thansettakij
thansettakij
‘ไฟป่า’ลาม 20 จังหวัด 85 อำเภอ  ขณะวาตภัยถล่ม-อุบัติเหตุคร่าชีวิตต่อเนื่อง

‘ไฟป่า’ลาม 20 จังหวัด 85 อำเภอ ขณะวาตภัยถล่ม-อุบัติเหตุคร่าชีวิตต่อเนื่อง

19 เม.ย. 69 | 09:36 น.
อัปเดตล่าสุด :19 เม.ย. 69 | 09:52 น.

ปภ.เผยไฟป่าระอุทั่วประเทศ 20 จังหวัด 85 อำเภอ “กาญจนบุรี” ครองแชมป์จุดความร้อน ขณะวาตภัยพัดถล่มบ้านพังนับพันหลัง ด้านอุบัติเหตุยังรุนแรง เสียชีวิตสะสม 165 ราย สะท้อนความเสี่ยงสาธารณภัยพุ่งต่อเนื่อง

KEY

POINTS

  • สถานการณ์ไฟป่าลุกลามครอบคลุมพื้นที่ 20 จังหวัด 85 อำเภอ โดยจังหวัดกาญจนบุรีมีจุดความร้อนสูงสุด และมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 รายระหว่างปฏิบัติหน้าที่
  • เกิดเหตุวาตภัยใน 18 จังหวัด ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่า 2,700 หลัง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • อุบัติเหตุทางถนนยังคงสร้างความสูญเสียต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก และเกิดเหตุรุนแรงที่จังหวัดน่านซึ่งมีผู้เสียชีวิต 5 ราย

สถานการณ์สาธารณภัยไทยยังน่าห่วง หลังไฟป่ายังลุกลามในวงกว้าง ขณะวาตภัยและอุบัติเหตุยังสร้างความสูญเสียต่อเนื่อง สะท้อนความเปราะบางที่ต้องเร่งรับมือ

รายงานสถานการณ์สาธารณภัยประจำวันที่ 19 เมษายน 2569 (ณ เวลา 06.00 น.) จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระบุว่า ประเทศไทยยังเผชิญวิกฤตหลายด้าน โดยเฉพาะสถานการณ์ไฟป่าที่ขยายวงกว้างครอบคลุม 20 จังหวัด 85 อำเภอ ทั่วประเทศ

ในจำนวนนี้ มีพื้นที่ 19 จังหวัด ที่ยังอยู่ระหว่างการควบคุมและดับไฟป่า อาทิ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ น่าน ตาก กำแพงเพชร ชัยภูมิ และกาญจนบุรี เป็นต้น ขณะที่อีก 1 จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ สามารถควบคุมเพลิงได้ในวงจำกัด ครอบคลุม 5 อำเภอ

สำหรับ “จุดความร้อน” ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความรุนแรงของไฟป่า พบว่าจังหวัด กาญจนบุรีมีจำนวนสูงสุด 559 จุด รองลงมา ได้แก่ ตาก 230 จุด และเชียงใหม่ 212 จุด สะท้อนสถานการณ์ไฟป่าที่ยังรุนแรงและมีแนวโน้มยืดเยื้อ

ด้านความสูญเสียจากการปฏิบัติงาน พบมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย ในพื้นที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างการสร้างแนวกันไฟ

ขณะเดียวกัน สถานการณ์อัคคีภัยเกิดขึ้นใน 7 จังหวัด 6 อำเภอ 6 ตำบล 1 เขต 1 แขวง โดยมีเหตุสำคัญ เช่น ไฟไหม้บ่อขยะในจังหวัดตากและพะเยา เพลิงไหม้สวนยางพาราในจังหวัดนราธิวาส รวมถึงเหตุเพลิงไหม้ทาวน์เฮ้าส์ในเขตบางนา กรุงเทพมหานคร ที่มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย

ส่วนสถานการณ์วาตภัยในช่วงวันที่ 16–19 เมษายน 2569 เกิดขึ้นใน 18 จังหวัด 65 อำเภอ 137 ตำบล 392 หมู่บ้าน ส่งผลให้บ้านเรือนเสียหายรวม 2,728 หลัง โดยยังมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องใน 6 จังหวัด 31 อำเภอ 59 ตำบล 180 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหายอีก 1,506 หลัง

จังหวัดที่ได้รับความเสียหายสูงสุด ได้แก่ ศรีสะเกษ 916 หลัง และ ขอนแก่น 278 หลัง สะท้อนความรุนแรงของพายุฤดูร้อนที่ยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

ด้านสถิติอุบัติเหตุยังอยู่ในระดับน่ากังวล โดยข้อมูลวันที่ 18 เมษายน 2569 พบผู้เสียชีวิต 34 ราย และบาดเจ็บ 1,837 ราย ขณะที่สถิติสะสมช่วงวันที่ 1–18 เมษายน 2569 มีผู้เสียชีวิตรวม 165 ราย และบาดเจ็บ 11,764 ราย

นอกจากนี้ ยังเกิดอุบัติเหตุรุนแรงในจังหวัดน่าน เมื่อรถกระบะแหกโค้งตกข้างทาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บ 14 ราย สะท้อนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยบนท้องถนนที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ภาพรวมสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยยังเผชิญ “ความเสี่ยงสาธารณภัยซ้อน” ทั้งไฟป่า วาตภัย และอุบัติเหตุ ซึ่งยังมีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยเฉพาะในช่วงสภาพอากาศร้อนจัดและแปรปรวน จำเป็นต้องเร่งบูรณาการการรับมืออย่างเข้มข้น เพื่อลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในระยะต่อไป