
เชียงใหม่ ประกาศเขตฯ อัคคีภัยไฟป่าแล้ว 2 อำเภอ ฮอด -สะเมิง
จังหวัดเชียงใหม่ ออกประกาศเขตฯอัคคีภัยไฟป่าแล้ว 2 อำเภอ ฮอด -สะเมิง ด้านผู้ว่าฯสั่งการทุกหน่วยเร่งรับมือ PM2.5
KEY
POINTS
- จังหวัดเชียงใหม่ประกาศให้อำเภอสะเมิงเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย (ไฟป่า) และอำเภอฮอดเป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
- การประกาศดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งรัดการสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าโดยด่วน
- สถานการณ์ไฟป่าได้ส่งผลให้ค่าฝุ่นละออง PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่พุ่งสูงเกินค่ามาตรฐานและอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
- หลายอำเภอได้ออกมาตรการรับมือปัญหาฝุ่นควัน เช่น การฉีดพ่นละอองน้ำ แจกหน้ากากอนามัย และจัดตั้งห้องปลอดฝุ่นเพื่อดูแลประชาชนกลุ่มเสี่ยง
วันที่ 31 มีนาคม 2569 จังหวัดเชียงใหม่ได้ออกประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย (ไฟป่า) ในพื้นที่อำเภอสะเมิง พร้อมทั้งประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในพื้นที่อำเภอฮอด เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน หลังเกิดเหตุไฟป่าลุกลามสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมีรายละเอียดประกาศดังนี้
อำเภอสะเมิง
- ประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย (ไฟป่า) ในพื้นที่ตำบลสเมิงใต้ ตำบลแม่สาบ ตำบลสะเมิงเหนือ ตำบลยั้งเมิน
อำเภอฮอด
- ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ในพื้นที่ตำบลหางดง ตำบลบ้านตาล ตำบลนาคอเรือ ตำบลฮอด ตำบลบ่อหลวง ตำบลบ่อสลี
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ด้านนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มีคำสั่งด่วนถึงทุกหน่วยงานในพื้นที่ เร่งดำเนินมาตรการรับมือสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 หลังพบค่าฝุ่นเกินมาตรฐานและอยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ประกอบกับรายงานจาก GISTDA ระบุว่า พบจุดความร้อนในพื้นที่จำนวนมาก ขณะที่ค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ในระดับ 37.4 – 255.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จัดอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบถึงมีผลกระทบรุนแรง (สีส้ม–สีแดง) ทั้งนี้จังหวัดได้สั่งการให้ทุกอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยประกอบไปด้วยมาตรการดังต่อไปนี้
- เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน ดูแลสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
- จัดตั้ง “ห้องปลอดฝุ่น” เพื่อให้บริการประชาชน รวมถึงบูรณาการหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เข้าช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน
- ด้านสาธารณสุขจังหวัด ได้สั่งเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ พร้อมลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัย และแนะนำให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดหาและกระจายอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากอนามัย และสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูง
- จังหวัดยังขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และหากมีอาการผิดปกติทางสุขภาพ ให้รีบพบแพทย์โดยทันที
เชียงใหม่ระดมทุกอำเภอสู้ฝุ่น PM2.5 เร่งฉีดพ่นน้ำ-ดูแลกลุ่มเปราะบาง
จากสถานการณ์ไฟป่า ฝุ่นควัน PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่เร่งดำเนินการรับมือ PM2.5 ทั้งนี้เพื่อลดปริมาณฝุ่นในอากาศและการดูแลกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยข้อมูลล่าสุดสำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ได้มัดรวมมาตรการลดฝุ่นในแต่ละอำเภอ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
อำเภอแม่แจ่ม
- นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม พร้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 8 แห่ง ระดมรถบรรทุกน้ำฉีดพ่นละอองน้ำทั่วพื้นที่ชุมชน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ หลังค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับสีส้ม วัดได้ 120.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยกำหนดให้ฉีดพ่นน้ำวันละ 2 ช่วงเวลา พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันล้างถนน รดน้ำต้นไม้ และสวมหน้ากากอนามัยเพื่อลดความเสี่ยง
อำเภอจอมทอง
- นายณฐกร ภัทรวนนท์ นายอำเภอจอมทอง ได้สั่งการให้หน่วยงานสาธารณสุข รพ.สต. และ อสม. ลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน แจกหน้ากากอนามัย พร้อมให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพแก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ใช้บริการ “ห้องปลอดฝุ่น” และเพิ่มความถี่ในการฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่ชุมชน
อำเภอสะเมิง
- นายศิริพงษ์ นำภา นายอำเภอสะเมิง ได้บูรณาการหน่วยงานในพื้นที่ ลงพื้นที่ดูแลประชาชนเชิงรุก ทั้งการแจ้งเตือนสถานการณ์ แจกหน้ากากอนามัย และจัดเตรียมห้องปลอดฝุ่นในโรงพยาบาลและ รพ.สต. ทุกแห่ง เพื่อรองรับประชาชนในช่วงค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน
อำเภอพร้าว
- นางพัทธนันท์ พิทาคำ นายอำเภอพร้าว มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัยให้กลุ่มเสี่ยง พร้อมทั้งนำรถบรรทุกน้ำฉีดพ่นละอองน้ำในหลายจุดของชุมชน เพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นและเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ โดยการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากอนามัย และดูแลสุขภาพอย่างเคร่งครัดในช่วงที่สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ยังอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง
ที่มาข้อมูล-ภาพ
- PR Chiangmai
- ศูนย์ประชาสัมพันธ์ร่วมเชียงใหม่






