thansettakij
thansettakij
81% ชาวเน็ตไทย เรียกร้องรัฐบาล ปรับโครงสร้างราคา-ภาษีน้ำมัน แก้ค่าครองชีพ

81% ชาวเน็ตไทย เรียกร้องรัฐบาล ปรับโครงสร้างราคา-ภาษีน้ำมัน แก้ค่าครองชีพ

08 เม.ย. 69 | 05:32 น.
อัปเดตล่าสุด :08 เม.ย. 69 | 07:30 น.

เปิด 5 แนวทางการแก้ไขปัญหาของชาวเน็ตไทยในภาวะราคาน้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง พบว่า 81% เรียกร้องให้รัฐบาลปรับโครงสร้างราคาและภาษีน้ำมัน รวมทั้งมีมาตรการควบคุมราคาสินค้า

KEY

POINTS

  • ผลสำรวจชาวเน็ตไทยพบว่า 81% ต้องการให้รัฐบาลปรับโครงสร้างราคาและภาษีน้ำมัน เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น
  • สาเหตุของปัญหาราคาน้ำมันแพงมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลในไทยพุ่งขึ้นเกือบ 70%
  • ข้อเรียกร้องส่วนใหญ่ระบุว่าโครงสร้างราคาปัจจุบันเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่ และต้องการให้รัฐควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นควบคู่ไปด้วย

 

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง นับตั้งแต่ประเทศสหรัฐอเมริกา อิสราเอล โจมตี ประเทศอิหร่าน ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงปัจจุบัน ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อ บาร์เรล

 

ส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวสูงขึ้นจาก ราคาขายปลีก 29.94 บาทต่อลิตร  ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 มาอยู่ที่ 50.54 บาทต่อลิตร ในวันที่ 8 เมษายน 2569 หรือเพิ่มขึ้น 68.8%

 

การปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่งและการผลิตสินค้า ทำให้ราคาสินค้าและบริการ เริ่มทยอยปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา จากสถานการณ์ดังกล่าว เรียลวอชท์ แล๊ป (RealWatch Lab)

ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล (Research and Data Analytics) บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด(มหาชน) บริษัท ด้าน AI-Data Driven Technology และ AI Transformation สำรวจแนวทางการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของชาวเน็ตไทยในยุคน้ำมันแพง ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 7 เมษายน 2569 ในทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย จำนวน 58,088 ข้อความ  พบว่า 

อันดับหนึ่ง คิดเป็นสัดส่วน 81% ของ จำนวนข้อความทั้งหมด ต้องการให้รัฐบาลปรับโครงสร้างราคาและภาษีน้ำมัน รวมถึงควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ  เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันและราคาสินค้า ที่ปรับตัวสูงขึ้น

โดยข้อความส่วนใหญ่ ระบุว่า รัฐบาลควรเข้าไปปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ รวมทั้งต้องการให้รัฐบาลเข้าไปควบคุมราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เพื่อช่วยลดภาระให้กับประชาชน

อันดับสอง คิดเป็นสัดส่วน 8% ของข้อความทั้งหมด วางแผนแก้ปัญหาค่าครองชีพสูง ด้วยการลด ละ เลิก ใช้สินค้าฟุ่มเฟือย ลดการเดินทางท่องเที่ยว รวมไปถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

อันดับสาม คิดเป็นสัดส่วน 6% ระบุว่า จะหันมาพึ่งพาตนเอง ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกผัก เลี้ยงปลา รวมไปถึง การซื้อสินค้าในชุมชนที่มีราคาที่ถูกกว่าสินค้าที่ผลิตโดยผู้ประกอบการขนาดใหญ่

อันดับสี่ คิดเป็นสัดส่วน 4% มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพงและค่าครองชีพสูง ด้วยการหันมาใช้รถสาธารณะ ใช้รถยนต์ไฟฟ้า รวมไปถึง ลดการเดินทาง ทำงานที่บ้าน แทนการเดินทางไปที่ที่ทำงาน

และ อันดับห้า คิดเป็นสัดส่วน 1% มีแนวทางในการแก้ไขปัญหาโดยการวางแผนหาอาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้เพิ่มมาชดเชยกับค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งวางแผนพัฒนาศักยภาพของตัวเอง เพื่อให้สร้างรายได้เพิ่มขึ้นมาชดเชยกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น

เสียงของชาวเน็ตไทยจากปัญหาราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า นอกจากการให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างราคาของพลังงานไทยตั้งแต่ต้นน้ำไปถึงปลายน้ำแล้ว ชาวเน็ตไทยมีความตื่นตัว ในการปรับตัวเพื่อแก้ไขปัญหา ทั้ง การประหยัด การเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้า และ การเดินทาง รวมไปถึง การเปลี่ยนวิกฤต เป็น โอกาส โดยการพัฒนาตัวเอง และ สร้างอาชีพเสริมมารองรับ การภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

5แนวทางแก้ปัญหาค่าครองชีพ