thansettakij
thansettakij
วิกฤตไฟป่าภาคเหนือทุบสถิติ! จุดความร้อนพุ่งสะสม 6.4 หมื่นจุด

วิกฤตไฟป่าภาคเหนือทุบสถิติ! จุดความร้อนพุ่งสะสม 6.4 หมื่นจุด

18 เม.ย. 69 | 06:20 น.
อัปเดตล่าสุด :18 เม.ย. 69 | 06:36 น.

ไฟป่าภาคเหนือวิกฤต! พบจุดความร้อนพุ่ง 64,689 จุด ทุบสถิติปี 69 กระทบเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวซบเซา ฝุ่นพิษทำนร.เรียนออนไลน์-คนป่วยสะสมพุ่งกว่า 1.4 แสนราย

KEY

POINTS

  • สถานการณ์ไฟป่าภาคเหนือช่วง 1-16 เม.ย. 69 ทวีความรุนแรง พบจุดความร้อนสะสมสูงถึง 64,689 จุด ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของปี
  • สาเหตุหลักเกิดจากการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เกษตรกรรม ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศแบบแอ่งกระทะและสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้ไฟลุกลามง่ายและมลพิษถูกกักขัง
  • วิกฤตไฟป่าส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งด้านสังคม (สุขภาพ, การศึกษา), เศรษฐกิจ (การท่องเที่ยว, การลงทุน) และสิ่งแวดล้อม (ผลผลิตเกษตร, ภาวะโลกร้อน)

จากสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือที่กำลังรุนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อมูลสถิติจุดความร้อนจากดาวเทียมระบบ VIIR ในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าช่วงต้นปีที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 1-16 เมษายน 2569 ที่พบจุดความร้อนมากถึง 64,689 จุด ทุบสถิติสูงสุด (New High) ของปี 2569 ในวันที่ 15 เมษายนที่ 5,384 จุด ข้อมูลในช่วงดังกล่าวสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 2568

โดยจุดความร้อนที่พบส่วนใหญ่อยู่ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษณ์และป่าสงวนแห่งชาติ ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนแค่สถิติแต่ยังชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงและผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม

น่าสนใจว่าหลังจากมาตรการห้ามเผาในพื้นที่เปิดโล่งและพื้นที่ป่าทุกชนิด (ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงของเจ้าหน้าที่) ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ - 31 มีนาคม 2569 ช่วงต้นถึงกลางเดือนเมษายนสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือจะยิ่งรุนแรงขึ้นหรือไม่

.

เพราะเหตุใดช่วงต้นถึงกลางเดือนเมษายนจึงน่าจับตามอง โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรบริเวณรอยต่อกับป่า เนื่องจากเป็นช่วงเตรียมการเพาะปลูกในรอบใหม่จะเริ่มมีการเผาเพื่อปรับพื้นที่สำหรับลงเมล็ดพันธุ์ก่อนฝนจะเริ่มตกในเดือนพฤษภาคม

วิกฤตไฟป่าภาคเหนือทุบสถิติ! จุดความร้อนพุ่งสะสม 6.4 หมื่นจุด ความท้าทายสำคัญของไฟป่าภาคเหนือคือ “ภูมิประเทศ” โดยพื้นที่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็น “แอ่งกระทะ” ล้อมรอบด้วยทิวเขาสูง ขณะที่พื้นที่ตอนกลางเป็นที่ราบหุบเขา ส่งผลให้ไฟเกิดลุกลามอย่างรวดเร็ว เช่น แอ่งแม่ฮ่องสอน ล้อมรอบด้วยทิวเขาถนนธงชัย แอ่งลำปางล้อมรอบด้วยทิวเขาขุนตานและผีปันน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ แอ่งเชียงใหม่ - ลำพูน ถูกล้อมรอบด้วยทิวเขาถนนธงชัยและขุนตาน ซึ่งประสบปัญหาไฟป่าบ่อยครั้งในช่วงปีหลังมานี้ คุณภาพอากาศจังหวัดเชียงใหม่จึงย่ำแย่ติดอันดับโลก

ประกอบกับอิทธิพลจากกระแสลมตะวันตกจากประเทศเมียนมา ความกดอากาศสูงที่แผ่เข้ามาปกคลุมจากประเทศจีน ส่งผลให้ที่ราบเขตเมืองเหมือน “กระทะที่ถูกครอบด้วยฝาชี” เนื่องจากฝุ่นควันจากไฟป่าถูกกดด้วยความกดอากาศไม่สามารถระบายออกตามปกติ อากาศไม่ถ่ายเทเพราะอัตราการระบายอากาศต่ำ

วิกฤตไฟป่าภาคเหนือทุบสถิติ! จุดความร้อนพุ่งสะสม 6.4 หมื่นจุด สาเหตุนี้ทำให้พื้นที่ภาคเหนือถูกจับตาในเรื่องมลพิษทางอากาศ รวมถึงยังมีปัญหาในเรื่องฝุ่นควันข้ามแดนจากเพื่อนบ้านทำให้คุณภาพอากาศแย่ลง อีกทั้งภูมิประเทศของภาคเหนือยังทำให้เวลากลางวันมีสภาพอากาศที่ร้อนจัด

.

อย่างที่ทราบดีว่าสาเหตุหลักของการเกิดไฟป่าเกิดจากการกระทำของมนุษย์ เช่น การหาของป่า ล่าสัตว์ การเผาไร่ เตรียมพื้นที่ทำกินบนพื้นที่สูง การเลี้ยงปศุสัตว์ ความคึกคะนอง รวมถึงการบริหารจัดการเชื้อเพลิงที่สะสมหนาแน่น ส่งผลให้เกิดมลพิษทางอากาศจากกลุ่มควัน เศษใบไม้จากการเผาไหม้ทำให้คุณภาพอากาศกระทบต่อสุขภาพ ประกอบกับเดือนเมษายนหลายจังหวัดในภาคเหนือมีอากาศร้อนจัด โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าอุณภูมิอาจสูงเกิน 40 °C

วิกฤตไฟป่าภาคเหนือทุบสถิติ! จุดความร้อนพุ่งสะสม 6.4 หมื่นจุด

ซึ่งค่าคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่และอุณภูมิสูงไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลกระทบในมิติอื่นๆ ดังนี้

1) มิติทางด้านสังคม

- การเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก เนื่องด้วยมลพิษทางอากาศที่สูงเกินมาตรฐานหลายโรงเรียนในพื้นที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนเป็นแบบออนไลน์หรืองดกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะในระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจ กิจกรรมรูปแบบออนไลน์ไม่ตอบโจทย์ต่อพัฒนาการ อีกทั้งการถูกจำกัดให้อยู่เพียงในอาคารส่งผลให้โอกาสการเรียนรู้และการทำกิจกรรมนอกสถานที่ลดลง

- การสูญเสียรายได้จากปัญหาสุขภาพ เนื่องด้วยต้องแบ่งส่วนหนึ่งจากรายได้เพื่อใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลจากโรคที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ เช่น จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคที่เป็นผลกระทบทางสุขภาพจากหมอกควันและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ พัฒนาโดยคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมกับสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าในจังหวัดเชียงใหม่สัปดาห์แรกเดือนเมษายนมีผู้ป่วยจากโรคที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศถึง 4,240 ราย ซึ่งในปี 2569 มีผู้ป่วยสะสม 147,107 ราย โดยจากข้อมูลปี 2565-2568 ผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ส่งผลให้ประชาชนต้องมีแนวทางในการกำหนดค่าใช้จ่ายวางแผนดูแลสุขภาพและใช้จ่ายเพิ่มเติมเพื่อซื้อสิ่งของอื่นๆ เช่น เครื่องฟอกอากาศ หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น เป็นต้น

2) มิติด้านเศรษฐกิจ

- การท่องเที่ยว อย่างที่ทราบดีว่าพื้นที่ภาคเหนือโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจากสถานการณ์ไฟป่าที่ส่งผลให้มลพิษทางอากาศสูงเกินกว่ามาตรฐานติดอันดับโลกขณะนี้ทำให้เริ่มมีการยกเลิกการจองเลิกที่พักแล้วบางส่วน ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อรายได้ระยะสั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวระยะยาว อาจส่งผลต่อธุรกิจในภาพรวมเพราะจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง

- ความเชื่อมั่นด้านการลงทุน พื้นที่ภาคเหนือหลายจังหวัดได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐและหน่วยงานท้องถิ่นในการพัฒนาเมืองให้เป็นศูนย์กลาง Wellness Center สำหรับการรักษา ฟื้นฟูร่างกายและใช้ชีวิตหลังเกษียณแต่จากสถานการณ์อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของเมืองในสายตาของนักลงทุน

- ด้านอุตสาหกรรมและต้นทุนการผลิต เนื่องด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันหลายโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งมีมาตรการควบคุมจากทางภาครัฐในการลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะในธุรกิจก่อสร้างที่มีมาตรการให้งดการดำเนินงานในวันที่ค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการทำงานและต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

3) มิติด้านการเกษตรและสิ่งแวดล้อม

- ด้านการเกษตร สถานการณ์ไฟป่าและมลพิษทางอากาศไม่ได้ส่งผลเพียงสุขภาพของคนแต่ยังส่งผลต่อสุขภาพของพืช เพราะฝุ่นควันทำให้เกิดการอุดตันจากปากใบ ประกอบกับอากาศร้อนเกิน 40 °C ติดต่อกันหลายวัน ส่งผลต่อการคายน้ำทำให้พืชเกิดภาวะเครียด การสังเคราะห์แสงของพืชลดลง ผลผลิตน้อย สูญเสียคุณภาพ น้ำหนัก และผลผลิตแก่ไวกระทบต่อรายได้

- การปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื่องด้วยการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องฟอกอากาศประกอบกับอากาศที่ร้อนจัดในช่วงเวลานี้ทำให้มีการใช้เครื่องปรับอากาศร่วมด้วย การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าและพลังงานที่มากขึ้นส่งผลให้เกิดก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน

จากผลกระทบ 3 มิติเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสถานการณ์ไฟป่าและมลพิษทางอากาศที่กำลังเกิดขึ้น ปัจจุบันหลายหน่วยงานมีการระดมแนวคิดเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตามปัญหาไฟป่าในภาคเหนือไม่สามารถแก้ไขได้เพียงมาตรการห้ามเผาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นถึงปลายทาง เริ่มจากการวางแผนการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ส่งเสริมเครื่องมือการเกษตรเพื่อลดการเผา หาความร่วมมือแก้ไขปัญหาฝุ่นควันข้ามแดนจากเพื่อนบ้าน รวมถึงเฝ้าระวังจากเจ้าหน้าที่และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

ในส่วนของข้อมูล GISTDA ยังคงทำหน้าที่สนับสนุนด้านการติดตาม วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อรายงานจุดความร้อน ภาพถ่ายจากดาวเทียมระบุพื้นที่เผาไหม้ โดยนำดาวเทียมมาใช้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและนำข้อมูลมาวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง ไฟป่าและมลพิษทางอากาศไม่ควรถูกมองเป็นปัญหาตามฤดูกาล เพราะอาจเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจ สุขภาพและวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ โดยหากไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ฤดูไฟป่าและมลพิษทางอากาศอาจเป็นความปกติใหม่ของภาคเหนือและกระทบคุณภาพชีวิตของคนไทยระยะยาว