thansettakij
thansettakij
สมาคมยาสูบไทยจี้ดีอีเอส ปิดเพจ-คีย์เวิร์ดสกัดบุหรี่เถื่อนออนไลน์

สมาคมยาสูบไทยจี้ดีอีเอส ปิดเพจ-คีย์เวิร์ดสกัดบุหรี่เถื่อนออนไลน์

14 พ.ค. 69 | 04:29 น.
อัปเดตล่าสุด :14 พ.ค. 69 | 04:29 น.

สมาคมยาสูบไทยเดินหน้าจี้ดีอีเอส ปิดเพจ-คีย์เวิร์ดสกัดบุหรี่เถื่อนออนไลน์ เผยมีการย้ายฐานจาก X สู่ Facebook Groups หนีการตรวจสอบ หวั่นเข้าถึงง่าย

KEY

POINTS

  • สมาคมการค้ายาสูบไทยเรียกร้องให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เร่งปิดกั้นเพจ กลุ่ม และคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับการขายบุหรี่เถื่อนบนโลกออนไลน์
  • สถานการณ์การขายบุหรี่เถื่อนออนไลน์ยังน่าห่วง โดยพบว่าแพลตฟอร์มหลักได้ย้ายจาก X (Twitter) ไปสู่ Facebook Groups ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางการซื้อขาย
  • ผู้ค้าใช้กลยุทธ์ขายยกคอตตอนราคาถูก ใช้คีย์เวิร์ด "บุหรี่นอก" และติดแฮชแท็กพิกัดเมืองใหญ่รวมถึงสถานศึกษาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและพุ่งเป้าไปที่กลุ่มเยาวชน

นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์บุหรี่เถื่อนในประเทศก็ยังน่าห่วงโดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ แม้ที่ผ่านมากรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรจะดำเนินการปราบบุหรี่เถื่อนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แต่ก็ต้องการเห็นความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ จากผลการวิเคราะห์บทสนทนาออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมายในช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคม 2568 พบโพสต์เกี่ยวกับการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมายรวม 1,240 โพสต์ ตลอดช่วง 3เดือน 

โดยเป็นโพสต์ที่มีเนื้อหาเป็นกลาง มุ่งเน้นเพื่อการซื้อขายโดยเฉพาะ สิ่งที่น่าสนใจคือแพลตฟอร์มที่มีจำนวนโพสต์มากที่สุดไม่ใช่ X (Twitter) ที่เคยครองอันดับหนึ่งในการสำรวจครั้งก่อนแต่เป็น Facebook Groups ที่พบมากถึง 1,096 โพสต์ 

ตามด้วย X (Twitter) จำนวน 753 โพสต์ รวมถึงโพสต์บนบัญชีผู้ใช้ส่วนตัว เพจต่าง ๆ และ Marketplace บน Facebook นอกจากนี้ กลุ่มบน Facebook ยังเป็นที่ที่ได้รับการมีส่วนร่วม (Engagement) สูงที่สุดเช่นกัน

ผลการวิเคราะห์บทสนทนาออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายบุหรี่ผิดกฎหมาย

 

“ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดมืดออนไลน์อย่างชัดเจน ในช่วงต้นของการศึกษาเดือนตุลาคม 2568 บทสนทนาปรากฏบนแพลตฟอร์มเปิดอย่าง X (Twitter) มากที่สุดและทยอยลดลง จนกระทั่งเดือนธันวาคม 2568 บทสนทนาการซื้อขายได้ขยับเข้าสู่ Facebook Groups และคอมมูนิตี้แบบปิดมากขึ้น เนื่องจากชุมชนกลุ่มปิดเหล่านี้สามารถสร้างระบบนิเวศการซื้อขายที่เน้นความไว้วางใจ และลดความเสี่ยงในการทำธุรกรรมได้ดีกว่าแพลตฟอร์มเปิด Facebook Groups จึงทำหน้าที่เสมือนศูนย์กลางการขายบุหรี่ผิดกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการขายแบบแยกซองและแบบยกคอตตอน”

อย่างไรก็ดี บทสนทนาส่วนใหญ่ที่พบเกิดจากฝั่งผู้ขายที่พยายามใช้เทคนิคดึงดูดลูกค้า ด้วยการโพสต์ขายสินค้าเน้นการขายเชิงปริมาณยกคอตตอนมากกว่าแยกขายเป็นซอง โดยราคาที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอยู่ในช่วง 200 – 299 บาทต่อคอตตอน มีจุดขายหลักคือเน้นรสชาติหลากหลาย 

ควบคู่กับการใช้คีย์เวิร์ดว่าบุหรี่นอก หรือบุหรี่ต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความพรีเมียม สื่อสารว่าผู้ซื้อจะได้ของคุณภาพดีในราคาถูก ขณะเดียวกันยังสร้างภาพลักษณ์บุหรี่ถูกกฎหมายในประเทศว่าราคาแพง และกลิ่นไม่น่าดึงดูดเท่าเมื่อเทียบกับตัวเลือกในตลาดผิดกฎหมาย ข้อความเหล่านี้เป็นสิ่งที่ถูกใช้อย่างต่อเนื่องในทุกโพสต์ เพื่อดึงดูดผู้ซื้อเข้าไปทำธุรกรรมซื้อขายในช่องทางการติดต่อส่วนบุคคล เช่น LINE อย่างต่อเนื่อง

นางสาวธัญญศรัณ กล่าวอีกว่า ความไว้วางใจคือแกนหลักของการขายออนไลน์ อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเทคนิคในการสร้างความไว้วางใจในการซื้อขาย เป็นกลยุทธ์สำคัญเพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้ผู้ซื้อ ซึ่งงานวิจัยพบการพูดถึงประเด็นการโกงหรือสแกมเมอร์มากขึ้น ส่งผลให้ผู้ซื้อระมัดระวังการโอนเงินมากขึ้นด้วย 

ผู้ขายจึงปรับตัวโดยใช้การเก็บเงินปลายทาง หรือการเชิญชวนเข้ากลุ่มปิด เพื่อสร้างระบบนิเวศการซื้อขายที่เน้นความไว้วางใจ และลดความเสี่ยงในการทำธุรกรรมได้ พร้อมทั้งลงรูปโชว์สต็อกจำนวนมากหรือภาพคลังสินค้า เพื่อยืนยันว่ามีของจริง และพร้อมจัดส่ง สื่อถึงซัพพลายที่เสถียร ผู้ซื้อจะได้รับสินค้าตามที่สั่งแน่นอนนอกจากนี้ยังมีโปรโมชันเพื่อส่งเสริมการซื้อยกคอตตอนด้วยราคาพิเศษ เน้นความคุ้มค่า เพื่อจูงใจ

นางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย

 

อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งพฤติกรรมที่น่ากังวลคือการติดแฮชแท็กสถานที่ในเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยว เช่น กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต และสงขลา (หาดใหญ่) ทั้งจากฝั่งผู้ขายและผู้ซื้อ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าจะได้รับสินค้าอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มการเข้าถึงของโพสต์สู่ผู้ใช้แพลตฟอร์มทั่วไปในพื้นที่นั้น ๆ ด้วย 

อีกทั้งยังพบการติดแฮชแท็กสถานศึกษาระดับมหาวิทยาลัยทั้งจากผู้ซื้อและผู้ขายที่กำลังตามหาของ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแฮชแท็กพิกัดเป็นตัวเพิ่มโอกาสในการปิดการซื้อขาย และอาจเป็นการพุ่งเป้าไปยังกลุ่มเยาวชนโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง”

ข้อมูลจากผลการสำรวจของสมาคมการค้ายาสูบไทยสอดคล้องกับสิ่งที่กรมศุลกากรให้ข้อมูลที่พบว่ารูปแบบพฤติการณ์การลักลอบจำหน่ายบุหรี่ผิดกฎหมายในปัจจุบันเป็นการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ส่งตรงถึงผู้บริโภคมากขึ้น กรมศุลกากรจึงได้ปรับแผนการเฝ้าระวังให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และนำเทคโนโลยี X-ray มาช่วยตรวจสอบตามศูนย์คัดแยกพัสดุของบริการขนส่งต่าง ๆ

“สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง กับปัญหาการค้าผิดกฎหมายบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเรื่องบุหรี่เถื่อนที่ยังคงวิกฤต โดยมุ่งเน้นไปยังเส้นเลือดใหญ่ ได้แก่ โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์ม โดยจะต้องเร่งประสานงานปิดกั้นเพจ กลุ่ม คีย์เวิร์ด และโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับการค้าบุหรี่เถื่อนเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าเหล่านี้ถูกกระจายสู่มือผู้บริโภคได้ เพราะตราบใดที่แพลตฟอร์มยังไม่ได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบ ตลาดมืดบุหรี่เถื่อนออนไลน์ก็จะยังคงเติบโตต่อไป และที่สำคัญที่สุดคือเปิดช่องให้เยาวชนเข้าถึงสินค้าผิดกฎหมายได้อย่างง่ายดาย”