thansettakij
thansettakij
ปภ.เตือนพายุฤดูร้อนยังถล่มต่อเนื่อง 7 จังหวัดอ่วม บ้านเรือนเสียหาย 268 หลัง

ปภ.เตือนพายุฤดูร้อนยังถล่มต่อเนื่อง 7 จังหวัดอ่วม บ้านเรือนเสียหาย 268 หลัง

18 เม.ย. 69 | 11:51 น.
อัปเดตล่าสุด :18 เม.ย. 69 | 11:57 น.

ปภ.เตือน จังหวัดในภาคเหนือ-อีสาน-กลาง ยังต้องเฝ้าระวังพายุลมแรง-ลูกเห็บ-ฟ้าผ่า สั่งเครื่องจักรกลฯ พร้อมช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง

KEY

POINTS

  • พายุฤดูร้อนพัดถล่ม 7 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 268 หลัง
  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยังคงประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ประเทศไทยตอนบนเฝ้าระวังพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงต่อเนื่อง
  • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งและใต้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง

วันนี้ (18 เม.ย.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยพื้นที่ 7 จังหวัดในภาคเหนือ กลาง และอีสาน เกิดเหตุวาตภัย รวม 10 อำเภอ 21 ตำบล 65 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 268 หลัง

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนประชาชนใน 60 จังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และ กทม. ให้เฝ้าระวังพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง ในช่วงวันที่ 16 - 20 เม.ย. 69  ซึ่งวันนี้ในช่วงเช้า ปภ. ได้รับรายงานว่าเมื่อคืนวันที่ 17 เม.ย. 69 ได้เกิดเหตุวาตภัยหลายพื้นที่

ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 7 จังหวัด 10 อำเภอ 21 ตำบล 65 หมู่บ้าน รวม 268 หลัง ใน จ.อุบลราชธานี จ.ยโสธร จ.นครราชสีมา จ.สุรินทร์ จ.อำนาจเจริญ จ.ปราจีนบุรี จ.ลพบุรี

ปภ.เตือนพายุฤดูร้อนยังถล่มต่อเนื่อง 7 จังหวัดอ่วม บ้านเรือนเสียหาย 268 หลัง

ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ประสบภัยได้ส่งเครื่องจักรกลสาธารณภัยช่วยเหลือบ้านเรือนประชาชน ต้นไม้ เสาไฟที่ล้มเสียหาย ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ได้ร่วมกับอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จิตอาสา อปพร. อาสาสมัคร มูลนิธิ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือเบื้องต้น

จากการติดตามสภาพอากาศประจำวันที่ 18 เม.ย. 69 พบว่าประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง

สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง