thansettakij
thansettakij
“สรรเพชญ”ลงพื้นที่ระโนดติดตามปัญหากัดเซาะชายฝั่ง และการสัญจรทางน้ำ

“สรรเพชญ”ลงพื้นที่ระโนดติดตามปัญหากัดเซาะชายฝั่ง และการสัญจรทางน้ำ

31 พ.ค. 69 | 12:57 น.
อัปเดตล่าสุด :31 พ.ค. 69 | 13:08 น.

“สรรเพชญ บุญญามณี” รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ระโนดติดตามปัญหากัดเซาะชายฝั่ง และการสัญจรทางน้ำ รับฟังข้อเสนอประชาชนในพื้นที่ตำบลท่าบอน และตำบลปากแตระ จ.สงขลา

KEY

POINTS

  • นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ อ.ระโนด จ.สงขลา เพื่อติดตามและหาแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและการสัญจรทางน้ำ
  • พบปัญหาใน ต.ท่าบอน เช่น เส้นทางเดินเรือตื้นเขิน มีหินกีดขวาง และเขื่อนป้องกันการกัดเซาะบางส่วนชำรุด
  • สำรวจพื้นที่ ต.ปากแตระ ที่ถูกกัดเซาะกว่า 700 เมตร พร้อมรับฟังข้อเสนอจากชาวบ้านในการสร้างแนวกันคลื่นและปะการังเทียมเพื่อป้องกันและลดผลกระทบ

วันนี้ (31 พ.ค. 69) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ร่งมกับเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า เพื่อติดตามปัญหาและรับฟังความต้องการของประชาชนในพื้นที่ตำบลท่าบอน และตำบลปากแตระ โดยร่วมตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง พร้อมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาด้านการสัญจรทางน้ำ การป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

                            “สรรเพชญ”ลงพื้นที่ระโนดติดตามปัญหากัดเซาะชายฝั่ง และการสัญจรทางน้ำ

นายสรรเพชญและคณะ ได้ลงพื้นที่ตำบลท่าบอน จุดแรก บริเวณวัดท่าบอน หมู่ที่ 3 พบว่าทางขึ้น-ลงเรือประมงของชาวบ้านเกิดปัญหาการตื้นเขิน ขณะที่หินเรียงบริเวณแนวเขื่อนบางส่วนได้เคลื่อนตัวและตกหล่นกีดขวางเส้นทางสัญจรทางน้ำ ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพประมงของประชาชนในพื้นที่ จึงมีความจำเป็นต้องเร่งศึกษา และกำหนดแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินเรือ

จากนั้น ได้ลงพื้นที่เขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งของกรมเจ้าท่าในพื้นที่หมู่ที่ 3 ซึ่งยังคงมีสภาพแข็งแรงและสามารถป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งได้ตามวัตถุประสงค์ รวมถึงช่วยลดผลกระทบจากคลื่นลมทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

อย่างไรก็ตาม พบว่าท่อระบายน้ำบางส่วนมีสภาพชำรุด จึงควรได้รับการซ่อมแซมและปรับปรุงโดยเร็ว เพื่อให้ระบบระบายน้ำสามารถรองรับการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังได้ติดตามพื้นที่ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ส่งผลให้พื้นที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นลมมรสุมที่พัดเข้าหาฝั่งโดยตรง โดยเห็นควรให้มีการศึกษาและออกแบบมาตรการป้องกันชายฝั่งที่เหมาะสม ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักวิชาการที่เกี่ยวข้อง

                        “สรรเพชญ”ลงพื้นที่ระโนดติดตามปัญหากัดเซาะชายฝั่ง และการสัญจรทางน้ำ

ส่วนในพื้นที่ตำบลปากแตระ ได้ลงสำรวจบริเวณชายฝั่งที่ประสบปัญหาการกัดเซาะเป็นระยะทางประมาณ 700 เมตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งและความเป็นอยู่ของประชาชนในบริเวณดังกล่าว โดยมีแนวคิดในการก่อสร้างแนวกันคลื่น เพื่อลดความรุนแรงของคลื่นและป้องกันการกัดเซาะ ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวได้ผ่านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว จึงสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการพิจารณาผลักดันโครงการในขั้นตอนต่อไปได้

                                “สรรเพชญ”ลงพื้นที่ระโนดติดตามปัญหากัดเซาะชายฝั่ง และการสัญจรทางน้ำ

ขณะที่บริเวณปากน้ำปากแตระ ประชาชนในพื้นที่ได้เสนอให้มีการก่อสร้างปะการังเทียม หรือ โครงสร้างป้องกันคลื่น เพื่อช่วยลดผลกระทบจากคลื่นลม ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจรทางน้ำ และการประกอบอาชีพประมงของชาวบ้าน โดยในขั้นตอนต่อไปจะต้องมีการศึกษาความเหมาะสมของโครงการตามหลักวิชาการ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน

                                  “สรรเพชญ”ลงพื้นที่ระโนดติดตามปัญหากัดเซาะชายฝั่ง และการสัญจรทางน้ำ

นายสรรเพชญ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการรับฟังปัญหาและข้อเสนอจากประชาชนโดยตรง เพื่อนำข้อมูลไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการศึกษาและผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยคำนึงถึงทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ความปลอดภัยในการสัญจรทางน้ำ และการสนับสนุนอาชีพของประชาชนในพื้นที่ควบคู่กันไป