห็นว่า หากประเทศไทยยังใช้แนวคิดเดิมในการรับมือกับสังคมสูงวัย อาจต้องเผชิญภาวะ "อายุยืนอย่างเปราะบาง" ที่ส่งผลกระทบทั้งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและภาระทางเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต แต่หากเร่งปรับระบบตั้งแต่วันนี้ ก็จะสามารถเปลี่ยนความท้าทายของสังคมสูงวัยให้เป็นโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้อย่างยั่งยืน

บทความโดย 

ศ.ดร.วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ ผู้อำนวยการวิจัยนโยบายหลักประกันทางสังคม ทีดีอาร์ไอ 

คุณจิราภรณ์ แผลงประพันธ์ นักวิจัยอาวุโสนโยบายด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง ทีดีอาร์ไอ