thansettakij
thansettakij
สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ธ. ก ส เกษตรกรยื่นกู้ได้ไม่เกิน 100,000 บาท เช็กด่วน

สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ธ. ก ส เกษตรกรยื่นกู้ได้ไม่เกิน 100,000 บาท เช็กด่วน

19 มิ.ย. 69 | 00:31 น.

เกษตรกรกู้เงิน ธ.ก.ส. สามารถยื่นขอสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เช็กหลักเกณฑ์และขั้นตอนเข้าร่วมโครงการ ตรวจสอบรายละเอียดที่นี่

KEY

POINTS

  • ธ.ก.ส. เปิดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ให้เกษตรกรกู้ได้สูงสุด 100,000 บาท โดยผู้กู้จ่ายดอกเบี้ยเพียง 3% ต่อปี และรัฐบาลช่วยจ่ายอีก 3%
  • มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับจัดซื้อปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ เพื่อช่วยลดต้นทุนและภาระทางการเงิน
  • ผู้กู้ต้องมีคุณสมบัติตามเงื่อนไข เช่น ผ่านการอบรมพัฒนาทักษะจาก ธ.ก.ส. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องใช้เงินกู้ซื้อปัจจัยการผลิตจากแหล่งที่กำหนด
  • เกษตรกรที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา โดยใช้เพียงบัตรประชาชน

จากกรณีที่ คณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท ตามนโยบายรัฐบาล เปิดทางเกษตรกรกู้เงินรายละไม่เกิน 100,000 บาท ดอกเบี้ยเพียง 3% ต่อปี หลังรัฐช่วยชดเชยอีกครึ่งหนึ่ง หวังลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก และเร่งเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรแม่นยำและยั่งยืน

วัตถุประสงค์โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ธ. ก ส

สนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิต เพื่อช่วยลดการะทางการเงินจากการใช้บริการ สินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพการเกษตร

สินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพการเกษตร

  • อัตราดอกเบี้ยโครงการ 6%

เมื่อเกษตรกรผู้กู้สามารถปฏิบัติได้ครบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข

  • เกษตรกรชำระดอกเบี้ย 3% ต่อปี
  • รัฐบาลชำระดอกเบี้ยแทนเกษตรกร 3% ต่อปี

 

หลักเกณฑ์และเงื่อนไข

  • เกษตรกรต้องผ่านการอบรม/เรียนรู้การพัฒนาทักษะและการบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskil) โดย ธ.ก.ส. หรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่นๆ เช่น การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น

  • ต้องใช้เงินกู้เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือ วิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด

  • เกษตรกรต้องใช้พันธุ์/เมล็ดพันธุ์ ที่ได้รับการรับรองมีมาตรฐานตามคำแนะนำของ
  • หน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด
  • และจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสม ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
  • จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
  • สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก

 

สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ธ.ก.ส.

ขั้นตอนการเข้าร่วม : ดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต

ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ

  • เกษตรกรสามารถติดต่อขอลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการด้วยบัตรประชาชน ได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา

 

ขั้นตอนการเข้าร่วม : ดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต อบรม/เรียนรู้พัฒนาทักษะและการบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill)

  • เกษตรกรจะต้องรับทราบรายละเอียดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการ
  • เรียนรู้วิธีการใช้ปุ้ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน ผ่าน เว็บไชต์ของกรมพัฒนาที่ดินหรือไลน์น้องดินดี
  • เกษตรกรสามารถเรียนรู้ช้ำได้ด้วยตนเองผ่านช่องทาง BAAC Mobile Line OA : BAAC Family  และเว็บไซต์ www.baac.or.th

โดยหลังจากอบรมแล้วพนักงาน ธ.ก.ส. ในพื้นที่จะบันทึกผลการอบรม/เรียบรู้/เพิ่มทักษะเข้าสู่ระบบ

จ่ายเงินกู้

  • ธ.ก.ส. ทำสัญญาเงินกู้และโอนเงินกู้ผ่านระบบงานสินเชื่อเข้าบัญชีเงินฝาก ธ.ก.ส. ของเกษตรกร

 ใช้เงินกู้ตามวัตถุประสงค์

  • ต้องใช้เงินกู้เพื่อจัดซื้อปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชน

ที่เข้าร่วมโครงการฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยร้านค้าจะบันทึกข้อมูลการซื้อ/ปัจจัยการผลิตเข้าสู่ระบบ

ดำเนินการผลิต

  • เกษตรกรนำปัจจัยการผลิตไปใช้ในการเพาะปลูกตามรอบการผลิต และพนักงาน ธ.ก.ส. ในพื้นที่ออกตรวจ การใช้เงินกู้เพื่อยืนยันว่าได้ใช้เงินกู้ตามวัตถุประสงค์

 ขายผลผลิตและชำระหนี้เงินกู้ผ่านบัญชีเงินฝาก ธ.ก.ส.

  • เกษตรกรสามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่าน

บัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และ ยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก

ระบบตรวจสอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการฯ

  • เกษตรกรต้องผ่านการอบรมเรียนรู้การพัฒนาทักษะการบริหารบริหารจัดการต้นทุน (ReskiIl/Upskill)  โดย ธ.ก.ส. หรือหน่วยงานในสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่น การใช้)อย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดินและความเหมาะสม เมื่อเกษตรกรผู้กู้สามารถปฏิบัติได้ครบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ของพันธุ์พืช เป็นต้น
  •  ต้องใช้เงินกู้เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือ วิสาหกิจรมชนที่เข้าร่วมโครงการฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด
  • สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยเกษตรกรผู้กู้ชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และ ยินยอมให้ ธ.ก.ส.หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก

ประโยชน์ที่ได้รับ 

  • เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตลดลงและมีรายได้เพิ่มขึ้น
  •  เกิดการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ของเกษตรกรกรอย่างเป็นระบบ
  • สถาบันเกษตรกรมีบทบาทเข้มแข็งขึ้น เป็นกลไกหลักด้านปัจจัยการผลิต
  • ผลผลิตมีคุณภาพและได้มาตรฐานมากขึ้น
  • เกิดความเข้มแข็งและความยั่งยืนในภาคการเกษตร.

อ้างอิง: