
“สรรเพชญ”ลุยปั้น SRTA เร่งปลุกที่ดิน รฟท. สร้างมูลค่าเศรษฐกิจระยะยาว
“สรรเพชญ”มอบนโยบายเชิงรุกให้ SRTA เร่งบริหาร-พัฒนาทรัพย์สิน รฟท.ทั่วประเทศ หวังเพิ่มรายได้ระยะยาว ฟื้นฐานะ รฟท. ลดภาระภาครัฐ เปิดทางเอกชนร่วมลงทุนเพิ่มมูลค่าที่ดินรัฐ
KEY
POINTS
- รมช.คมนาคม “สรรเพชญ บุญญามณี” มอบนโยบายให้ SRTA เร่งพัฒนาที่ดินของการรถไฟฯ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว
- นโยบายหลักมุ่งเน้นการนำที่ดินที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์มาพัฒนาเชิงพาณิชย์, การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟ (TOD) และโครงการแบบผสมผสาน (Mixed-use)
- ผลักดันการนำเทคโนโลยีและ AI มาใช้ในการบริหารจัดการทรัพย์สิน พร้อมสร้างความโปร่งใสและลดขั้นตอนเพื่อดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายแก่ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) บริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยเน้นย้ำให้เร่งยกระดับการบริหารและพัฒนาทรัพย์สินของการรถไฟฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาเมือง ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความยั่งยืนในระยะยาว
นายสรรเพชญ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพย์สินของรัฐ โดยเฉพาะที่ดินของการรถไฟฯ ซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่มีศักยภาพสูง กระจายอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เขตเมือง และแนวเส้นทางคมนาคมทั่วประเทศ จึงมอบนโยบายเชิงรุกให้ SRTA เร่งบริหารและพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง สนับสนุนการฟื้นฟูกิจการของ รฟท. และช่วยลดภาระทางการเงินของภาครัฐในอนาคต
ทั้งนี้ ได้กำหนดนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร 6 ด้าน ประกอบด้วย
1.เร่งสร้างรายได้จากพื้นที่ Non-core Business
ให้ SRTA เร่งนำพื้นที่หรือทรัพย์สินที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์เชิงธุรกิจออกมาพัฒนาเพื่อสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงาน ทั้งการบริหารสัญญาเช่า การจัดเก็บรายได้ และการเปิดทางให้เอกชนร่วมลงทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินของรัฐ
2.พัฒนาที่ดินควบคู่การพัฒนาเมืองอย่างสมดุล
กำหนดให้ทุกโครงการต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายรัฐบาล โดยใช้แนวคิด Mixed-use Development และเชื่อมโยงกับระบบขนส่งสาธารณะ คำนึงถึงมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนและชุมชนในพื้นที่
3.ยกระดับองค์กรด้วยเทคโนโลยีและ AI
ผลักดันให้นำระบบดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยบริหารจัดการทรัพย์สิน สัญญา และข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านอสังหาริมทรัพย์ การลงทุน และเทคโนโลยี เพื่อรองรับภารกิจในอนาคต
4.ลดขั้นตอน เพิ่มความโปร่งใส
วางระบบติดตามงานและเปิดเผยข้อมูลให้เข้าถึงง่าย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน นักลงทุน และภาคเอกชน ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม และเพิ่มโอกาสในการดึงดูดการลงทุนเข้าสู่พื้นที่ของ รฟท.
5.เดินหน้า TOD รอบสถานีรถไฟ
เร่งผลักดันการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีรถไฟตามแนวคิด Transit-Oriented Development (TOD) ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการใช้ประโยชน์ที่ดินและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของรัฐในระยะยาว
6.ตั้งกลไกรายงานผลและตรวจสอบชัดเจน
กำหนดให้ SRTA รายงานผลการดำเนินงานต่อกระทรวงคมนาคมทุกไตรมาส ทั้งด้านรายได้ การบริหารสัญญา และความคืบหน้าโครงการ เพื่อให้กระทรวงสามารถสนับสนุนและผลักดันเชิงนโยบายได้อย่างทันท่วงที
นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ ไม่ใช่อุปสรรคของการทำงาน แต่เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทั้งภาคเอกชนและประชาชนต่อการบริหารทรัพย์สินของรัฐ
“SRTA มีทรัพย์สินที่มีศักยภาพสูง และยังมีโอกาสอีกมากในการต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ประเทศ ผมเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของผู้บริหารและบุคลากร จะสามารถขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศได้อย่างยั่งยืน” นายสรรเพชญ กล่าว






